วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รายงานชี้ จนท.ทำพลาดอื้อในการป้องกันโจมตีปารีส จี้ยกเครื่องขนานใหญ่

คณะกรรมาธิการสืบสวนในฝรั่งเศสเผยรายงานผลสรุปการสืบสวนเกี่ยวกับการก่อการร้ายในกรุงปารีส โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์มากมาย ทำให้ป้องกันการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอังคารที่ 5 ก.ค. คณะกรรมาธิการสืบสวนคดีก่อการร้ายแห่งรัฐสภาฝรั่งเศสเปิดเผยข้อสรุปการสืบสวนเหตุวินาศกรรมกรุงปารีส ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ปี 2015 โดยพบความผิดพลาดและการทำหน้าที่ที่ไม่สมบูรณ์ของเจ้าหน้าที่มากมาย จนทำให้ไม่อาจป้องกันการโจมตีครั้งนี้ได้ พวกเขายังเรียกร้องให้มีการยกเครื่องการทำงานของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยและหน่วยข่าวกรองของประเทศอย่างครอบคลุมด้วย

รายงานการสืบสวนเหตุโจมตีปารีสซึ่งใช้เวลาจัดทำนานกว่า 6 เดือนของคณะกรรมาธิการสืบสวนคดีก่อการร้ายแห่งรัฐสภาฝรั่งเศส มีข้อสรุปว่า การโจมตีในวันที่ 13 พ.ย. อย่างเช่นที่โรงละคร 'บาตากล็อง' ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 90 คน สามารถป้องกันได้ แต่ทว่าการขาดซึ่งความร่วมมือ, การสับสนในอำนาจหน้าที่ด้านการปฏิบัติ และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองที่ไม่เพียงพอ ทำให้การตอบสนองของเจ้าหน้าที่ในการยับยั้งการโจมตีช้าลง

"เราจะไม่โทษความผิดไปที่ใครหรือหน่วยงานใด" จอร์จ เฟอเนค ส.ส.ฝ่ายกลางขวา และประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนฯ กล่าว เขายังยกตัวอย่างหนึ่งในความล้มเหลวของการทำงาน คือ ตำรวจหน่วยพิเศษกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงบาตากล็องติดอาวุธไม่เพียงพอต่อการจัดการกับผู้โจมตี แต่เมื่อตำรวจกลุ่มนี้ขอยืมปืนไรเฟิลจู่โจมจากทหารซึ่งมาประจำการตามปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อจะได้บุกช่วยเหลือตัวประกัน ทหารกลับปฏิเสธอ้างว่าพวกเขาได้รับคำสั่งห้ามยิง "ความผิดพลาดเช่นนี้มีเยอะมาก" นายเฟอเนคกล่าว

รายงานการสืบสวนฉบับนี้ยังเรียกร้องให้มีการพัฒนาการปฏิบัติงานของหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานความมั่นคงขนานใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ การรวมหน่วยติดอาวุธเคลื่อนที่เร็วทั้ง 3 หน่วยของฝรั่งเศสมาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหตุที่บาตากล็อง ที่หน่วย จีไอจีเอ็น (GIGN) ของตำรวจ เนชันนัล ชองดาร์เมรี (National Gendarmerie) และหน่วย เรด (RAID) ของตำรวจแห่งชาติฝรั่งเศส (National Police) ซึ่งเป็นกองกำลังต่อต้านการก่อการร้าย กลายเป็นแค่กองหนุน แต่หน่วย บีอาร์ไอ (BRI) ที่เป็นหน่วยต่อต้านแก๊งอาชญากรรม กลับเป็นฝ่ายบุกช่วยตัวประกัน

"คงมีความผิดพลาดอะไรสักอย่างเกิดขึ้น เมื่อหน่วยพิเศษที่มีความสามารถระดับประเทศ (เรด และจีไอจีเอ็น) ทำตัวเป็นหน่วยเก็บกวาดให้กับกองกำลังท้องถิ่นที่ไม่เชี่ยวชาญ ทำไมหน่วยต่อต้านแก๊ง (บีอาร์ไอ) ถึงเป็นฝ่ายรับมือปฏิบัติการ ทั้งที่เรามีหน่วยหัวกะทิถึง 2 หน่วย เรด กลับเป็นแค่กองหนุน และ จีไอจีเอ็น กลับรั้งท้ายที่ท่าเรือ 'เก เดอส์ เซเลสแตงส์' " นายเฟอเนคกล่าว

อีกเรื่องที่น่ากังวลคือ ความซับซ้อนและการมีอำนาจหน้าที่ทับซ้อนกันของหน่วยงานข่าวกรองภายในประเทศหน่วยต่างๆ ของฝรั่งเศส หน่วยตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ เนชันนัล ชองดาร์เมรี 2 องค์กรตำรวจฝรั่งเศส ต่างมีหน่วยข่าวกรองของตัวเอง และแยกกันเก็บรวบรวมข้อมูล ขณะที่ ดีจีเอสไอ (DGSI) สำนักงานข่าวกรองในประเทศของฝรั่งเศส ซึ่งมีสมรรถนะระดับประเทศ มักยอมหลีกทางให้หน่วยพิเศษหรือตำรวจท้องถิ่น ซึ่งความล้มเหลวในด้านความร่วมมือระหว่าง ดีจีเอสไอกับตำรวจ ทำให้เกิดการหยุดชะงักในการติดตามสังเกตการณ์ นายซาอิด คูอาชี หนึ่งในพี่น้องคูอาชี ผู้ก่อเหตุกราดยิงที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ 'ชาร์ลี เอบโด' เมื่อเดือน ม.ค. 2015

เพื่อให้สายอำนาจปฏิบัติงานชัดเจน รายงานฉบับนี้จึงเสนอให้ทุกหน่วยของตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ เนชันนัล ชองดาร์เมรี อยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงมหาดไทย ส่วน ดีจีเอสไอ ซึ่งควบคุมโดยกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว ควรอยู่ใต้การสั่งการโดยตรงจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส

รายงานการสืบสวนยังพบความผิดพลาดในการเตรียมตัวเพื่อรับมือเหตุโจมตี โดยเจ้าหน้าที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับปฐมพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บจากการก่อการร้ายในขณะที่การโจมตียังคงดำเนินอยู่ ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นเนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรอเจ้าหน้าที่การแพทย์มาถึงเป็นเวลานาน นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นจุดอ่อนในการเก็บข้อมูลข่าวกรองในเรือนจำด้วย