วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกลียดตัวกินไข่...จีเอ็มโอ

โดย สะ-เล-เต

20 ปีแล้ว...ที่เราได้รู้จักพืชเทคโนชีวภาพ จีเอ็มโอ แม้หลายประเทศทั่วโลกมีท่าทีเป็นบวกมากขึ้น แต่มิอาจทำให้ไทยเปลี่ยนท่าทีไปจากเดิม

ตั้งแต่แรกเริ่ม ปี 2539 มีพื้นที่ปลูกพืชจีเอ็มโอ 10.6 ล้านไร่ ปัจจุบันมีปลูก 12,500 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 เท่า...มี 28 ประเทศทั่วโลก สนับสนุนให้เกษตรกรในประเทศปลูกพืชจีเอ็มโอ ยังไม่นับพวกทดลองปลูก และแอบปลูกอีกหลายประเทศ โดยพืชหลักๆ มีถั่วเหลือง ข้าวโพด ฝ้าย และคาโนล่า (พืชน้ำมัน)

ข้อมูลการวิเคราะห์ล่าสุด โดยกลุ่มนักวิชาการยุโรปเมื่อปี 2557 ระบุว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พืชจีเอ็มโอทำเงินให้เกษตรกรไปแล้วไม่น้อยกว่า 5.25 ล้านล้านบาท ช่วยบรรเทาความยากจนในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนากว่า 65 ล้านคน คิดเป็น 90% ของประเทศที่ปลูกพืชจีเอ็มโอ ช่วยเพิ่มผลผลิต 22% ลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชประมาณ 584 ล้าน กก. หรือ 37%

แค่ปี 2557 ปีเดียว ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 27,000 ล้าน กก. หรือเท่ากับเอารถยนต์ออกจากถนน 12 ล้านคัน

ลดความต้องการปัจจัยการผลิตจากภาย นอกเกือบ 100% เนื่องจาก จีเอ็มโอช่วยให้พืชมีภูมิป้องกันตนเอง ช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะได้ผลผลิตเพิ่มไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก ไม่ต้องบุกรุกป่าเพิ่ม

เพิ่มกำไรสุทธิให้เกษตรกร 68% เพิ่มผลผลิตรวมประมาณ 515 ล้านตัน ในขณะที่ปลูกพืชทั่วไปแบบเดิมกว่าจะได้ผลผลิตเท่านี้ ต้องใช้พื้นที่เพิ่ม 950 ล้านไร่

เป็นข้อมูลอีกด้านที่ถูกเปิดเผยในเวทีแถลงข่าว พืชจีเอ็มโอ : ทางเลือกที่จะอยู่รอดของเกษตรกรไทย โดย สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย มั่นคง ยั่งยืนแห่งชาติ (สกป.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่กระนั้นฝ่ายต่อต้านยังคงชี้ให้เห็นถึงข้อด้อยและอันตรายมาตลอด ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนพยายามรวบรวมข้อมูลใหม่มานำเสนอสังคมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นข้อโต้แย้งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ แม้กระทั่ง ครม. อำนาจพิเศษ ยังต้องถอย...ดองร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ ด้วยเหตุผลยังไม่ถึงเวลาอันควร

ในขณะที่เพื่อนบ้านหันไปใช้บริการจีเอ็มโอกันหมดแล้ว...ถึงเวลาหรือยังที่ไทยต้องกล้าตัดสินใจ หรือจะยังคงดำรงตนแบบ เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ไม่ปลูกเอง แต่ซื้อเขากินอยู่เช่นเดิม.

สะ–เล–เต

5 ก.ค. 2559 09:46 ไทยรัฐ