วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กองปราบจ่อฟัน 'หญิงไก่' เอาผิด ม.112 แอบอ้างเบื้องสูง

กองปราบจ่อฟัน 'หญิงไก่' เอาผิด ม.112 แอบอ้างเบื้องสูง

  • Share:

“ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” สั่งชุดสอบสวน บก.ป. สอบ “หญิงไก่” จ่อเล่นงานหนักกรณีแอบอ้างเป็นคุณหญิงเข้าข่ายผิด ม.112 พบหลักฐานเพียบส่อเป็นขบวนการค้ามนุษย์ ด้านเหยื่อรอดอีกรายหลัง “ทนายสงกานต์” นำหลักประกันสำนักงานกองทุนยุติธรรม มาเป็นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัว พร้อมแฉ “หญิงไก่” เคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ เตรียมนำหลักฐานเด็ดมาแถลงอีก คราวนี้เป็นคลิปทำร้ายเหยื่อและแอบอ้างเบื้องสูง ขณะที่เจ้าตัวออกโรงปฏิเสธยืนยันไม่หนีเตรียมบวชชีอุทิศกุศลให้คู่ความที่ จ.เชียงราย

กรณีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ อายุ 56 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ประชาชื่น ให้เอาผิดกับบิดา-มารดาของ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า นิสิตปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างประกอบด้วย เงินสดและทองคำแท่งมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อมา น.ส.ประภาวรรณเดินทางร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองปราบฯให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางคดี กระทั่งพบมีผู้เสียหายตกเป็นผู้ต้องหาลักษณะนี้หลายราย ทำให้หลายหน่วยงานต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงเพราะทั้งหมดอาจเข้าข่ายความผิดการค้ามนุษย์

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาตรวจสอบสำนวนคดีที่ สน.ประชาชื่น กรณีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้าง โดยเรียก พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น และพนักงานสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ใช้เวลานาน 2 ชม.

ภายหลัง พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า กำชับให้ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยให้ทำงานร่วมกับตำรวจ บช.ก. และตำรวจ บก.ป. ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ 3 เรื่อง คือ 1.ตรวจสำนวนทั้ง 9 สำนวน พิสูจน์ทราบให้ได้ว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวหานั้นจริงหรือไม่ 2.พฤติการณ์ของข้อกล่าวหาทั้งหลายหากเป็นเท็จ เข้าองค์ประกอบของความผิดตามกฎหมายอาญา ต้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้พร้อมมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิสูจน์ทราบเรื่องเหล่านี้ 3.เรื่องความบกพร่องของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนว่ามีหรือไม่อย่างไร มอบให้ พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่นพิจารณาตามความเหมาะสม

“สำหรับคดีความทั้ง 9 คดี แบ่งเป็นคดีลักทรัพย์ 4 คดี ยักยอกทรัพย์ 3 คดี ทำให้เสียทรัพย์ 1 คดี และฉ้อโกงทรัพย์ 1 คดี มีผู้ต้องหารวม 12 ราย เหตุเกิดระหว่างช่วงปี 53-58 โดยคดีฉ้อโกงยอมความไปแล้ว ทั้งหมดขอสงวนรายละเอียดคดี กำชับให้สอบสวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ที่ศาลอาญา นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และมหากษัตริย์ พร้อม น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน อายุ 21 ปี เดินทางมายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัลยา ศิริม่วง อายุ 54 มารดา ที่ตกเป็นจำเลยในคดีที่นางมณตา แจ้งความลักทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยนำหลักประกันของสำนักงานกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม มาเป็นหลักประกัน มี น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า ผู้เสียหายอีกคนเดินทางมาด้วย

นายสงกานต์เผยถึงคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัลยาว่า คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย ในวันที่ 2 ก.ย.59 แต่เนื่องจากจำเลยใคร่ขอความเมตตาจากศาลขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมยืนยันจำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนีคดี ไม่มีพฤติการณ์ที่จะข่มขู่หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จำเลยมีภูมิลำเนาที่อยู่เป็นหลักแหล่งและสามารถประกอบอาชีพได้ ผู้เสียหายในคดีนี้ได้ถูกบุตรสาวของจำเลย ดำเนินคดีอาญา ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ตาม ม.137 ม.172 ม.173 และ ม.174 ที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว และสำนักงานกองทุนยุติธรรมเข้าทำสัญญาประกันตัวชั่วคราวออกมาสู้คดีได้ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ จำเลยถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.58 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 7 เดือนเศษโดยจำเลยไม่มีหลัก ประกันตัวเอง เพราะเป็นคนยากจนและอีกทั้งมิได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา

“ในวันที่ 6 ก.ค. ผมจะเดินทางไปที่สภาทนายความฯ เพื่อยื่นเรื่องให้ดำเนินการช่วยเหลือเหยื่อทุกราย ให้พิจารณาฟ้องคดีอาญาและแพ่ง เรียกค่าเสียหายให้เหยื่อทุกราย รวมทั้งอาจจะขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้เหยื่อ ส่วนอีก 5 รายที่ยังไม่พิพากษานั้นอยู่ระหว่างลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ พยานแต่ละรายถูกโทรศัพท์ข่มขู่ จึงแจ้งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามไปแล้ว และในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จะเดินทางไปพบเลขาฯ ปปง.เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินด้วย” นายสงกานต์กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า หลังจากได้เชิญ ร.ต.ท.ดวงสิทธิ์ เหง้าสุสิทธิ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ประชาชื่น เข้าให้ปากคำกรณีสำนวนคดีที่นางมณตาแจ้งความดำเนินคดีกับนายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื้อง และ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า คำให้การของ ร.ต.ท.ดวงสิทธิ์เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ถือเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐาน ไม่ได้บกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดแต่อย่างใด นอกจากนี้ตรวจสอบพบอีก 1 คดีที่นางมณตาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้างที่เป็นเด็กต่างด้าว อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นสัญชาติใด เบื้องต้นทราบว่ามีการแจ้งความและระบุพฤติการณ์กระทำความผิดคล้ายคดีอื่น

ส่วนกรณีนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย นำเอกสารและหนังสือร้องเรียนเข้าพบผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ เพื่อร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้าสอบสวนนางมณตา หลังรับร้องเรียนจากหญิงสาว 3 คน ที่ตกเป็นเหยื่อถูกข่มขู่เรียกเอาเงิน ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมนำคลิปเสียงที่หญิงสาวทั้งสามให้ข้อมูลมาเผยแพร่นั้น พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป.นำกำลังประสานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดีจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อขอข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง

บ่ายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน บก.ป.เดินทางไปขอศาลอาญาออกหมายจับนางมณตาในข้อหาแจ้งความเท็จ ใส่ร้ายให้ผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญาและพยายามค้ามนุษย์ แต่ศาลไม่ออกหมายจับ ให้ความเห็นว่านางมณตามีแหล่งที่อยู่ ภูมิลำเนาชัดเจน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเห็นควรให้ออกหมายเรียกก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ ผกก. (สอบสวน) บก.ป. และชุดพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายเรียกนางมณตามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00 น. โดยจะส่งหมายเรียกไปที่ สน.ประชาชื่น เพื่อส่งต่อไปยังที่พักของนางมณตา ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ หากเจ้าตัวเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนวันนัดหมายก็จะต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอน และสามารถนำพยานเข้าให้ปากคำเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาได้

“ขณะนี้ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายเรียกและขออำนาจศาลออกหมายจับ อาทิ การจำลองเหตุการณ์ที่นางมณตากล่าวหา น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า พร้อมบิดา-มารดา ลักทรัพย์ เพื่อบีบบังคับให้ น.ส.ประภาวรรณเดินทางไปต่างประเทศ ถือว่ามีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.น. สั่งการให้ตรวจสอบกรณีนางมณตามีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นคุณหญิง ในชื่อที่รู้จักกันว่า “คุณหญิงไก่” มีพฤติกรรมเข้าข่ายในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงตาม ม.112 หรือไม่ โดยได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนอีกชุดหนึ่งในการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว” พ.ต.อ.ชาคริตกล่าว

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า พร้อมบิดา-มารดาที่ถูกนางมณตา หรือหญิงไก่ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และ น.ส.จันทนา คชคงไคย หรือหนูนา อายุ 25 ปี นาย ธนาธิป ศรีสิงห์ อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกแจ้งดำเนินคดีฐานลักทรัพย์เช่นกัน เข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.เพื่อขอขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือด้านการสงเคราะห์

ภายหลังนายสงกานต์กล่าวว่า นางมณตาไม่ได้มีฐานะอย่างที่โอ้อวด เคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ แม้กระทั่งเรื่องที่ดำเนินคดีล่าสุด เชื่อว่าไม่ได้มีทรัพย์สินใดดังที่กล่าวอ้าง เรื่องนี้เชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง คงทราบความคืบหน้าจากตำรวจ บก.ป.ไม่เกินวันที่ 6-7 ก.ค.

นายสงกานต์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ได้นำเรียน พล.ต.อ.อดุลย์ รมว.พม.ว่ามีเรื่องน้องแก้ว ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ที่ถูกกล่าวอ้างว่าไปต่างประเทศกับพวกอีก 5 คน ชุดเฉพาะกิจของ รมว.พม.จะลงพื้นที่เพื่อนำรายละเอียดว่าใครที่ไปต่างประเทศบ้าง และในวันที่ 8 ก.ค. จะนำภาพถ่ายที่อยู่ในห้องเกิดเหตุมาแถลงข่าว มีเหยื่อรายหนึ่งเคยถูกตบตีในห้องดังกล่าว มาให้ข้อเท็จจริงว่าถูกทำอะไรในห้อง มีภาพและคลิปประกอบความยาว 2 นาที แล้วจะเห็นว่านางมณตาไม่ธรรมดาจริงๆ คาดว่าคงมีอีกหลายคดีที่ทำไว้ นอกเหนือจากแจ้งความเท็จแล้ว ยังมีหลักฐานการแสดงตัวว่าได้รับการโปรดเกล้าฯ ซึ่ง น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน บันทึกเสียงไว้หมด ทั้งนี้เตรียมไปยื่นเรื่องให้เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เชื่อว่าเมื่อถึงคราวคับขันนางมณตา ต้องเปิดเทปบันทึกการสนทนาทั้งหมด ตามที่เคยบอกว่าบันทึกเสียงสนทนาไว้ทั้งหมด

อีกด้าน ที่อาคาร 3 คอนโดบ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร นางมณตา หรือหญิงไก่ เปิดเผยภายหลังศาลอาญา ยกคำร้องขออนุมัติหมายจับในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ว่าไม่ขอออกความเห็น ที่ผ่านมาตนไม่เคยหลบหนีและพร้อมให้ความร่วมมือมาโดยตลอด เพราะเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรม ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์แน่นอน ทั้งนี้ตนมีหลักฐานสำคัญทั้งพยานบุคคลและกล้องวงจรปิดขณะถูกอดีตลูกจ้างลักทรัพย์ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในเวลานี้ รอให้อีกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวก่อน ถึงจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด

“ส่วนกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ให้ข้อมูลว่าดิฉันเคยถูกฟ้องล้มละลายนำทองปลอมและรถยนต์ไปจำนำในจังหวัดนครสวรรค์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและไม่เคยถูกฟ้องดำเนินคดีมาก่อน อย่างไรก็ตามดิฉันเตรียมเดินทางไปทำบุญ 9 วัดที่จังหวัดเชียงราย และอาจปลงผมบวชชีเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับคู่กรณี ยืนยันจะไม่หลบหนีออกนอกประเทศและหากกองปราบฯออกหมายเรียกก็พร้อมเดินทางเข้าพบทันที” นางมณตากล่าว

ค่ำวันเดียวกัน ศาลอาญาพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัลยา ศิริม่วง อายุ 54 ปี จำเลยในคดีลักทรัพย์และทรัพย์สินนายจ้างมูลค่า 3 ล้านกว่าบาทโดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำหมายศาลไปดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อปล่อยตัวนางสุกัลยาที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางแล้ว

ขณะที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า หากกระบวนการยุติธรรมวินิจฉัยพบนางมณตา หรือหญิงไก่ แจ้งความเท็จ ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทรัพย์สินของนางมณตาว่าเกี่ยวโยงกับการค้ามนุษย์หรือไม่ หากพบความเชื่อมโยงควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอายัดทรัพย์สิน เพื่อให้ผู้ต้องหาพิสูจน์การได้มาซึ่งทรัพย์สิน รวมทั้งให้ผู้ที่ถูกจำคุกได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและควรได้รับการชดเชยเป็นเงิน ตลอดจนให้ตำรวจลบข้อมูลอาชญากรรมของเหยื่อ นอกจากนี้ ต้องสอบสวนบุคคลในกระบวนการยุติธรรมทุกคนว่ารู้เห็นสมคบคิดหรือไม่ ขอเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการสอบสวน ให้อัยการเข้าร่วมตรวจสอบหลักฐานข้อเท็จจริงตั้งแต่เริ่มต้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้