วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวยออกที่กัมพูชา

นายประยงค์ ใสโต นายกสมาคมรองผู้อำนวยการสถานศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “ทิศทางการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของโลกยุคปัจจุบัน” ในโครงการอบรมสัมมนาวิชาการและประชุมใหญ่ สามัญประจำปี 2558 ที่โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พุธ วันนี้ 09.00-12.00 น.

ผมเคยตาม ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษาสภาธุรกิจไทย-บังกลาเทศที่มีนายมิ่งขวัญ ฉายาวิจิตรศิลป์ เป็นประธานสภา ไปพูดที่สมาคมหอการค้ากรุงธากา และคณะเคยเดินทางจากกรุงธากาไปเมืองจิตตะกอง เพื่อเยือนโรงงานผลิตเสื้อผ้า รองเท้า จำนวนมากมายหลายสิบแห่ง โรงงานเหล่านี้ลงทุนโดยนักธุรกิจเกาหลี ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ สิบกว่าปีที่แล้ว อุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้าและรองเท้า ไม่มีที่ไหนสู้บังกลาเทศได้ เพราะค่าแรงที่นั่นถูกมาก แถมยังได้สิทธิพิเศษทางภาษีและไม่จำกัดโควตาจากอีกหลายประเทศ

สิบกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อมีนักลงทุนถามถึงประเทศที่ควรไปตั้งฐานผลิตเสื้อผ้า รองเท้า คอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลกก็จะแนะนำบังกลาเทศเป็นอันดับแรก แต่วันนี้ขอเปลี่ยนประเทศที่ควรจะลงทุนหน่อยครับ ด้วยในห้วงช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลบังกลาเทศกวาดล้างนักรบญิฮาดในท้องถิ่นไปมากกว่า 11,000 คน มีคนบอกว่าเป็นการจับกุมตามอำเภอใจ นึกอยากจะจับใครก็จับ บางทีก็จับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและก็ยัดข้อหาก่อการร้ายให้

รัฐบาลบังกลาเทศปฏิเสธมาตลอดว่าประเทศของตนเองไม่มีกลุ่มก่อการร้ายระดับโลกอย่างพวกไอเอสและอัลกออิดะห์เข้ามาฝังตัว เพราะกลัวนักลงทุนต่างชาติจะหนีไปที่อื่น แต่ตอนนี้การก่อการร้ายในบังกลาเทศแรงขึ้นเรื่อยๆ 1 กรกฎาคม 2559 มีการโจมตีคาเฟ่สไตล์ตะวันตก โฮลี อาร์ติซัน เบเกอรี่ ในย่านคุลศาน จับตัวประกันไว้เยอะแยะ และให้ท่องอัลกุรอาน คนไหนท่องได้ก็ปล่อย คนไหนท่องไม่ได้ก็ใช้มีดยาวหั่นคอให้ตายทีละคน รวมทั้งหมดตายไป 20 คน เป็นญี่ปุ่น 7 คน อิตาลี 9 คน ฯลฯ พวกนี้ก็ทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอทั้งนั้น

บังกลาเทศมีพรมแดนประชิดติดกับเมียนมา รัฐยะไข่ของ เมียนมามีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งและฆ่ากันตาย เป็นความขัดแย้งระหว่างเมียนมาพุทธกับโรฮีนจามุสลิม เรื่องนี้ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือชาวเมียนมาพุทธรวมตัวกันเข้าไปเผามัสยิดที่เมืองพะโคที่อยู่ในเมียนมาภาคกลาง และเริ่มลามไปตามที่ต่างๆหลายแห่งทั่วประเทศ ข่าวลับที่ไม่ลับก็คือพวกญิฮาดที่จะเข้าไปปกป้องศาสนาในเมียนมาเตรียมพร้อมกันอย่างเต็มที่แล้วครับ เดิมเราคิดว่าเมียนมามีรัฐบาลที่มาจากพลเรือนแล้ว เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนจะเบาบางลงไป ใครถามถึงประเทศที่น่าสนใจเข้าไปลงทุน เปิดฟ้าส่องโลกก็แนะนำเมียนมาเป็นลำดับที่ 2 ต่อจากบังกลาเทศ

แต่ตอนนี้ก็ต้องยกเลิกคำแนะนำทั้ง 2 ประเทศ เพราะสถานการณ์การก่อการร้ายและการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์/ศาสนา ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั้งสองแห่ง

หวยน่าจะไปตกที่กัมพูชา เพราะค่าแรงงานถูก แม้ว่ารัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำในอุตสาหกรรมสิ่งทอและรองเท้าเมื่อกุมภาพันธ์ 2557 มาอยู่ที่ระดับ 95 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน+เงินช่วยเหลือด้านสุขภาพ 5 ดอลลาร์=100 ดอลลาร์ ก็ยังถือว่าต่ำ บวกกับสิทธิพิเศษทางภาษีที่กัมพูชาได้จากหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย สองสามปัจจัยนี่ทำให้กัมพูชาเป็นดินแดนในฝันของนักลงทุน

นักลงทุนไทยก็ต้องย้ายฐาน เพราะตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 อียูตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย 6,200 รายการ เดิมเราส่งรองเท้าแตะและรองเท้าใส่ภายในบ้านไปขายใน 28 ประเทศในอียู เราเสียภาษีแค่ร้อยละ 4.5 แต่ตอนนี้ต้องเสียถึงร้อยละ 8 หรืออย่างรองเท้าผ้าใบ เคยเสียภาษีร้อยละ 7.8 ตอนนี้ต้องเสียภาษีนำเข้าสูงถึงร้อยละ 17.8

ตั้งแต่ พ.ศ.2557-2558 เป็นต้นมา เราผลิตของส่งไปขายให้โลกยากขึ้นแล้วครับ ทางออกของเราก็คือย้ายฐานไปบังกลาเทศ เมียนมา และกัมพูชา

บังกลาเทศกับเมียนมาก็มีปัญหาอย่างที่ผมเรียนรับใช้ไปแล้ว

หวยมาออกที่กัมพูชาครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

5 ก.ค. 2559 09:59 ไทยรัฐ