วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หมอเหวง' พาแกนนำ นปช. ยื่นหนังสือ กสท.ค้าน ปิดช่อง'พีซ ทีวี'

'หมอเหวง' พาแกนนำ นปช. ยื่นหนังสือ กสท.ค้าน ปิดช่อง'พีซ ทีวี'

  • Share:

แกนนำกลุ่ม นปช.ในฐานะตัวแทนช่องพีซทีวี ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการ กสท.ชี้แจงและคัดค้านการเพิกถอนใบอนุญาตฯ สถานีพีซทีวี ชี้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตจากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง...

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2559 นายเหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในฐานะผู้ดำเนินรายการ เดินหน้าต่อไป สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องพีซทีวี (Peace TV) พร้อมนายอนันต์ศักดิ์ คำเก่า กรรมการบริหาร และผู้ประกาศ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และคัดค้านการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของสถานีพีซทีวี โดยมีนายภักดี นะมะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. เป็นตัวแทนรับมอบ ซึ่งจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดกสท. ในวันนี้

นายเหวง กล่าวว่า หากบอร์ดกสท. มีมติพิจารณาโทษโดยใช้กฎหมายของ กสทช. พีซทีวีก็จะยื่นฟ้องศาลปกครองต่อไป เท่ากับใช้อำนาจเกินขอบเขตของประกาศ คสช. และยังไม่เป็นธรรมต่อสถานีด้วย พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมา กสท. มีคำสั่งปิดสถานี แต่ทางศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง ทำให้สถานียังสามารถดำเนินรายการต่อไปได้ แต่ล่าสุดทางกรรมการกสท. เตรียมพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตฯอีกรอบ ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม

แกนนำกลุ่ม นปช.ในฐานะตัวแทนช่องพีซทีวี ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการ กสท.คัดค้านการเพิกถอนใบอนุญาตฯ พีซทีวี


แกนนำกลุ่มนปช. และผู้ดำเนินรายการ ช่องพีซทีวี กล่าวว่า ปัจจุบันมีพนักงาน 130 คน ออกอากาศ 2 ช่องทาง คือทางระบบดาวเทียม และทางออนไลน์ ซึ่งหากปิดสถานีลงยังสามารถออกอากาศช่องทางออนไลน์ ได้ทั้งเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ แต่จะมีผลกระทบกับพนักงานที่ต้องตกงาน พร้อมยืนยันจะไม่ไล่พนักงานออก

ด้าน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้เชิญผู้แทน 3 หน่วยงาน ได้แก่ หัวหน้าคณะทำงานติดตามสื่อ ส่วนงานการรักษาความเรียบร้อย คสช. ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาให้ข้อมูลแก่คณะอนุกรรมการด้านผังรายการฯ ซึ่งกสท.ควรนำความเห็นรายงานผลการตรวจสอบและการละเมิดสิทธิมนุษยชน เรื่องสิทธิพลเมืองและเสรีภาพของสื่อมวลชนมาพิจารณา การเพิกถอนใบอนุญาตฯ มีการใช้ดุลพินิจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและไม่เป็นไปตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน

กรรมการ กสทช. กล่าวด้วยว่า รวมทั้ง เสนอให้ กสท.วางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลักษณะของเนื้อหารายการที่ห้ามมิให้ออกอากาศตามมาตรา 37 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 และตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 รวมทั้งวางหลักเกณฑ์การใช้ดุลยพินิจพิจารณาโทษทางปกครองให้มีความเหมาะสมตามความผิดและมีมาตรฐานการพิจารณาในกรณีการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้