วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเพิ่งดีใจหลุดเทียร์ 3 กฎหมายแรงสหรัฐฯยังมีอีก

โดย ซูม

เพิ่งจะดีอกดีใจอยู่เมื่อ 2-3 วันก่อน ว่าสหรัฐฯปรับอันดับสถานการณ์ของประเทศไทย ในบัญชีค้ามนุษย์จากเทียร์ 3 ไปอยู่เทียร์ 2 วอตช์ลิสต์ หรือจากบัญชีดำทำผิดกฎการค้ามนุษย์เต็มตัว มาเป็นระดับที่ ควรได้รับการผ่อนปรน แต่ยังต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

แม้จะยังไม่ถึงขั้นดีพอใช้ คือเทียร์ 2 หรือดีที่สุดระดับเทียร์ 1 แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมาก ทำให้คาดหวังกันว่า การส่งออกสินค้าประมงจากไทยจะดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้

แต่เมื่อวานนี้เองกลับมีข่าวใหม่ออกมาว่า การส่งออกสินค้าจากไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ก็ยังคงมีปัญหาอุปสรรคอยู่เหมือนเดิม

เนื่องจากสหรัฐฯได้คลอดกฎหมายใหม่ ที่เรียกว่า Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015 หรือ Custom Bill ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา

สาระหลักของกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นการให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของหน่วยศุลกากรและการป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ หรือ Custom and Border Protection-(CBP) ในการสั่งห้ามเข้าสินค้าเป็นรายสินค้า หรือรายบริษัทได้โดยตรง หากพบว่าสินค้าดังกล่าวผลิตมาจาก 3 ข้อห้ามที่สหรัฐฯถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ได้แก่...“การใช้แรงงานเด็ก...ใช้แรงงานบังคับ หรือแรงงานทาส และการใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์”

ซึ่งแปลความหมายได้ว่า หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีความสงสัยในสินค้าใด และเจ้าของบริษัทผู้ผลิตสินค้านั้น ไม่สามารถชี้แจงหรือมีหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดงว่า มิได้ผิดกฎเกณฑ์ที่ว่านี้...เจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดนของเขา จะสั่งห้ามเข้าได้ในทันที

เมื่อไม่กี่วันนี่เอง หน่วยงานดังกล่าวของสหรัฐฯก็สั่งห้าม ผู้ส่งออก จากประเทศจีนไปแล้ว 4 บริษัท ในข้อหาว่ามีการใช้แรงงานทาส

ข้อแตกต่างระหว่างกฎหมายฉบับนี้กับรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ ที่เราเพิ่งก้าวจากเทียร์ 3 มาสู่เทียร์ 2 วอตช์ลิสต์ ก็คือ รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ จะใช้บังคับทั้งประเทศ แต่กฎหมาย Custom Bill เป็นการใช้จัดการอย่างเจาะจงเป็นรายบริษัทโดยตรง

บริษัทใดไม่ทำผิดใน 3 ประเด็นนี้ก็แล้วไป แต่บริษัทไหนทำผิดก็จะเจอโดยตรงเฉพาะบริษัทนั้นๆเป็นรายๆไป

มีรายงานข่าวว่า กรมประมงของเราได้ทำหนังสือเวียนไปยังบริษัทที่มีการส่งสินค้าประมงไปสหรัฐฯ ทุกประเภทให้ระมัดระวังและเคร่งครัดในขบวนการผลิตทุกขั้นตอน

อย่าให้มีการใช้แรงงานทาส บังคับใช้แรงงาน หรือการทำงานขัดหนี้ ตลอดจนใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์เป็นอันขาด

จริงๆแล้วกฎหมายฉบับนี้จะใช้บังคับกับสินค้าทุกประเภทมิใช่สินค้าประมงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นกรมอื่นๆกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าต่างๆ ก็ควรจะแจ้งให้ทราบอย่างกว้างขวางโดยทั่วกันด้วย

แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากนักธุรกิจไทยว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ค่อนข้างแรง แต่เราก็จะต้องเข้าใจถึงแนวโน้มที่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดและค่านิยมยุคใหม่ของประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย

เขาจะให้ความสำคัญแก่การกดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์และระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก

การค้าการขายในระดับนานาชาติปัจจุบันนี้จะทำแบบง่ายๆลวกๆหรือหลอกลวงอย่างยุคก่อนๆไม่ได้อีกแล้ว

ผู้ผลิตสินค้าที่หวังจะลดต้นทุนด้วยการเอาเปรียบมนุษย์ด้วยกันหรือเอาเปรียบธรรมชาติก็จะต้องเลิกความคิดและเลิกการปฏิบัติโดยเด็ดขาดหากมุ่งหวังจะทำมาค้าขายกับต่างประเทศนับแต่นี้

มันอาจจะดูเหมือนว่าวิบากกรรมของสินค้าไทยยังไม่จบสิ้น พ้นจากประเด็นโน้นยังมาเจอประเด็นนี้ ได้เลื่อนชั้นกลับเทียร์ 2 วอตช์ลิสต์ กลับต้องมาเจอ Custom Bill

แต่ถ้าเราผลิตสินค้าอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่เอาเปรียบแรงงาน ไม่กดขี่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันจะไปกลัวอะไรล่ะครับ...ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่วิบากกรรมอะไรหรอก แต่เป็นการสร้างกฎกติกาเพื่อความถูกต้อง และเป็นธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันต่างหาก

ขอให้บริษัทผู้ผลิตทั้งหลายในบ้านเราเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีและปฏิบัติให้ถูกต้องเถอะครับ เราจะได้ค้าขายกับใครก็ได้ทั่วโลกนี้ โดยไม่ต้องห่วงกังวลว่าจะถูกห้าม หรือถูกขึ้นบัญชีโน่นนี่อีกต่อไป.

“ซูม”