วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สอบคดีฉาวปล้ำขรก. เจอทุจริต พักฟรีเบิกค่าโรงแรม

หน.งานหญิง-เป็นตัวการ จนเกิดเรื่องไม่เหมาะสม! อธิบดีสั่งฟนวินัยร้ายแรง

สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ 4 ราย หลังผลสอบการคุกคามล่วงละเมิดทางเพศข้าราชการหญิงกรมป่าไม้ พบมีมูลความผิดจริง เกี่ยวข้อง 7 ราย ตั้งแต่ ผอ.สำนักวิจัยฯ ลงมาจนถึงพนักงานขับรถ ตะลึง! พบมีการเบิกจ่ายเงินค่าที่พักไปแล้ว แต่กลับไปพักฟรีสถานที่ราชการ ชี้น่าจะเข้าข่ายทุจริต

จากกรณีข้าราชการหญิงกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ถูกคุกคามทางเพศจากพนักงานราชการชายที่เป็นพนักงานขับรถระหว่างปฏิบัติราชการที่ต่างจังหวัดและจะไปแจ้งความดำเนินคดี แต่โดนหัวหน้าสั่ง ปิดเงียบ เพื่อไม่ให้องค์กรเสียชื่อเสียงจนข้าราชการรายอื่นที่ทราบเรื่องนี้ต่างทนไม่ไหว ได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจนเรื่องถึงหูนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ แต่หัวหน้างานของข้าราชการหญิงคนดังกล่าว กลับแอบบอกให้ข้าราชการหญิงคนนั้น โกหกนายชลธิศว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด จนนายชลธิศตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ว่า ขณะนี้ นางนันทนา บุญญานันท์ ผอ.สำนักจัดการป่าชุมชน ประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ส่งผลการสอบสวนมาแล้ว เบื้องต้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีมูลความผิดจริง คือ มีการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศข้าราชการหญิงจริงและการที่หัวหน้างานปล่อยให้ลูกน้องดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่ แม้จะเป็นช่วงเวลาเย็นแล้วก็ตาม แต่ถือว่าการเดินทางออกนอกสถานที่ยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่อยู่ ถือว่ามีความผิดอยู่ดี โดยมีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 ราย ตั้งแต่ ผอ.สำนักวิจัยฯ ลงมาจนถึงพนักงานราชการที่เป็นคนขับรถ รวมทั้งไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ คือสวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค) จ.สระบุรี

นายชลธิศกล่าวด้วยว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ ได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามระเบียบราชการกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง คือ พนักงานราชการที่เป็นคนขับรถและเป็นคนก่อเหตุคุกคาม หัวหน้าส่วนที่เป็นผู้หญิงและเป็นหัวหน้างานของข้าราชการหญิงที่ถูกคุกคามและผู้อำนวยการส่วนวิจัย ที่ช่วยกันปกปิดข้อมูล และหากคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เห็นว่ามีใคร ผู้ใด เข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถสอบสวนเพิ่มเติมได้อีก ทั้งนี้ การสอบให้เป็นไปตามระเบียบของสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

เมื่อถามว่า การเดินทางไปราชการต่างจังหวัด ของข้าราชการกลุ่มนี้ หัวหน้าชุดซึ่งก็คือ หัวหน้างานของข้าราชการสาว ได้เบิกเงินค่าใช้จ่ายสำหรับเป็นค่าที่พักไปแล้ว แต่กลับไม่ยอมไปพักโรงแรมตามที่ได้เบิกเงินไป จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องไม่เหมาะสมขึ้นจริงหรือไม่ อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ได้สอบถามไปแล้ว หัวหน้างานบอกว่า เงินที่เบิกไปนั้น เป็นเงินค่าที่พักเหมาจ่าย การเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด หากมีบ้านพักรับรอง หรือที่พักที่ส่วนราชการจัดเอาไว้ให้ แล้วไปพักจะเบิกไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหัวหน้างานให้คำตอบเช่นนี้ก็รับฟังเอาไว้ แต่ตนได้ให้คณะกรรมการสอบสวนฯส่งข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับการเดินทางไปทำงานของข้าราชการชุดนี้ไปให้กับส่วนการคลังพิจารณาความเหมาะสมแล้ว หากส่วนการคลังตอบกลับมาว่า ไม่เหมาะสมก็จะต้องคืนเงินมาทั้งหมด และคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ก็จะพิจารณาถึงเจตนาของการกระทำดังกล่าวด้วย

นายชลธิศกล่าวต่อว่า การเบิกเงินค่าใช้จ่าย สำหรับเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ส่วนใหญ่ก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าที่พักอยู่แล้ว ไม่ใช่เงินมากมายอะไร ประมาณคนละ 800 บาทตามระเบียบราชการ แต่ก็ต้องดูที่เจตนาว่าจงใจเบิกไปแล้ว ไปพักจริงหรือไม่ หรือเข้าข่ายทุจริตหรือไม่

ด้านนายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติฯ ผู้ที่ออกมาเปิดโปงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวว่า พอใจผลสอบสวนระดับหนึ่งคือ คดีมีมูลและมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง แต่ที่ไม่น่าพอใจคือรายของพนักงานราชการที่ก่อเหตุจริงๆ สามารถยกเลิกสัญญาไล่ออกได้เลย เพราะทำให้ราชการเสียหาย แต่ประเด็นจริงๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือการเบิกเงินค่าที่พัก แต่กลับไปพักยังสถานที่ราชการ น่าจะเข้าข่ายมีเจตนาทุจริต เพราะมีการเบิกเงินค่าที่พักไปแล้ว การเบิกถือว่าใช้สิทธิ เท่ากับมีเจตนาเอาเงินราชการไปใช้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง

สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ 4 ราย หลังผลสอบการคุกคามล่วงละเมิดทางเพศข้าราชการหญิงกรมป่าไม้ พบมีมูลความผิดจริง เกี่ยวข้อง 7 ราย ตั้งแต่ ผอ.สำนักวิจัยฯ ลงมาจนถึงพนักงานขับรถ 6 ก.ค. 2559 07:38 ไทยรัฐ