วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เซ็ตซีโร่พรรคการเมือง เขตปลอดนายทุน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปท. ลงมติด้วยคะแนน 140 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง (ไม่มีเสียงหรือไงไม่รู้) ให้ความเห็นชอบ แนวทางการปฏิรูปพรรคการเมือง ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง

เพื่อให้ พรรคการเมือง เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ไม่ใช่ พรรคการเมืองของนายทุน ที่หวังเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากชาติบ้านเมือง

งานนี้ค่อยถือเป็น “ผลงาน” ที่เป็นรูปธรรมหน่อย ถ้าเสนอรัฐบาลแล้ว รัฐบาลไม่เอาด้วย ก็เป็นความผิดของรัฐบาล ที่ไม่ต้องการปฏิรูปพรรคการเมืองและนักการเมือง ที่เป็นต้นเหตุความเสียหายของบ้านเมืองอย่างที่พูด ทั้งๆที่ สปท.ชงเสนอให้แล้ว

ผมยังไม่เห็นรายละเอียด เห็นแต่ข่าวทางสื่อที่สรุปออกมาสั้นๆ อาทิ ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค จะต้องมีบทบาทเป็นเจ้าของพรรค ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกพรรคปีละไม่เกิน 200 บาท และให้รัฐจ่ายสมทบเท่าเงินที่ได้จากสมาชิกพรรค

ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารพรรค ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง กับผู้บริหารพรรค ต้องแยกออกจากกันชัดเจน อิสระต่อกันในการปฏิบัติหน้าที่ คล้ายอินเดีย ผู้สมัคร ส.ส.เขต จะต้องผ่าน การเลือกตั้งขั้นต้น หรือ Primary Vote จากประชาชนในเขตเลือกตั้งเสียก่อน เหมือนในสหรัฐฯ ซึ่งผมเขียนเรียกร้องให้ทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกระดับ จะต้องแสดงแบบรายการภาษีย้อนหลัง 3 ปี

ดูเนื้อหาที่เป็นข่าวแล้วก็ถือว่าใช้ได้ หลังจากนี้กรรมาธิการจะนำไปปรับปรุง ก่อนเสนอ คณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อไป

เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องทำให้เสร็จก่อนโรดแม็ปการเลือกตั้ง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยืนยันกับ เลขาธิการสหประชาชาติ ไปแล้วว่า จะมีการเลือกตั้งภายในปีหน้า 2560 ไม่ว่า การลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคมนี้จะผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม ก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปตามโรดแม็ป

ผมมีหลายประเด็นที่อยากเสนอเพิ่มเติม เพื่อให้ “นักการเมืองไทย” ได้มี “สปิริตทางการเมือง” บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในระบอบประชาธิปไตยที่ “นักการเมืองไทยไม่เคยมี” เช่น “ความรับผิดชอบต่อหน้าที่” ตัวอย่างล่าสุดก็มีให้เห็น เมื่อ ชาวสหราชอาณาจักร ส่วนใหญ่ 51.9% ลงมติให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หลังรู้ผลในคืนนั้น นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรี ก็ประกาศลาออกจากนายกรัฐมนตรี ลาออกจากหัวหน้าพรรคทันที เพราะรัฐบาลนายเดวิดพ่ายแพ้การลงประชามติ

สปิริตการเมืองแบบนี้ เป็น “สปิริตสากล” ในประเทศประชาธิปไตย ยกเว้นนักการเมืองไทย ไม่ว่าแพ้กี่หนก็ไม่ยอมลาออก ขอยกตัวอย่างอังกฤษอีกก็แล้วกัน ไม่ว่าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ พรรคแรงงาน สองพรรคใหญ่ไปจนพรรคเล็กทั้งหลาย เมื่อพรรคแพ้การเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นรัฐบาล หัวหน้าพรรคก็ลาออก เปิดทางให้สมาชิกพรรคคนอื่นขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคแทน เพื่อเตรียมสู้การเลือกตั้งในอีก 4 ปีต่อไป ไม่ใช่ผูกขาดเป็นหัวหน้าพรรคไปจนแก่ หรือผ่องถ่ายกันในเครือญาติ

มาตรการแบบนี้จึงจะสามารถทำให้ พรรคการเมือง เป็นสถาบัน และประชาชน หรือสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของ ไม่ต้อง “เกรงใจ” หรือกลัวจะ “หักหน้า” เมื่อหัวหน้าพรรคไม่ยอมลาออก ลูกพรรคได้แต่ไล่ในใจ แต่ไม่กล้าแสดงออก

เรื่องการ “เซ็ตซีโร่” หรือ ยุบพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ในการเลือกตั้งปี 2560 ที่เป็นข่าว ความจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ คิดกันมาตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกแล้ว โดยจะไปเขียนในกฎหมายลูกคือ “กฎหมายพรรคการเมือง” ถ้าหากมีการ “ปฏิรูปพรรคการเมือง” ตามแนวทางที่ สปท.เสนอไปยังรัฐบาลจริง เรื่องการ “เซ็ตซีโร่” ต้องทำอยู่แล้ว เพราะพรรคการเมืองที่มีอยู่ล้วนเป็นพรรคของนายทุนการเมือง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

6 ก.ค. 2559 10:30 6 ก.ค. 2559 10:30 ไทยรัฐ