วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พร้อมเพย์...พร้อมแน่หรือ? โปรดฟังคำท้วงติงไว้ด้วย

โดย ซูม

ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านเขียนถึงเรื่องใหม่ทันสมัยสุดๆ สำหรับสังคมไทยคือเรื่อง “พร้อมเพย์” ระบบการโอนเงิน จ่ายเงินรูปแบบใหม่ที่จะผูกติดกับบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์ ตามแผนปฏิบัติการเพื่อมุ่งสู่โครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติของรัฐบาลชุดนี้...อีกสักวันนะครับ

เพราะหลังจากที่เขียนทำนองบอกกล่าวเล่าสิบว่า เรื่องนี้กำลังฮิตเดินผ่านธนาคารไหนจะเห็นแผ่นป้ายโฆษณาเชิญชวนให้ลูกค้ายื่นสมัครเพื่อใช้บริการ “พร้อมเพย์” กันยกใหญ่ไปแล้วเมื่อวานนี้

ผมก็ไปเปิดอ่านเจอ “ข้อสังเกต” ที่มีผู้สันทัดกรณีในเรื่องไฮเทคฝากเอาไว้ถึง 2 แห่ง 2 ที่ จึงขออนุญาตที่จะสรุปนำมาฝากผู้รับผิดชอบโครงการนี้เอาไว้ด้วย

เป็นบทความในเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ ประจำวันที่ 3 ก.ค. กับในหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมานี่เอง

ทั้ง 2 บทความดังกล่าวนี้ ได้ตั้งประเด็นเรื่องความปลอดภัยของระบบเอาไว้ว่า ในยุคที่ภัยคุกคามทางออนไลน์ยังระบาดเช่นนี้ “พร้อมเพย์” จะมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด

ในบทความของ “โพสต์ทูเดย์” ถึงกับตั้งหัวเรื่องว่า “ระบบป้องกันและกฎหมายยังไม่พร้อมรับ...พร้อมเพย์” เลยทีเดียว

สำหรับเนื้อหาของบทความ มีตอนหนึ่งกล่าวว่า

“มีตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ที่มีระบบชำระเงินเอนี่ไอดี (ที่บ้านเราเรียกว่าพร้อมเพย์นี่แหละ) มา 30 ปี ใช้บัตรประชาชนผูกกับเบอร์บัญชี ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการขโมยข้อมูลส่วนตัว หรือปลอมแปลงตัวตน เพื่อหลอกลวงให้โอน หรือขโมยเงินในบัญชีคนอื่นได้”

ในส่วนของกฎหมายที่ควรจะมีไว้รองรับ แต่ยังไม่มีนั้น บทความนี้กล่าวว่า “กฎหมายการเงินที่เกี่ยวกับธุรกรรมดิจิตอลยังไม่มี หากมีข้อโต้แย้งมีการปฏิเสธว่า ไม่ได้โอนให้ทำไมเงินออกจากบัญชี หรือรัฐบาลโอนสวัสดิการเข้าบัญชีแล้วไม่ได้รับจะแก้ข้อพิพาทอย่างไร”

รวมทั้งฝากข้อห่วงใยไว้อีกข้อหนึ่งว่า

“การผูกการโอนเงินกับหมายเลขโทรศัพท์ หากมีความไม่ปลอดภัย จากระบบสื่อสาร ธปท.ก็ไม่สามารถเข้าไปกำกับได้ ฉะนั้นจึงต้องเน้นย้ำ กสทช. ผู้กำกับดูแลออกกฎหมาย เพื่อบังคับให้ค่ายมือถือใส่ใจความปลอดภัยของผู้บริโภคสูงสุด”

นอกจากนี้ ในบทความดังกล่าวยังมีการหยิบยกข้อมูลมาให้เห็นถึง “ภัย” ในโลกออนไลน์อยู่ 2-3 ข้อมูล เช่น...

“ในไตรมาสแรกมีการโจมตีระบบออนไลน์แบงก์กิ้ง 2,612 ราย ในเดือนมีนาคมมีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายบนมือถือ 2.59 แสนรายการ พบไวรัส 10,833 รายการเพิ่มขึ้นจาก 3.6 เปอร์เซ็นต์ เป็น 4.2 เปอร์เซ็นต์”

ผมเองยอมรับโดยส่วนตัวว่า เป็นคน “โล–เทค” ไม่สันทัดในเรื่อง “ไฮเทค” อย่างยิ่งเวลาอ่านว่าในโลกออนไลน์ อาจมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ หรืออาจโดนจู่โจมอย่างโน้นอย่างนี้ จึงไม่เข้าใจเท่าไรนัก

แม้ในบทความของผู้จัดการที่ใช้ชื่อหัวเรื่องว่า “พร้อมเพย์ ไม่ปลอดภัย? ยุคภัยคุกคามโลกออนไลน์ระบาด” จะอธิบายด้วยภาษาและศัพท์แสงง่ายๆ พร้อมยกตัวอย่างในชีวิตจริงหลายๆตัวอย่าง แต่คนที่อ่อนพื้นฐานในเรื่องไฮเทคอย่างผมก็ยังไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งอยู่ดี

แต่ก็จับประเด็นได้ว่าผู้เขียนบทความมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการที่ประเทศไทยของเรากำลังจะเดินสู่ระบบนี้จึงได้ตั้งประเด็นถามไว้ว่าได้ดูแลหรือเตรียมตัวป้องกันความสุ่มเสี่ยงต่างๆมากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกันก็มิได้ตั้งใจจะนำประเด็นปัญหามาทำให้ประชาชนเกิดหวั่นกลัว จนไม่กล้าสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ แต่เพื่อให้รู้เท่าทัน รู้จักป้องกันตนเอง และใช้บริการพร้อมเพย์อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เราต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ผมเองก็เช่นกันครับ มิได้มีเจตนาที่จะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือแต่อย่างใดทั้งสิ้น ที่เขียนไว้เมื่อวานก็ช่วยประชาสัมพันธ์ รวมทั้งให้กำลังใจอยากให้โครงการเกิดขึ้น และประสบผลสำเร็จ

แต่เมื่อมีการฝากข้อคิด ฝากข้อสังเกต ฝากความห่วงใยเอาไว้พอสมควรเช่นนี้ ก็อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับฟัง และนำไปเป็นประเด็นที่จะต้องระมัดระวังต่อไปด้วย

คนไทยที่เป็นคนขี้โกง หรือเป็นมิจฉาชีพระดับไฮเทคยุคนี้มีเยอะและไม่ได้แพ้มิจฉาชีพต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย...ระมัดระวังอะไรไว้ก่อนได้ก็ต้องระวังให้เต็มที่ครับ.

“ซูม”

5 ก.ค. 2559 10:16 5 ก.ค. 2559 10:16 ไทยรัฐ