วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สอบหญิงไก่ ถือพาสปอร์ตขรก. ป.นัด3พงส.ให้ปากคํา คลี่เงื่อนคดีลักทรัพย์

ผบช.ก.ฮึ่ม บอกคดี “หญิงไก่” ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ไม่เช่นนั้นคนดีๆ จะเดือดร้อนอีกหลายคน ด้านกองปราบฯนัดอดีต 3 พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ชุดทำคดีอดีตนายจ้างหญิงแจ้งลูกน้องลักทรัพย์เมื่อปี 58 มาให้ปากคำ ขณะเดียวกัน ยังพบเรื่องฉงน หญิงไก่มีหนังสือเดินทางข้าราชการใช้ด้วย กองปราบฯอยู่ระหว่างประสานกรมการกงสุล มีที่มาที่ไปอย่างไร

จากข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ สังคมฉงนสงสัยในพฤติกรรมของ “หญิงไก่” หรือเป็นที่เปิดเผยในเวลาต่อมาคือ นางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปี ที่ไปแจ้งความดำเนินคดี น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า อายุ 19 ปี นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พร้อมพ่อและแม่ อดีตลูกจ้างในข้อหาลักทรัพย์มูลค่า 10 กว่าล้านบาท เมื่อวันที่ 18 มี.ค.58 ท้องที่ สน.ประชาชื่น ต่อมานายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พา น.ส.ประภาวรรณเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบฯ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังนำ น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง อายุ 21 ปี หรือน้องมีน ลูกสาวผู้เสียหายอดีตลูกจ้าง “หญิงไก่” อีก 1 รายที่ยังอยู่ในเรือนจำเข้าแจ้งความกองปราบฯ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดีพา 2 ผัวเมียชาว จ.แม่ฮ่องสอน เข้าแจ้งความด้วย หลังถูก “หญิงไก่” แจ้งความในคดีลักทรัพย์แต่พ้นโทษแล้ว โดยแต่ละรายระบุตรงกัน ถูกกลั่นแกล้งเพราะไม่ยอมไปทำงานที่ฮ่องกง ขณะที่หญิงไก่ยืนยันว่ามีหลักฐานเด็ดว่าลูกจ้างเหล่านี้ขโมยของจริง พร้อมแจ้งความกลับ

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 ก.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.กล่าวว่า นับเป็นคดีที่น่าสนใจ ที่ผ่านมามีผู้เสียหายถูกกระทำโดยไม่มีทางต่อสู้โดยเฉพาะคนดีๆต้องมาถูกกลั่นแกล้ง ซ้ำหลายคดียังมีความเกี่ยวพันกัน มีผู้เสียหายหลายคน คงจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ไม่เช่นนั้นอาจจะมีคนดีๆ เดือดร้อนอีกหลายคน ทั้งนี้ ได้สั่งให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. นำทีมพนักงานสอบสวนกองปราบปราม รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด หากพบการกระทำความผิดฐานใดให้ดำเนิน คดีให้หมด รวมทั้งคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ด้วย หากพบว่ามีพฤติกรรมในการส่งเด็กผู้หญิงไปต่างประเทศในลักษณะที่ผิดกฎหมาย โดยกองปราบฯ จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อให้ความจริงของคดีปรากฏอย่างเร็วที่สุด

ขณะที่ พ.ต.อ.ชาคริต รอง ผบก.ป.เผยว่า ได้สอบปากคำทั้งผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งอยู่ระหว่างการสอบปากคำเด็กสาวชาวเขาที่ศูนย์ประชาบดี จ.แม่ฮ่องสอน ที่ให้ข้อมูลว่าอดีตนายจ้างได้ไปรับเด็กมาทำงานหลายราย ในส่วนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบหลักฐาน ที่เป็นประโยชน์และรื้อฟื้นคดีได้จะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตาม ได้นัดหมายให้พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำสำนวนคดีของผู้เสียหายเรื่องนี้ เข้าให้ปากคำในวันที่ 4 ก.ค. ส่วนจะเป็นประเด็นใดนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย

มีรายงานข่าวด้วยว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ที่ทำสำนวนคดีอดีตนายจ้างหญิงแจ้งความจับลูกจ้างนั้นมี 3 นาย ยังรับราชการอยู่ที่ สน.ประชาชื่น 2 นาย อีก 1 นายย้ายไปรับตำแหน่ง สว.จร. ที่ สน.แห่งหนึ่งในย่านฝั่งธน นอกจากนี้ ชุดสืบสวนสอบสวน บก.ป. ได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ให้ตรวจสอบการเดินทางไปต่างประเทศของอดีตนายจ้างว่าเดินทางไปยังประเทศใดบ้าง โดยเฉพาะฮ่องกง เนื่องจากเชื่อว่าเป็นมูลเหตุของคดีที่เกิดขึ้น เพราะจากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่า เมื่อลูกจ้างสาวพยายามลาออก หรือไม่ยอมไปทำงานที่ฮ่องกง จะถูกแจ้งความคดีลักทรัพย์ ทั้งนี้ หากได้ข้อมูลการเดินทางจาก ตม. เกี่ยวกับระยะเวลา วันที่ รวมถึงบุคคลที่อดีตนายจ้างหญิงคนดังกล่าวเคยพาไปด้วย น่าจะทำให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงกระจ่างขึ้น อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่าหญิงไก่ อดีตนายจ้างเดินทางไปในหลายประเทศ อาทิ ประเทศจีน ประเทศพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศญี่ปุ่น

นอกจากข้อมูลด้านการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ยังมีรายงานว่า นางมณตา หรือหญิงไก่ ใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต 2 เล่ม เป็นหนังสือเดินทางสำหรับบุคคลธรรมดา (หน้าปกสีน้ำตาล) และหนังสือเดินทางที่ออกให้สำหรับข้าราชการ (ปกสีน้ำเงิน) ทั้งนี้ ชุดสืบสวนกองปราบฯ ได้ทำหนังสือไปยังกรมการกงสุลว่า ผู้ใดเป็นผู้ออกหนังสือเดินทางให้ และใช้เอกสารใดยื่นขอหนังสือ เดินทางสำหรับข้าราชการให้หญิงไก่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมกันนี้อาจต้องประสานเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลที่เกี่ยวข้องในการออกหนังสือเดินทางมาสอบปากคำว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

เย็นวันเดียวกัน นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เปิดเผยความคืบหน้าว่า ในวันที่ 4 ก.ค. ตนจะพา น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง อายุ 21 ปี หรือน้องมีน ไปเยี่ยมผู้เป็นแม่คือนางสุกัญญา ศิริม่วง อายุ 54 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกนางไก่ อดีตนายจ้างแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประชาชื่น ในข้อหาลักทรัพย์ รวมมูลค่า 3.26 ล้านบาท ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง โดยจะพูดคุยในรายละเอียดการขอประกันตัวชั่วคราวมาต่อสู้คดี จากนั้นในวันอังคารนี้จะดำเนินการช่วยเหลือยื่นหลักทรัพย์กองทุนยุติธรรมเพื่อขอประกันปล่อยตัวชั่วคราว ที่ศาลอาญา ขณะนี้มีพยานที่จะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีก 15 ปาก อยู่ระหว่างการดำเนินการประสานเพื่อขอเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ในส่วนนาวาเอกนายหนึ่ง ซึ่งเผยว่าก่อนหน้านี้หญิงไก่ได้ชักชวนลูกสาวไปทำงานที่ฮ่องกง และจะเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน นั้น อยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อเข้าให้ปากคำ

ผบช.ก.ฮึ่ม บอกคดี “หญิงไก่” ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ไม่เช่นนั้นคนดีๆ จะเดือดร้อนอีกหลายคน ด้านกองปราบฯนัดอดีต 3 พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ชุดทำคดีอดีตนายจ้างหญิงแจ้งลูกน้องลักทรัพย์เมื่อปี 58 4 ก.ค. 2559 07:52