วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คดีฆ่าโหด 'ครูอิ๋ว' ทำแผน-ตอนดึก

คดีฆ่าโหด 'ครูอิ๋ว' ทำแผน-ตอนดึก

  • Share:
แฟนรับแค้น บอกถ้าเจอตัว อาจยั้งไม่อยู่!

ตำรวจดอดนำตัวฆาตกรโหด สังหาร “ครูอิ๋ว” ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังห้องเช่าที่เกิดเหตุช่วงกลางดึก หลังชาวบ้านนับพันคนที่แห่มารอประชาทัณฑ์กลับไปหมดแล้ว ใช้เวลาแค่ 20 นาทีเสร็จรีบพากลับโรงพัก รุ่งขึ้นนำตัวไปฝากขังต่อศาล มีกำลังตำรวจคุ้มกันแน่นหนา ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ ด้านสำนวนสอบสวนยังไม่เสร็จ ต้องสอบพยานแวดล้อมและรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ คาดรู้ผลใน 3 วัน ขณะที่งานศพครูอิ๋วบรรยากาศยังโศกเศร้า ร.ต.ต.แฟนหนุ่มเปิดใจครั้งแรกสุดเจ็บปวดกับการสูญเสีย ยอมรับถ้าเจอตัวผู้ต้องหาอาจยั้งใจไม่อยู่ ขณะที่ผู้เป็นพ่อเรียกร้องขอให้ลงโทษประหารชีวิต ถ้าแค่ติดคุกพอพ้นโทษออกมาคงทำอีก เตรียมไปเชิญวิญญาณลูกสาวกลับบ้านอีกรอบหลังมาเข้าฝันเพื่อนว่ายังกลับบ้านไม่ได้

หลังจากตำรวจจับกุมนายชาตรี ร่วมสูงเนินอายุ 27 ปี ฆาตกรหื่นปาดคอฆ่าโหด น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรือ “ครูอิ๋ว” อายุ 26 ปี ครูโรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เสียชีวิตในห้องเช่าเลขที่ 17/5 ถนนสุดบรรทัด ซอย 8 ต.แก่งคอย ผู้ต้องหาสารภาพว่า พักอยู่ห้องเช่าฝั่งตรงข้าม ฉวยโอกาสช่วงกลางดึกมีฝนตกหนัก แอบเจาะมุ้งลวดเปิดกลอนประตูบุกเข้าไปหมายข่มขืนและชิงทรัพย์ แต่ครูสาวดิ้นรนต่อสู้เลยคว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ภายหลังตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวแล้วจะพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ แต่มีชาวบ้านนับพันคนอยู่ในอาการโกรธแค้นแห่กันมารอดูโฉมหน้าฆาตกรโหด ตำรวจเกรงจะถูกรุมประชาทัณฑ์จึงยกเลิกการทำแผนฯ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปฝากควบคุมไว้ที่โรงพักอื่นเพื่อความปลอดภัย

ต่อมาตำรวจอาศัยช่วงกลางดึกที่ชาวบ้านกลับไปหมดแล้ว นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 5 ก.ค. พ.ต.อ.กิตติ สุขสมภักดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.สระบุรี พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตรีโสภณ ผกก.สภ.แก่งคอย พ.ต.อ.ไกลเขตต์ บุรีรักษ์ ผกก.สส.ภ.จ.สระบุรี นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 18 รวม 30 นาย ควบคุมตัวนายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาฆ่าครูอิ๋ว สวมใส่เสื้อเกราะเพื่อความปลอดภัย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดที่เกิดเหตุเพื่อนำไปประกอบสำนวนทางคดี ระหว่างทำแผนฯมีเพียงชาวบ้านที่พักอยู่ห้องเช่าข้างเคียงออกมายืนดู 10 กว่าคน ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เสร็จสิ้น จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปฝากควบคุมไว้ที่ สภ.หนองแค จ.สระบุรี

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่ สภ.หนองแค พบว่า นายชาตรีถูกคุมตัวอยู่ในห้องขัง บนชั้น 2 ของโรงพัก อยู่ในสภาพอิดโรยและอ่อนล้า อย่างเห็นได้ชัด มีผู้ต้องหาชายอีก 2 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังด้วยกัน ส่วนที่หน้าห้องขังมีตำรวจเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพราะหวั่นเกรงว่าผู้ต้องหาจะคิดสั้นทำร้ายตัวเอง ขณะที่ห้องประชุมชั้นล่าง พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จ.สระบุรี พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ วิเชียรสรรค์ รอง ผบก. พ.ต.อ.สมคิด สาวิสัย ผกก.(สอบสวน) ภ.จ.สระบุรี พ.ต.ท.สมเกียรติ์ ชุชล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แก่งคอย เจ้าของคดี พร้อมคณะทีมงานสอบสวน ร่วมประชุมและตรวจสำนวนความคืบหน้าของคดีที่มีการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก แต่ยังไม่เสร็จสิ้น

ต่อมาเวลา 10.20 น. พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ วิเชียรสรรค์ รอง ผบก.ภ.จ.สระบุรี เบิกตัวนายชาตรี ผู้ต้องหา ออกจากห้องขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีทนายความที่ทางรัฐจัดหาให้ร่วมฟังการสอบสวนด้วย ด้าน พ.ต.อ.สมคิด สาวิสัย ผกก.(สอบสวน) ภ.จ.สระบุรี กล่าวว่า จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสระบุรี เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานแวดล้อมและรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งผลตรวจดีเอ็นเอและอสุจิ คาดจะทราบผลภายใน 3 วัน การฝากขังระหว่างสอบสวนฝากได้ทั้งหมด 7 ครั้ง ครั้งละ 12 วัน

จากนั้นในช่วงบ่าย ตำรวจควบคุมตัวนายชาตรี ผู้ต้องหา ขึ้นรถตู้ตราโล่ มีตำรวจ 7 นายนั่งคุ้มกัน เดินทางจาก สภ.หนองแค ไปยังศาลจังหวัดสระบุรี มีรถสายตรวจ 2 คันวิ่งนำหน้าและปิดท้ายตลอดเส้นทาง เมื่อมาถึงจุดส่งตัวผู้ต้องหาที่ศาล มีกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 40 นายคอยดูแลความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาลผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถเดินทางไปส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดสระบุรี มีกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 80 นาย และเจ้าหน้าที่เรือนจำอีก 20 นายคอยคุ้มกันรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าเรือนจำ

นายชาลี แจ่มแสง รรท.ผบ.เรือนจำจังหวัดสระบุรี เผยว่า ได้เตรียมเจ้าหน้าที่พยาบาลของเรือนจำไว้ตรวจร่างกายผู้ต้องหา และมีเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์มาสอบถามพูดคุย หลังขั้นตอนเสร็จสิ้นนำตัวส่งเข้าแดน 1 ภายในเรือนจำ จัดห้องสำหรับผู้ต้องขังอยู่ได้ 8 คน จะคัดผู้ต้องขังชั้นดี 7 คนมาช่วยดูพฤติกรรมของนายชาตรี อีกทั้งภายในห้องยังติดตั้งกล้องวงจรปิดมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูตลอดเวลา

ที่ลานหน้าประตูเข้าวัดบ้านบุ่งค้า หมู่ 3 ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรือครูอิ๋ว บรรยากาศยังเต็มไปด้วยความโศกสลด มีญาติๆ และแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งเพื่อนร่วมรุ่นจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขณะเดียวกัน นางรัตนา สารเศวต หัวหน้าบ้านพักเด็ก จ.ร้อยเอ็ด พร้อมคณะกรรมการศูนย์คุ้มครองผู้ไร้ที่พึ่ง จ.ร้อยเอ็ด ร่วมกันบริจาคเงิน 4,000 บาทเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของครูอิ๋ว ด้านนายวัลลภ จินดาเงิน นอภ.เชียงขวัญ เผยว่า นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.ร้อยเอ็ด จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพครูอิ๋ว ในช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค.นี้

ร.ต.ต.ธเนตร แก้วหาญ อายุ 27 ปี รอง สว. (สอบสวน) สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส แฟนหนุ่มของครูอิ๋ว เผยความในใจครั้งแรกกับผู้สื่อข่าวว่า คบหากับครูอิ๋วมานานกว่า 4 ปีแล้ว รู้จักกันขณะที่ตนเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ส่วนครูอิ๋วเรียนคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน กระทั่งตนไปรับราชการที่ จ.นราธิวาส ส่วนครูอิ๋วไปเป็นครูที่โรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จะเดินทางไปเยี่ยมแฟนสาวเดือนละ 1 ครั้ง เราทั้งสองเคารพยึดถือประเพณีอันดีงามของคนไทยเพราะตนก็เป็นลูกชาวร้อยเอ็ด ขอยกย่องและขอบคุณตำรวจ สภ.แก่งคอย ที่สามารถสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ส่วนความรู้สึกที่ต้องสูญเสียแฟนสาวมันเจ็บปวดฝังลึกในหัวใจมาก ถึงแม้ตนเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร แต่บอกตรงๆ ว่าถ้าได้พบนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ผู้ต้องหาแบบประจันหน้ากันอาจจะยั้งใจไม่อยู่ก็ได้

ส่วนนายสนิท โทวรรณา อายุ 59 ปี พ่อของครูอิ๋วเผยว่า ใครไม่พบเหตุการณ์ที่ตนและครอบครัวเผชิญอยู่ขณะนี้ไม่ทราบหรอกว่ามันเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน ตนและญาติเห็นว่า เมื่อเขาฆ่าลูกเราตาย คนฆ่าก็สมควรตายตามกัน โทษจำคุกตลอดชีวิตเบาเกินไปสำหรับคนแบบนี้ ขณะจำคุกก็อาจได้รับการพิจารณาลดโทษ เมื่อพ้นโทษออกมามันก็คงทำอีก แม้แต่เมียของเพื่อนมันยังทำเลย พ่อผู้สูญเสียเผยด้วยว่า ก่อนหน้ามีเพื่อนของครูอิ๋วอยู่ต่างจังหวัดโทรศัพท์มาบอกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาฝันเห็นครูอิ๋วมาหา มีใบหน้าโศกเศร้าบอกว่าเจ็บคอมาก ยังกลับบ้านไม่ได้ ขอให้แม่ไปรับที่ห้องเช่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตนคิดว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา พาญาติไปที่ห้องเช่าเกิดเหตุเพื่อเชิญวิญญาณลูกสาวกลับบ้าน ได้ขออนุญาตเปิดประตูห้องทำพิธี แต่ตำรวจที่รักษาพื้นที่บอกว่าพนักงานสอบสวนไม่ให้เปิดเพราะเกรงว่าร่องรอยพยานหลักฐานต่างๆ อาจถูกทำลาย ดังนั้นหลังจากเสร็จงานศพจะพากันเดินทางไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณลูกสาวกลับบ้านอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้