วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีกบทเรียนหนึ่งของ คสช.

ก่อนหน้านี้ยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่า คสช.จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การลงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ป้องกันระงับ ยับยั้ง เหตุที่จะนำไปสู่ความไม่สงบ สุดท้ายก็ได้เห็นภาพที่ชัดเจนด้วยการตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสนับสนุนการทำประชามติ

เหตุผลก็คือสนับสนุน กกต.ในการจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้การจัดทำประชามติเรียบร้อย สุจริตและเที่ยงธรรม

ทั้งนี้ในทุกจังหวัดและอำเภอเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.59 เป็นต้นไป ระดับจังหวัดให้ผู้ว่าฯเป็น ผอ.ศูนย์ ระดับอำเภอให้นายอำเภอเป็น ผอ.ศูนย์ มีหัวหน้าส่วนราชการเป็นกรรมการ

มีภารกิจหลัก 3 ประการดังนี้

1.บริหารจัดการ จัดทำแผนเผชิญเหตุ

2.ติดตามสถานการณ์ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ด้านการข่าว เสาะหาข่าวบิดเบือนเนื้อหารัฐธรรมนูญ การทำผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือเหตุความไม่สงบเรียบร้อย

3.การแก้ไขปัญหาการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ

โดยแบ่งสถานการณ์ออกเป็น 3 ระยะคือ ก่อนวันลงประชามติ 1 ก.ค.-6 ส.ค. วันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. และหลังวันออกเสียงประชามติ 8-10 ส.ค.หรือจนกว่าจะเรียบร้อย

ก็ไม่ต้องไปตีความให้มากความว่าทำไมต้องตั้งศูนย์ฯนี้ขึ้นมา แม้ว่าจะใช้เหตุผลที่ฟังดูดีว่าเพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการลงประชามติให้เป็นที่ยอมรับของทุกคนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ยังเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับศูนย์ฯนี้ได้โดยเฉพาะพวกที่จะจัดตั้งด้วย

ใครอยากร่วมก็ยินดีต้อนรับ...ทำนองนั้น

ในสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมาการดำเนินการในการจัดทำประชามติไม่เฉพาะพวกที่ต้องการควํ่ารัฐธรรมนูญที่ออกมาเคลื่อนไหวเท่านั้น

แต่ในส่วนของฝ่ายที่รับผิดชอบกับการจัดทำประชามติโดยตรงไม่ว่าจะเป็น กกต.-กรธ.ก็มีปัญหาเพียงต่างประเด็นกันเท่านั้น

กรธ.นั้นเกิดปัญหาที่ว่ามีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการบิดเบือนข้อเท็จจริงเนื้อหารัฐธรรมนูญรวมถึงมีการข่มขู่ว่าจะตรวจสอบการออกไปชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ก.-ข.-ค. เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้อย่างเข้มข้น

นั่นเป็นปัญหาหนึ่งที่ กรธ.ไม่รู้จะแก้อย่างไร

กกต.ก็ไม่ต่างกันโดยเฉพาะการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ

แต่เมื่อมีการตั้งศูนย์ขึ้นมาก็น่าจะทำงานสบายใจขึ้น

ว่าที่จริงแล้วสิ่งที่เห็นก็คือการทำงานของ กกต.นั้นค่อนข้างจะล่าช้า ทั้งๆที่การลงคะแนนจะเหลืออีกเพียงไม่กี่วันแต่ก็ยังจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญไม่ถึงมือประชาชน

นี่ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ผลที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าเป็นเพราะ คสช.เองที่ออกกฎกติกาเข้มงวดในการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยจนบานปลายออกมาอย่างนี้

แต่เมื่อแก้ไขไม่ได้ก็ต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นเป็นลำดับ

แน่นอนว่าผลพวงที่ต้องมาถึงจุดนี้ก็เพราะการตั้งข้อสันนิษฐานว่าฝ่ายตรงข้ามจะต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นมาจึงต้องตัดไม้ข่มนามเอาไว้ก่อน

ซึ่งความเป็นจริงก็มองอย่างนั้นได้ เพียงแต่มีการประเมินสถานการณ์ที่ตํ่าเกินไปจนบานปลายและยังไม่เชื่อในอำนาจที่มีอยู่

สิ่งที่น่าจะปล่อยให้เป็นธรรมชาติของมันก็เลยกลายเป็นปัญหาขึ้นมา.

“สายล่อฟ้า”

5 ก.ค. 2559 09:39 5 ก.ค. 2559 09:39 ไทยรัฐ