วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

องค์กรพุทธ นัดบุกทำเนียบ จี้นายกฯ ตามกฤษฎีกาตีความ ม. 7 ปมตั้งสังฆราช

18 องค์กรพุทธนัดบุกทำเนียบรัฐบาลในสัปดาห์หน้า จี้นายกฯ ติดตามกฤษฎีกาตีความเรื่องเสนอชื่อพระสังฆราช หวั่นล่าช้าคณะสงฆ์เสียหาย

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 59 นายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอให้สำนักพระพุทธฯ ติดตาม ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวกับกรณีที่ทางรัฐบาลส่งเรื่องที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้รัฐบาลตีความในมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีนายกนก แสนประเสริฐ รอง ผอ.พศ. เป็นผู้รับหนังสือแทน ที่หอประชุมพุทธมณฑล จ.นครปฐม

นายเสถียร กล่าวว่า อยากขอให้ทางสำนักพระพุทธฯ ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากในมาตราดังกล่าวเป็นเรื่องการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช จึงไม่อยากให้มีการตีความล่าช้าเกินไป เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานกิจการคณะสงฆ์ไทย อีกทั้งมหาเถรสมาคม (มส.) ก็ได้มีมติเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีความเหมาะสมตามกฎหมายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.2559 ซึ่งการดำเนินการของคณะสงฆ์จะยึดตามกฎหมาย และโบราณประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมา

อย่างไรก็ตามสัปดาห์หน้าสนพ.พร้อมด้วยองค์กรพุทธอีก 18 องค์กร อาทิ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นต้น จะรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย ส่วนตัวมองว่า ไม่ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความเรื่องนี้ออกมาอย่างไร เช่น หากตีความว่าต้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีความเหมาะสม ทางนายกฯ ก็ต้องดูตามกฎหมาย และปรึกษามส.ก่อน ซึ่งคุณสมบัติตามกฎหมายคณะสงฆ์ฉบับปัจจุบันก็ระบุไว้ชัดเจนว่าจะต้องเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์

ด้าน นายกนก กล่าวว่า ทางพศ.ได้มอบให้ตนไปชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งจากการร่วมประชุมพบว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยตนได้นำหลักฐานทางประวัติศาตร์ ข้อปฏิบัติ ที่เกี่ยวกับการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ทั้ง 19 พระองค์ไปชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เชื่อว่าการพิจารณาตีความคงใช้เวลาอีกไม่นาน และแม้ว่าในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 นี้ จะเป็นครั้งแรกที่นำระเบียบปฏิบัติที่ระบุไว้ในมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 มาใช้ แต่แนวทางหลักๆ แทบจะไม่ต่างจากแนวปฏิบัติที่เคยปฏิบัติกันมาตั้งแต่อดีต ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็มีความเข้าใจว่าในเรื่องการเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราชนั้น จำเป็นต้องถามสังฆทัศนะจาก มส.ก่อน

18 องค์กรพุทธนัดบุกทำเนียบรัฐบาลในสัปดาห์หน้า จี้นายกฯ ติดตามกฤษฎีกาตีความเรื่องเสนอชื่อพระสังฆราช หวั่นล่าช้าคณะสงฆ์เสียหาย 5 ก.ค. 2559 18:25 ไทยรัฐ