วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองปราบจ่อฟัน 'หญิงไก่' เอาผิด ม.112 แอบอ้างเบื้องสูง

“ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” สั่งชุดสอบสวน บก.ป. สอบ “หญิงไก่” จ่อเล่นงานหนักกรณีแอบอ้างเป็นคุณหญิงเข้าข่ายผิด ม.112 พบหลักฐานเพียบส่อเป็นขบวนการค้ามนุษย์ ด้านเหยื่อรอดอีกรายหลัง “ทนายสงกานต์” นำหลักประกันสำนักงานกองทุนยุติธรรม มาเป็นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัว พร้อมแฉ “หญิงไก่” เคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ เตรียมนำหลักฐานเด็ดมาแถลงอีก คราวนี้เป็นคลิปทำร้ายเหยื่อและแอบอ้างเบื้องสูง ขณะที่เจ้าตัวออกโรงปฏิเสธยืนยันไม่หนีเตรียมบวชชีอุทิศกุศลให้คู่ความที่ จ.เชียงราย

กรณีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ อายุ 56 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ประชาชื่น ให้เอาผิดกับบิดา-มารดาของ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า นิสิตปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างประกอบด้วย เงินสดและทองคำแท่งมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อมา น.ส.ประภาวรรณเดินทางร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองปราบฯให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางคดี กระทั่งพบมีผู้เสียหายตกเป็นผู้ต้องหาลักษณะนี้หลายราย ทำให้หลายหน่วยงานต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงเพราะทั้งหมดอาจเข้าข่ายความผิดการค้ามนุษย์

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาตรวจสอบสำนวนคดีที่ สน.ประชาชื่น กรณีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้าง โดยเรียก พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น และพนักงานสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ใช้เวลานาน 2 ชม.

ภายหลัง พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า กำชับให้ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยให้ทำงานร่วมกับตำรวจ บช.ก. และตำรวจ บก.ป. ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ 3 เรื่อง คือ 1.ตรวจสำนวนทั้ง 9 สำนวน พิสูจน์ทราบให้ได้ว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวหานั้นจริงหรือไม่ 2.พฤติการณ์ของข้อกล่าวหาทั้งหลายหากเป็นเท็จ เข้าองค์ประกอบของความผิดตามกฎหมายอาญา ต้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้พร้อมมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิสูจน์ทราบเรื่องเหล่านี้ 3.เรื่องความบกพร่องของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนว่ามีหรือไม่อย่างไร มอบให้ พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่นพิจารณาตามความเหมาะสม

“สำหรับคดีความทั้ง 9 คดี แบ่งเป็นคดีลักทรัพย์ 4 คดี ยักยอกทรัพย์ 3 คดี ทำให้เสียทรัพย์ 1 คดี และฉ้อโกงทรัพย์ 1 คดี มีผู้ต้องหารวม 12 ราย เหตุเกิดระหว่างช่วงปี 53-58 โดยคดีฉ้อโกงยอมความไปแล้ว ทั้งหมดขอสงวนรายละเอียดคดี กำชับให้สอบสวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ที่ศาลอาญา นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และมหากษัตริย์ พร้อม น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน อายุ 21 ปี เดินทางมายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัลยา ศิริม่วง อายุ 54 มารดา ที่ตกเป็นจำเลยในคดีที่นางมณตา แจ้งความลักทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยนำหลักประกันของสำนักงานกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม มาเป็นหลักประกัน มี น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า ผู้เสียหายอีกคนเดินทางมาด้วย

นายสงกานต์เผยถึงคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัลยาว่า คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย ในวันที่ 2 ก.ย.59 แต่เนื่องจากจำเลยใคร่ขอความเมตตาจากศาลขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมยืนยันจำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนีคดี ไม่มีพฤติการณ์ที่จะข่มขู่หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จำเลยมีภูมิลำเนาที่อยู่เป็นหลักแหล่งและสามารถประกอบอาชีพได้ ผู้เสียหายในคดีนี้ได้ถูกบุตรสาวของจำเลย ดำเนินคดีอาญา ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ตาม ม.137 ม.172 ม.173 และ ม.174 ที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว และสำนักงานกองทุนยุติธรรมเข้าทำสัญญาประกันตัวชั่วคราวออกมาสู้คดีได้ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ จำเลยถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.58 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 7 เดือนเศษโดยจำเลยไม่มีหลัก ประกันตัวเอง เพราะเป็นคนยากจนและอีกทั้งมิได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา

“ในวันที่ 6 ก.ค. ผมจะเดินทางไปที่สภาทนายความฯ เพื่อยื่นเรื่องให้ดำเนินการช่วยเหลือเหยื่อทุกราย ให้พิจารณาฟ้องคดีอาญาและแพ่ง เรียกค่าเสียหายให้เหยื่อทุกราย รวมทั้งอาจจะขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้เหยื่อ ส่วนอีก 5 รายที่ยังไม่พิพากษานั้นอยู่ระหว่างลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ พยานแต่ละรายถูกโทรศัพท์ข่มขู่ จึงแจ้งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามไปแล้ว และในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จะเดินทางไปพบเลขาฯ ปปง.เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินด้วย” นายสงกานต์กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า หลังจากได้เชิญ ร.ต.ท.ดวงสิทธิ์ เหง้าสุสิทธิ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ประชาชื่น เข้าให้ปากคำกรณีสำนวนคดีที่นางมณตาแจ้งความดำเนินคดีกับนายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื้อง และ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า คำให้การของ ร.ต.ท.ดวงสิทธิ์เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ถือเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐาน ไม่ได้บกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดแต่อย่างใด นอกจากนี้ตรวจสอบพบอีก 1 คดีที่นางมณตาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้างที่เป็นเด็กต่างด้าว อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นสัญชาติใด เบื้องต้นทราบว่ามีการแจ้งความและระบุพฤติการณ์กระทำความผิดคล้ายคดีอื่น

ส่วนกรณีนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย นำเอกสารและหนังสือร้องเรียนเข้าพบผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ เพื่อร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้าสอบสวนนางมณตา หลังรับร้องเรียนจากหญิงสาว 3 คน ที่ตกเป็นเหยื่อถูกข่มขู่เรียกเอาเงิน ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมนำคลิปเสียงที่หญิงสาวทั้งสามให้ข้อมูลมาเผยแพร่นั้น พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป.นำกำลังประสานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดีจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อขอข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง

บ่ายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน บก.ป.เดินทางไปขอศาลอาญาออกหมายจับนางมณตาในข้อหาแจ้งความเท็จ ใส่ร้ายให้ผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญาและพยายามค้ามนุษย์ แต่ศาลไม่ออกหมายจับ ให้ความเห็นว่านางมณตามีแหล่งที่อยู่ ภูมิลำเนาชัดเจน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเห็นควรให้ออกหมายเรียกก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ ผกก. (สอบสวน) บก.ป. และชุดพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายเรียกนางมณตามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00 น. โดยจะส่งหมายเรียกไปที่ สน.ประชาชื่น เพื่อส่งต่อไปยังที่พักของนางมณตา ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ หากเจ้าตัวเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนวันนัดหมายก็จะต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอน และสามารถนำพยานเข้าให้ปากคำเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาได้

“ขณะนี้ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายเรียกและขออำนาจศาลออกหมายจับ อาทิ การจำลองเหตุการณ์ที่นางมณตากล่าวหา น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า พร้อมบิดา-มารดา ลักทรัพย์ เพื่อบีบบังคับให้ น.ส.ประภาวรรณเดินทางไปต่างประเทศ ถือว่ามีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.น. สั่งการให้ตรวจสอบกรณีนางมณตามีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นคุณหญิง ในชื่อที่รู้จักกันว่า “คุณหญิงไก่” มีพฤติกรรมเข้าข่ายในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงตาม ม.112 หรือไม่ โดยได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนอีกชุดหนึ่งในการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว” พ.ต.อ.ชาคริตกล่าว

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า พร้อมบิดา-มารดาที่ถูกนางมณตา หรือหญิงไก่ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และ น.ส.จันทนา คชคงไคย หรือหนูนา อายุ 25 ปี นาย ธนาธิป ศรีสิงห์ อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกแจ้งดำเนินคดีฐานลักทรัพย์เช่นกัน เข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.เพื่อขอขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือด้านการสงเคราะห์

ภายหลังนายสงกานต์กล่าวว่า นางมณตาไม่ได้มีฐานะอย่างที่โอ้อวด เคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ แม้กระทั่งเรื่องที่ดำเนินคดีล่าสุด เชื่อว่าไม่ได้มีทรัพย์สินใดดังที่กล่าวอ้าง เรื่องนี้เชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง คงทราบความคืบหน้าจากตำรวจ บก.ป.ไม่เกินวันที่ 6-7 ก.ค.

นายสงกานต์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ได้นำเรียน พล.ต.อ.อดุลย์ รมว.พม.ว่ามีเรื่องน้องแก้ว ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ที่ถูกกล่าวอ้างว่าไปต่างประเทศกับพวกอีก 5 คน ชุดเฉพาะกิจของ รมว.พม.จะลงพื้นที่เพื่อนำรายละเอียดว่าใครที่ไปต่างประเทศบ้าง และในวันที่ 8 ก.ค. จะนำภาพถ่ายที่อยู่ในห้องเกิดเหตุมาแถลงข่าว มีเหยื่อรายหนึ่งเคยถูกตบตีในห้องดังกล่าว มาให้ข้อเท็จจริงว่าถูกทำอะไรในห้อง มีภาพและคลิปประกอบความยาว 2 นาที แล้วจะเห็นว่านางมณตาไม่ธรรมดาจริงๆ คาดว่าคงมีอีกหลายคดีที่ทำไว้ นอกเหนือจากแจ้งความเท็จแล้ว ยังมีหลักฐานการแสดงตัวว่าได้รับการโปรดเกล้าฯ ซึ่ง น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน บันทึกเสียงไว้หมด ทั้งนี้เตรียมไปยื่นเรื่องให้เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เชื่อว่าเมื่อถึงคราวคับขันนางมณตา ต้องเปิดเทปบันทึกการสนทนาทั้งหมด ตามที่เคยบอกว่าบันทึกเสียงสนทนาไว้ทั้งหมด

อีกด้าน ที่อาคาร 3 คอนโดบ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร นางมณตา หรือหญิงไก่ เปิดเผยภายหลังศาลอาญา ยกคำร้องขออนุมัติหมายจับในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ว่าไม่ขอออกความเห็น ที่ผ่านมาตนไม่เคยหลบหนีและพร้อมให้ความร่วมมือมาโดยตลอด เพราะเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรม ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์แน่นอน ทั้งนี้ตนมีหลักฐานสำคัญทั้งพยานบุคคลและกล้องวงจรปิดขณะถูกอดีตลูกจ้างลักทรัพย์ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในเวลานี้ รอให้อีกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวก่อน ถึงจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด

“ส่วนกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ให้ข้อมูลว่าดิฉันเคยถูกฟ้องล้มละลายนำทองปลอมและรถยนต์ไปจำนำในจังหวัดนครสวรรค์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและไม่เคยถูกฟ้องดำเนินคดีมาก่อน อย่างไรก็ตามดิฉันเตรียมเดินทางไปทำบุญ 9 วัดที่จังหวัดเชียงราย และอาจปลงผมบวชชีเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับคู่กรณี ยืนยันจะไม่หลบหนีออกนอกประเทศและหากกองปราบฯออกหมายเรียกก็พร้อมเดินทางเข้าพบทันที” นางมณตากล่าว

ค่ำวันเดียวกัน ศาลอาญาพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัลยา ศิริม่วง อายุ 54 ปี จำเลยในคดีลักทรัพย์และทรัพย์สินนายจ้างมูลค่า 3 ล้านกว่าบาทโดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำหมายศาลไปดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อปล่อยตัวนางสุกัลยาที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางแล้ว

ขณะที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า หากกระบวนการยุติธรรมวินิจฉัยพบนางมณตา หรือหญิงไก่ แจ้งความเท็จ ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทรัพย์สินของนางมณตาว่าเกี่ยวโยงกับการค้ามนุษย์หรือไม่ หากพบความเชื่อมโยงควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอายัดทรัพย์สิน เพื่อให้ผู้ต้องหาพิสูจน์การได้มาซึ่งทรัพย์สิน รวมทั้งให้ผู้ที่ถูกจำคุกได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและควรได้รับการชดเชยเป็นเงิน ตลอดจนให้ตำรวจลบข้อมูลอาชญากรรมของเหยื่อ นอกจากนี้ ต้องสอบสวนบุคคลในกระบวนการยุติธรรมทุกคนว่ารู้เห็นสมคบคิดหรือไม่ ขอเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการสอบสวน ให้อัยการเข้าร่วมตรวจสอบหลักฐานข้อเท็จจริงตั้งแต่เริ่มต้น