วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กสทช.สั่งปิด พีซทีวี 30 วัน ชี้ละเมิดข้อตกลงเนื้อหา ตาม ก.ม.

กสทช.สั่งปิด พีซทีวี 30 วัน ชี้ละเมิดข้อตกลงเนื้อหา ตาม ก.ม.

  • Share:

กสทช.สั่งปิด "พีซทีวี" ของกลุ่มเสื้อแดง 30 วัน มีผลตั้งแต่ 10 ก.ค. 59 เหตุออกอากาศเนื้อหาละเมิดบันทึกข้อตกลงตามกฎหมาย 3 รายการ

วันที่ 4 ก.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มติพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์ "พีซทีวี" ซึ่งมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นผู้บริหารสถานี เป็นเวลา 30 วัน มีผลวันที่ 10 ก.ค. 2559

โดยมตินี้เป็นการพิจารณากำหนดมาตรการทางปกครองของโทรทัศน์ช่อง "พีซทีวี" เนื่องจากทำขัดเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลง ที่ "พีซทีวี" ทำไว้กับ กสทช. โดยออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาต้องห้ามตามกฎหมาย ได้แก่ รายการ “เข้าใจตรงกันนะ” วันที่ 11 มี.ค. และ 21 มี.ค. 59/ รายการ “เข้มข่าวดึก” วันที่ 24 มี.ค. 59 และรายการ “ห้องข่าวเล่าเรื่อง” วันที่ 28 มี.ค. 59)

ขณะที่ "พีซ ทีวี" ได้ยื่นหนังสือคัดค้านความเห็นของอนุกรรมการด้านผังรายการ และเนื้อหาของ กสทช. เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 59 ต่อมา สำนักงานได้มีการเชิญผู้แทน 3 หน่วยงาน ได้แก่ หัวหน้าคณะทำงานติดตามสื่อ ส่วนงานการรักษาความเรียบร้อย คสช. ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาร่วมให้ข้อมูลแก่คณะอนุกรรมการด้านผังรายการฯ มาหารือ

โดยคำสั่งตามมติบอร์ด กสทช. วันนี้ เป็นการอาศัยอำนาจตาม MOU ระหว่างผู้ประกอบการ กับ กสทช. เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับ คำสั่งตามประกาศของ คสช. หรือ ม.37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 ของ กสทช.

ผศ.ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า ที่ประชุม มีมติเสียงข้างมากให้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของช่อง พีซ ทีวี ของบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด เป็นเวลา 30 วัน และได้มีความเห็นต่อวาระนี้ คือ 1. การออกอากาศรายการดังกล่าวเป็นการกระทำที่แยกต่างหากจากการกระทำ และการมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ช่องรายการ พีซ ทีวี ซึ่งศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีปกครอง หมายเลขดำที่ 1163/2558 การพิจารณาในการกระทำครั้งนี้ จึงต้องดำเนินการพิจารณาให้เป็นไปตามกระบวนการ และขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

2.เมื่อข้อเท็จจริง ตามที่ปรากฏในเอกสารวาระการประชุมที่สำนักงาน กสทช.เสนอ พบว่า การดำเนินการในครั้งนี้ ต่อช่องรายการ พีซ ทีวี ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเชิญบริษัท พีช เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ช่องรายการพีซ ทีวี พร้อมทั้งผู้แทนของฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน มาให้ข้อเท็จจริงและความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการด้วยแล้ว และคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ มีความเห็นเสนอต่อที่ประชุม กสท.เพื่อให้เพิกถอนใบอนุญาตของช่องพีซ ทีวี

แต่ที่ประชุม กสท.เสียงข้างมากเห็นว่า การกำหนดโทษทางปกครองควรต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนของการกระทำและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น กล่าวคือ เมื่อปรากฏว่า ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นว่า การเผยแพร่รายการดังกล่าว มีลักษณะเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดกับประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 ฉบับลงวันที่ 18 ก.ค.2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ

ประกอบกับประกาศ คสช. ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 และขัดต่อบันทึกข้อตกลง(MOU)ที่
บริษัท พีช เทเลวิชั่น จำกัด ทำกับสำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นเงื่อนไขการประกอบกิจการโทรทัศน์ กรณีนี้จึงเป็นการขัดต่อเงื่อนไขการประกอบกิจการโทรทัศน์ ตามข้อ 14(27) ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 และได้มีคำสั่งแจ้งเตือนให้ช่องรายการพีซ ทีวี แก้ไขการกระทำในลักษณะดังกล่าว มาแล้วหลายครั้ง แต่ช่องรายการ พีซ ทีวี ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น และยังคงฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวเรื่อยมา ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก กสท.จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุม กสท. ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. โดยสำนักกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ (มส.) นำเอารายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการออกคำสั่งทางปกครองของ กสท. กรณีการเพิกถอนใบอนุญาตช่องรายการพีซ ทีวี และนำเสนอต่อ กสท. โดยเร็ว

สำหรับวาระอื่น ที่ประชุม กสท. รับทราบกรณีศาลปกครองกลางได้อนุญาตให้บริษัท ไทยทีวี จำกัด ถอนคำฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2558
นอกจากนี้ที่ประชุม กสท. เห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การส่งเสริมชุมชนที่มีความพร้อมและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง บริการชุมชนที่มีคุณภาพ พ.ศ. .... ตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช.เสนอ (ร่าง) ประกาศฯ ต่อที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำไปสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

ส่วนกรณีบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด แจ้งยุติการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการที่รับชมผ่านช่องสัญญาณจานดาวเทียมไทยคม KU-BAND ที่ประชุม กสท. มีมติมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. โดยสำนักการอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องวิทยุคมนาคม (ปส.3) มีหนังสือแจ้งให้บริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 รวมถึงประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเคร่งครัดและให้สำนักงานฯพิจารณากรณีที่ ซีทีเอช ขอยกเลิกการให้บริการบางส่วน ว่าเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบผลการประกอบกิจการของ ซีทีเอช จำกัด ว่าประสบภาวะขาดทุนจริงหรือไม่อย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณามาตรการเยียวยาผู้บริโภคต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้