วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อนาคตไทยน่าเป็นห่วง เศรษฐกิจโตแบบเอียงกระเท่เร่

อนาคตไทยน่าเป็นห่วง เศรษฐกิจโตแบบเอียงกระเท่เร่

  • Share:

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ไปบรรยายเรื่อง “รัฐวิสาหกิจโฉมใหม่ กับบทบาทต่อเศรษฐกิจไทย” ให้นักศึกษาหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน (วธอ.) รุ่นที่ 3” ฟังวันก่อน ได้วาดภาพ “โครงสร้างเศรษฐกิจไทย” ให้ดู เลยได้เห็นภาพเศรษฐกิจไทยวันนี้ว่า “เติบโตแบบเอียงข้าง” ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุล จนน่าเป็นห่วงว่าอนาคตประเทศไทย จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างไร

ข้อมูลที่ ดร.เอกนิติ นำมาเล่าให้ นักศึกษา วธอ.3 ฟัง ก็เป็นข้อมูลทั่วไปของหน่วยงานรัฐ แต่เมื่อนำมาร้อยเรียงกัน ทำให้เห็นภาพการพัฒนาที่ไม่สมดุล จนเกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้อง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เสียที

ดร.เอกนิติ นำตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 มาเรียงให้ดู ก็พบว่า การส่งออกสินค้าและบริการมีสัดส่วนถึง 75.3% ของจีดีพีที่แท้จริง (Real GDP) และเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ เมื่อเศรษฐกิจโลกแย่ การส่งออกลดลง จีดีพีไทยก็แย่ลดลงตาม ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

การลงทุนภาครัฐ ที่รัฐบาลคุยฟุ้งเป็นแผ่นเสียงตกร่องมา 2 ปีกว่า โครงการลงทุนกว่า 1.4-2 ล้านล้านบาท ในภาพรวม กลับมีสัดส่วนเพียง 4.9% ของจีดีพีที่แท้จริงเท่านั้น จึงไม่มีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไปได้ แค่สร้างความมั่นใจให้เอกชนเท่านั้น

การบริโภคของเอกชน ที่รัฐบาลหวังให้เป็นเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ไตรมาสแรกจะมีสัดส่วน 50.9% ของจีดีพีที่แท้จริง แต่ ผู้บริโภคกลับมีกำลังซื้อที่อ่อนแอ เพราะเศรษฐกิจในประเทศไม่ดี ราคาพืชผลตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อของประชาชนระดับล่างลดลง

เมื่อนำ เครื่องยนต์เศรษฐกิจทั้ง 4 ตัว ไปใส่บนปีกของเครื่องบินที่สมมติว่าเป็นประเทศไทย ก็ส่งผลให้ “เครื่องบินประเทศไทยบินเอียงข้าง” เพราะ เครื่องยนต์ส่งออกและบริการมีกำลังแรงถึง 75.3% ของจีดีพี แต่ การลงทุนของรัฐมีกำลังเพียง 4.9% และการบริโภคของเอกชนมีกำลังเพียง 50.9% ก็ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ เครื่องบินประเทศไทยจึงจะบินอย่างสมดุลได้ ต้องมีรัฐบาลที่เก่งจริงๆ เท่านั้น

เมื่อวันจันทร์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็ได้พูดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอดีตที่ไปเลียนแบบ “โมเดลญี่ปุ่น” จนเศรษฐกิจไทยกลายเป็น Export Economy (เศรษฐกิจที่พึ่งการส่งออกเป็นหลัก) ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งเห็นจุดอ่อนว่า การเติบโตเศรษฐกิจอย่างเดียวจะเกิดปัญหาทั้ง ความยากจน ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ความหวาดกลัว ในที่สุดสังคมจะอยู่ไม่ได้ หากมีคนรวยนิดเดียว แต่คนจนมหาศาล มันง่ายที่จะเกิดกลียุคขึ้นมา

กลับมาที่เรื่องเดิมต่อครับ ดร.เอกนิติ ยังชี้ให้ นักศึกษา วธอ.3 เห็นถึงปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยว่า “โตกระจุกอยู่เพียง 2 จุด” เท่านั้นคือ กรุงเทพมหานคร กับ ภาคตะวันออก วันนี้ยิ่งเห็นชัดเจนเมื่อ ครม.เพิ่งผ่าน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor ใน 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เพื่อให้เป็น “เขตการค้าเสรี” และ “ศูนย์กลางการค้าการลงทุนในอาเซียน” ในช่วง 5 ปีแรกจะมีการลงทุนใน 3 จังหวัดนี้ราว 1.4 ล้านล้านบาท เป็นการตอกย้ำว่า รัฐบาลยังลงทุนกระจุกอยู่แค่กรุงเทพฯและภาคตะวันออกเป็นหลัก

นี่คือ จุดอ่อนการพัฒนาประเทศไทย ที่ ดร.สมคิด พูดถึง ยิ่งพัฒนา ยิ่งเหลื่อมล้ำ

ผมยังจำได้ว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัว ของ คนภาคตะวันออก สูงกว่า คนกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ คนระยอง รายได้ต่อหัวเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป คนชลบุรี ก็มีรายได้ต่อหัวเกิน 5 แสนบาทขึ้น แต่หาข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ไม่ได้ ก็เลยไม่มีตัวเลข ความไม่เท่าเทียมในการพัฒนาประเทศ จะส่งผลให้เศรษฐกิจเอียงกระเท่เร่ไม่สมดุลไปทุกส่วน อนาคตประเทศไทย จึง น่าเป็นห่วงจริงๆ อย่างที่ ดร.สมคิด เป็นห่วง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้