วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“พลาวุธ ลิมปิวิวัฒน์กุล” ผู้บริหารโรงงานหินอ่อน-แกรนิต ยึดคำพ่อสอน ความขยัน คือบ่อเกิดความสำเร็จ

“พลาวุธ ลิมปิวิวัฒน์กุล” ผู้บริหารโรงงานหินอ่อน-แกรนิต ยึดคำพ่อสอน ความขยัน คือบ่อเกิดความสำเร็จ

  • Share:

เรียนรู้การทำงานและซึมซับความขยันของบุพการีมาไว้อย่างเต็มอิ่ม จนทำให้ “พลาวุธ ลิมปิวิวัฒน์กุล” ผู้บริหารหนุ่มทายาทห้างแพลทตินั่ม มอลล์ สามารถต่อยอดธุรกิจของครอบครัวได้อย่างเต็มตัว จนกลายเป็นผู้บริหารที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งในชั่วโมงนี้

บอย–พลาวุธ ผู้บริหารหนุ่มหน้าหยกวัย 29 ปี ลูกชายคนสุดท้องในจำนวน 2 คนของ พิรุณ-พรรณพิลัย ลิมปิวิวัฒน์กุล เจ้าของบริษัท Bangkok International Stone โรงงานหินอ่อนและหินแกรนิต, Platinum Fashion และโรงแรม Novotel Platinum เล่าว่า พอเรียนจบปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ ที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเข้ามาทำงานที่บ้าน ก็ได้ไปฝึกงานที่ “ฟอร์ไมก้า กรุ๊ป” ผู้ผลิตแผ่นลามิเนทฟอร์ไมก้า หินสังเคราะห์ โดยทำงานทุกอย่างทุกหน้าที่ เพราะพ่ออยากให้เรียนรู้งานทุกตำแหน่ง เพื่อที่จะได้รู้ว่า งานแต่ละอย่างเป็นอย่างไร และคนทำงานเขาคิดอย่างไรก่อนที่จะมาทำธุรกิจของครอบครัวแทนพ่อ ที่ต้องดูแลห้างแพลทตินั่ม มอลล์ เพราะมีหุ้นส่วนที่ต้องดีล ส่วนตนและพี่ชาย (พารณ ลิมปิวิวัฒน์กุล) ดูแลโรงงานหินอ่อนและหินแกรนิต โดยพี่ชายเป็นกรรมการผู้จัดการโรงงาน ตนเป็นรองกรรมการผู้จัดการ ดูแลในเรื่องการสั่งซื้อวัตถุดิบ ที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกและงานบริหารทั่วไป

ถึงแม้จะเป็นลูกเถ้าแก่ แต่ บอย บอกว่า งานก็หินสมกับงานที่รับผิดชอบเหมือนกัน! “พวกผมเข้ามารับช่วงทำงานเจนฯที่ 2 ก็กดดันนะครับ เราก็อยากทำให้ดี ทำให้พ่อและแม่ภูมิใจ สานต่องานที่เขาสร้างขึ้นมา และทำให้ดียิ่งขึ้นไป โดยอยากทำ ให้บริษัทเราเป็นเบอร์ 1 ของเมืองไทย อยากให้เป็นที่แรกที่ลูกค้านึกถึง ซึ่งตอนนี้เราก็ ดูแลโครงการใหญ่ทั้งสยามพารา–กอนและเอ็มโพเรียม แต่เราก็หยุดอยู่กับที่ไม่ได้ ต้องพัฒนาตัวเองไปตลอด ในส่วนของการทำงาน คุณพ่อเป็น คนสอนผมกับพี่ชายในทุกๆเรื่อง แล้วให้เราลุยงานกันเอง ให้เรียนผิดเรียนถูกด้วยตัวเอง แต่ถ้าผิดเยอะก็ค่อยมาเตือน นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่พ่อสอนและทำให้เราเห็นตลอดเวลาคือ “ความขยัน” ท่านจะพูดเสมอว่า ถ้าเราขยันแล้ว ทุกอย่างก็จะตามมาเอง ทั้งความใส่ใจ ความคิด...”

ด้วยคำสอนของพ่อที่ว่า “ถ้าจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม พ่อขอลูกๆคำเดียวว่า อยากทำอะไรทำเลย ขอให้สิ่งที่ทำถูกกฎหมายเท่านั้น” จึงทำให้หนุ่มผู้บริหารรายนี้ สามารถสร้างธุรกิจที่ตนเองชื่นชอบทั้งที่งานล้นมือ “ตอนนี้ผมก็หุ้นกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นและฮ่องกง เปิดร้านตัดผม LUSRICA แถวสุขุมวิท (ทองหล่อ 13) ที่เปิดร้านนี้ขึ้น เพราะตัดผมกับช่างที่เป็นหุ้นส่วน ส่วนธุรกิจอื่นที่ บอย สนใจและใฝ่ฝันอีกอย่าง “ผมอยากทำทีมฟุตบอลครับ ด้วยความที่ชอบเล่นกีฬา เคยเป็นเยาวชนไทยไปฝึกเตะฟุตบอลกับทีมเยาวชนเชลซีของอังกฤษ ซึ่งเราสามารถเอาหลักของกีฬามาใช้กับงานได้ คือ เราต้องทำงานกันเป็นทีมครับ เวลาทำงานหรือเล่นกีฬาก็อยากให้ทุกคนทุ่มอย่างเต็มร้อย”

ส่วนความภูมิใจในชีวิตของหนุ่มคนนี้ คือ “การได้เห็นพ่อแม่มีความสุข และอยากตอบแทนบุญคุณ โดยทำให้ท่านมีความสุข ด้วยการตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดนั่นแหละครับ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้