วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"บิ๊กตู่" สั่งแจง "พร้อมเพย์" ป่วน แบงก์ยัน "เงินลูกค้าไม่หาย"

“พร้อมเพย์” ป่วน ประชาชนแชร์สนั่น ไม่ใช่ข้าราชการรับเงินเดือนไม่ได้ เจอ แฮกเกอร์เจาะ แบงก์ไม่รับผิดชอบ “บิ๊กตู่” สั่งด่วน ทีมเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่น สมาคมธนาคาร–ธปท.–คลัง ประสานเสียงชี้แจง ถ้าลูกค้าไม่ได้ทำผิด เงินหาย แบงก์ต้องรับผิดชอบ ปรีดีอ้อมแอ้มอาจใช้คำแรงไปบ้าง ด้านกรมบัญชีกลางยัน ถึงไม่ใช้พร้อมเพย์ยังรับเงินเดือน บำนาญ เงินสวัสดิการได้ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสังเกตและแสดงความไม่เชื่อมั่นต่อระบบการโอนเงินรับแบบใหม่ หรือพร้อมเพย์ (Prompt Pay) ทั้งการโทร.ไปสอบถามข้อมูลจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) และการส่งต่อข้อมูลกันผ่านโลกออนไลน์ ทั้งในกรณีไม่ได้รับเงินเดือนของข้าราชการ การรับบำนาญของข้าราชการเกษียณอายุ และการรับเงินสวัสดิการจากทางการ นอกจากนั้นยังมีความกังวลถึงกรณีมี การส่งต่อข้อความที่ระบุว่าระบบดังกล่าวหากถูกแฮกเกอร์โจมตี และเกิดความเสียหายธนาคารจะไม่รับผิดชอบ

วานนี้ (5 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มอบหมายฝ่ายเศรษฐกิจไปสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อประชาชน ในการใช้ระบบอี-เพย์เมนต์, อี-บิดดิ้ง และพร้อมเพย์ ให้เกิดความสบายใจว่า มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยในข้อมูลภายหลังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนโดยเฉพาะการบริการพร้อมเพย์ที่มีความกังวลว่าจะเกิดความผิดพลาดในการโอนรับเงินผ่านทางหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์ ขณะที่ระบบอี-บิดดิ้ง ต้องทำให้เกิดความ ชัดเจนขึ้น ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจมากขึ้นว่าไม่มีฮั้วกัน

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวยืนยันถึงกรณีที่มีการส่งต่อในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า ประชาชนที่สมัครระบบ พร้อมเพย์ (Prompt Pay) แล้ว หากถูกแฮกเกอร์ โจมตีและเกิดความเสียหายทางธนาคารจะไม่รับ ผิดชอบว่า การเขียนสัญญาในการเข้าใช้บริการกับ ธนาคารอยู่บนพื้นฐานผู้ที่ทำผิดต้องรับผลที่ทำผิด แต่ภาษาที่เขียนไว้ในเงื่อนไขของธนาคารและถูกนำ ส่งต่อกันในโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อวานนี้ (4 ก.ค.) เป็น ภาษาที่แรงไปบ้าง ขณะนี้ได้รับการแก้ไขหมดแล้ว

“หากลูกค้าไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้นว่าเงินจะสูญหายไปจากบัญชี เพราะธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการพร้อมเพย์ยังอยู่และมีหน่วยงานที่คอยดูแลลูกค้าที่ไม่ได้ทำผิด หากลูกค้าไม่ได้ทำผิดแต่ถูกบุคคลภายนอกกระทำการแฮกเกอร์ ธนาคารพาณิชย์อาจจะต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนความน่าเชื่อถือของระบบพร้อมเพย์นั้น ธนาคารพาณิชย์เลือกใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยจากประเทศที่ได้รับความน่าเชื่อถือทั้งอังกฤษและสิงคโปร์

นายปรีดีกล่าวต่อว่า กรณีความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์นั้น ความรับ ผิดชอบของธนาคารจะเป็นลักษณะเดียวกับกรณีก่อน หน้านี้ที่มีการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Skimming ก๊อบปี้บัตรเอทีเอ็ม ซึ่งทางธนาคารยังดูแลรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายแก่ลูกค้าเป็นรายกรณีอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงกรณีที่มีข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ระบุว่า “บุคคลที่ควรต้องเข้าสู่ระบบพร้อมเพย์เป็นกลุ่มแรก คือ 1.ข้าราชการ หน่วยงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ 2.ผู้รับบำเหน็จบำนาญ 3.ผู้รับค่าตอบแทนจากรัฐ ตามสิทธิที่รัฐบาลจ่ายให้ 4.ผู้ประกอบธุรกรรมกับรัฐ เช่น รับเหมาก่อสร้างกับรัฐ และ 5.ผู้รับคืนภาษี... ผู้ที่ไม่สมัครพร้อมเพย์ ขอเตือนว่าสิ้นเดือน ต.ค.59 เป็นต้นไป เงินหลวง เงินรัฐ จะไม่จ่ายท่านอีกต่อไป เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งให้ทำแล้วท่านไม่ทำ แจ้งแล้วว่าจะจ่ายเงินผ่านพร้อมเพย์แล้วท่านยังเฉย”

โดย ธปท.ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน และธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติพร้อมเพย์ที่ ธปท.ออกไปก่อนหน้า เพื่อ รักษาผลประโยชน์ของลูกค้า

นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวลือในไลน์ หรือตามเว็บไซต์ต่างๆว่า หากข้าราชการ และ ผู้รับบำนาญไม่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ (Prompt Pay) จะไม่ได้รับเงินเดือน หรือเงินบำนาญ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ข้าราชการเกิดความสับสนและกังวลใจว่าจะไม่ได้รับเงินว่า กรมบัญชีกลางจึงขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งในปัจจุบันกรมบัญชีกลางจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง บำเหน็จบำนาญ ให้กับข้าราชการ ผู้รับบำนาญ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ โดยการโอนเงินเข้าบัญชีผ่านทางระบบจ่ายตรง ดังนั้น แม้ว่าจะ ยังไม่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ก็จะได้รับเงินเดือนเข้าบัญชีตามเดิม ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทะเบียนพร้อมเพย์ คือ ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน หรือเสียในอัตราที่ถูกลง ทั้งยังสามารถโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

“ยกตัวอย่าง ผู้รับบำนาญที่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์กับธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง โอนเงินให้กับเพื่อนผู้รับบำนาญที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์เช่นเดียวกัน โอนเงินให้ 5,000 บาท ต่างธนาคารและต่างสาขา จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ไม่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์จะเสียค่าธรรมเนียมในการโอนเงินครั้งละ 25 บาท หรือตามที่ธนาคารกำหนดไว้”.