วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป้าแจ๋ว สตรอง! หยิบ บ่วงหงส์ รีเมค ไม่กลัวกระแสเปรียบเทียบ

ป้าแจ๋ว ยุทธนา สุดสตรอง ไม่หวั่นโดนคนดูละครเปรียบเทียบ บ่วงหงส์ กับเวอร์ชั่นเก่า มั่นใจยึดโครงเรื่องหลักตามนิยาย มีตีความออกไปบ้างตามความเหมาะสม แจงคอสตูมชุดพระเอกยึดตามในนิยายเป็นหลัก เดินหน้าถ่ายทำเต็มที่เพื่อแฟนๆ   

ถูกกลับเอามาทำใหม่อีกแล้ว สำหรับละครเรื่อง บ่วงหงส์ ที่เพิ่งจะออกอากาศไปเมื่อปี พ.ศ. 2552 ทางช่อง 7 ที่ได้ วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ และ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ มารับบทนำในเรื่อง และในปี 2559 ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้จัดและผู้กำกับ จากค่ายถนัดละคร ก็หยิบละครเรื่อง บ่วงหงส์ มาทำใหม่อีกครั้ง โดยจับพระเอกหน้าหวาน เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ประกบนางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ เป็นครั้งแรก

ซึ่งการทำละครรีเมคโดยการหยิบเอาละครที่เคยออกอากาศทางช่อง 7 มาทำใหม่นั้น ค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องการเปรียบเทียบกว่าการทำละครรีเมคที่เคยออกอากาศที่ช่องเดิม อย่างเรื่อง นางทาส ที่เคยออกอากาศทางช่อง 7 และเป็นละครขึ้นหิ้งของใครหลายคน เมื่อช่อง 3 นำมาทำใหม่ก็เกิดกระแสดราม่าเกิดการเปรียบเทียบจนทำให้นักแสดงและผู้จัด ผู้กำกับเกิดความท้อแท้

จ้อหน้าจอจึงไม่รอช้า ที่จะไปสอบถามกับผู้จัด ผู้กำกับละครคนเก่ง ป้าแจ๋ว ถึงการถูกจับบ่วงหงส์ในเวอร์ชั่นเก่าเปรียบเทียบหรือไม่ ซึ่งผู้จัดคนนี้จะตอบเราว่าอย่างไร ไปฟังจากปากของป้าแจ๋วกันเลย

จับละครเก่ามาทำใหม่อีกแล้ว และเคยออกอากาศทางช่อง 7 กดดันมั้ย?
“กับการรีเมคละครเรื่องบ่วงหงส์ ถามว่ากดดันมั้ย ไม่กดดันกับการเอาละครมารีเมคทำใหม่ ส่วนการจับคิมเบอร์รี่กับเจมส์จิ มาประกบคู่กันในเรื่องนี้ก็ไม่กดดัน ไม่กลัวเรื่องดูไม่จิ้น เรามองว่านักแสดงถ้าเค้าเหมาะสมกับบทนั้นๆ ที่เราทำ ต่อให้ใครคู่ใครมันก็ต้องใช่ ไม่ใช่แค่เรามองคนเดียวนะ แต่หมายถึงคนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประพันธ์ที่เค้าดูแล้วรู้สึกว่ามันใช่ หรือว่าคนที่อ่านนิยายอ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันก็ใช่ เพราะฉะนั้นเราจะไม่เครียด แล้วการที่คนจะเอาเวอร์ชั่นนี้ที่เราทำไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนๆ เราก็จะไม่กลัวไม่เครียด เพราะเราทำละครรีเมคมาเยอะแล้ว เราผ่านความเครียดตรงนั้นมาเยอะแล้ว เราทำในมันในฐานะที่เป็นละครเรื่องใหม่ เราไม่ได้ทำในฐานะที่เป็นละครที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับละครเรื่องเก่า เพราะฉะนั้นการที่เราเป็นนักอ่าน เราอ่านนิยายมาเยอะ เราต้องรู้ว่าหัวใจของนิยายคืออะไร เราจะทำอะไรกับนิยายเรื่องนั้นเมื่อมาเป็นละคร เราต้องจับหัวใจมันให้อยู่ คืเราไม่ได้เปลี่ยนเรื่องซะจนคนจำไม่ได้ เรื่องทั้งหมดจะต้องเดินอยู่บนเส้นทางที่นวนิยายทำเอาไว้ แต่เราก็สามารถที่จะแตกไปในรายละเอียดอื่นๆ ไปได้อีก”

อย่าง นางทาส ก็ถูกเปรียบเทียบ ว่าไม่เหมือนกับเวอร์ชั่นเดิมแล้ว มาทำรื่องนี้ ก็ไม่กลัวการเปรียบเทียบ?
“ไม่กลัว ถ้าเราคิดว่าเราทำในส่วนของเราที่ชัดเจน และแน่นอนว่าไม่ได้ฉีกบทไปจากนวนิยายเดิม อันนี้เราไม่กลัว มันแตกรายละเอียดได้ แต่ไม่ใช่ทำใหม่ทั้งหมดจนไม่เหลือของเดิม อย่างเรื่องนางทาสก็ต้องเห็นใจเค้า เพราะนิยายเดิม เป็นนิยายบางมาก แทบไม่มีดีเทลเลย เพราะฉะนั้นมันจึงมีสิทธิ์ที่จะทำให้คนที่เขียนบทเอาไปเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงได้ต่างๆ นานา และโดนกระแสหนัก เพราะบังเอิญว่าเวอร์ชั่นเก่าเป็นของช่อง 7 และทางช่อง 7 ก็ใช้บทชุดเดิมๆ กันมาทำ มันก็เลยทำให้คนรู้สึกว่า นั่นแหละน่าจะเป็นบทที่แท้จริงหรือเปล่า แต่ถ้าเราไปอ่านนวนิยายของวรรณศิริจริงๆ มันเขียนไว้น้อยมาก น้อยมากจนเราสามารถที่จะตีความออกไปได้อย่างอื่นอีก บางทีตัวละครก็ไม่ได้บอกอายุด้วยซ้ำไป เพราะนิยายมันเล่มบางมาก มันไม่มีดีเทลบอกทุกสิ่งอย่าง เพราะฉะนั้นมันก็เป็นทางให้คนเขียนบทหรือว่าคณะละครเค้าสร้างสรรค์ได้อีก บังเอิญว่า 2 เวอร์ชั่นที่แล้วมันทำออกมาเกือบเหมือนกัน มันเลยทำให้คนดูรู้สึกว่าเวอร์ชั่นนี้ไม่ใช่ จริงๆ แล้วมันใช่ สำหรับปัจจุบัน มันเป็นนางทาสของแยม”


สำหรับ บ่วงหงส์ จะแตกต่างจากเวอร์ชั่นเก่ามากน้อยแค่ไหน?
“สำหรับบ่วงหงส์เวอร์ชั่นนี้คือบ่วงหงส์ของคิมกับเจมส์ โดยที่เรายึดเอาจากตัวนิยายว่า ความน่าจะเป็นจะไปของมันเป็นอย่างไร แทบไม่ทิ้งนิยาย คนอ่านนิยายก็จะคุ้นเคยกับไดอาล็อก หรือว่าเหตุการณ์บางอย่างที่นิยายมี และเราก็แตกเรื่องบางอย่างออกมาเพื่อให้เหมาะสมกับความยาวของละครที่จะต้องออกอากาศด้วย เพราะถ้าเราทำตามนิยาย ละครจะต้องจบเร็วมาก ไม่อยากสปอยมาก อยากให้ติดตามชมกันเอาเอง (ยิ้ม) แต่นักแสดงทุกคนเราคัดมาแล้วจริงๆ ไม่ได้จะขายแต่พระเอกหน้าเอกนะ ตัวละครตัวอื่นก็น่าสนใจ”

เสื้อผ้าหน้าผมของพระเอกในเรื่อง โดนวิจารณ์หนักมากว่าไม่เหมาะสม ดูสาวเกินไป?
“จริงๆ แล้ว นิยายเรื่องนี้ นานแล้วนะเป็น 10 ปีแล้ว สิ่งที่เค้าบรรยายเอาไว้มันอาจจะดูเก่าไป แต่สิ่งเดียวที่ยังคงอยู่นั่นก็คือเค้าบรรยายลักษณะของพระเอก ซึ่งบอกว่าเป็นคนที่หน้าตาสวยราวกับผู้หญิง เกลี้ยงเกลา ผิวขาว ไม่มีหนวด นิ้วมือเรียวยาว ดูเผินๆ นางเอกจะคิดว่าพระเอกเป็นพวกรักเพศเดียวกัน นี่แหละคือสิ่งที่เราเอามาแปลงอีกทีว่าถ้าเป็นสมัยนี้คนที่ทำให้คนรู้สึกได้ว่าเค้าเป็นอย่างนี้จะแต่งตัวอย่างไร เราก็เลยดีไซน์ให้พระเอกนั้นเป็นคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เนี้ยบและก็ไม่เป็นทางการ มีสีสัน เพื่อให้นางเอกเข้าใจผิดว่าคนนี้ไม่น่าจะเป็นเจ้าของโรงแรม น่าจะเป็นพวกเกย์ๆ”

โดนวิจารณ์เรื่องการทำงานหนักๆ ทั้งๆ ที่ทุ่มเทใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้ ส่งผลกระทบกับความรู้สึกมั้ย?
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนกระทบ เพราะเรารู้แล้วว่า มันไม่ใช่ คนที่ดูอาจจะดูแบบว่า คือดูเพื่อเขียนวิจารณ์ เพราะตอนนี้คนในโลกโซเชียลก็อยากจะเขียนวิจารณ์ โดยที่พื้นฐานในการดูหรือการวิจารณ์ มันยังมีประสบการณ์อาจจะยังไม่ถึง เราเคยเจอมาแล้วจากเรื่องตามรักคืนใจ ที่มีทั้งวิจารณ์ดีและไม่ดี คนวิจารณ์ดีก็เขียนเหมือนมาเห็นการทำงานของเรา เขียนเหมือนมาแหวกสมองของเรา เขียนถูกต้อง มีหลักการณ์ และดูเป็น อ่านนิยายมาด้วย เคยดูเวอร์ชั่นต่างๆ แล้วไม่เอามาเปรียบเทียบ แต่ยึดตัวนิยายและสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นหลัก อันนี้แหละ ถึงน่าอ่าน อ่านแล้วเอาคำติเก็บไปคิด แต่ที่ดูแค่เบรก 2 เบรก แล้วเขียนเลย อันนั้นไม่รู้ ว่าเธอดูรึเปล่า อ้างอิงไม่ได้เลย การวิจารณ์ เปรียบเทียบ จึงไม่มีผลต่อการทำงานของเรา และเราก็พยายามบอกกับทุกคนว่า บอกผู้จัดมือใหม่ ผู้กำกับว่า ถ้าจะเข้าไปอ่านในเน็ต อ่านแล้วต้องทำใจ อย่ามานั่งร้องไห้นะ เพราะมันมีคนที่อ่านไปร้องไห้ไปมันมี แต่อย่าลืมว่า มันมีแค่ไม่กี่สิบคนที่มานั่งวิจารณ์เราในนั้น แต่คนที่ดูละครของเรามีอีกไม่กี่ล้านคนภายนอก เพราะฉะนั้นอย่าเอาความคิดเห็นที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดของคนแค่ 20-30 คนที่เค้าวิจารณ์เรามาทำให้จิตใจเราแกว่งไกวไป อ่านให้เค้ารู้ก็พอว่าเค้าติดยังไงกับละครเรา จริงมั้ยที่เค้าติ ถ้ามันจริงเราก็เก็บไว้แก้ไข ถือว่าเป็นวัคซีน อ่านให้เจ็บจนพอ อ่านคราวหน้าก็จะไม่หวั่นไหวอีก เราเคยหวั่นไหวไปกับคำวิจารณ์ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว"

ทำละครเรื่องไหนก็เรตติ้งดี แล้วเรื่องนี้คนก็คาดหวังว่าเรตติ้งจะต้องดี?
“มาตรฐานของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสดีและเรตติ้งดี แต่ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราและคนดูที่พอใจในสิ่งที่เราทำออกมาหรือเปล่า แค่นั้นพอ ไม่แข่งกับผู้จัดคนอื่น ไม่แข่งกับช่องอื่น แต่แข่งกับตัวเองว่าละครเรื่องนี้ทำมาคนต้องดูนะ ถ้าไม่ดูรู้สึกว่าเสียเวลาไปเปล่าๆ นี่คือส่วนสำคัญของการทำงานของเรา ไม่จำเป็นจะต้องมาป่าวประกาศว่าจะต้องทำให้ดีกว่าเรื่องนั้นนะ คิดว่าตัวเองเคยทำดีมาแล้ว และเรื่องต่อไปคนก็ต้องดู อันนี้ไม่จริงนะ อาจจะมีพลาดได้ ทำละครเรื่องนี้แล้วคนอาจจะไม่ดูก็ได้ มันคือความประมาทของเรา เพราะฉะนั้นจะต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เราผลิตละครแต่ละครเรื่อง ในนึงเรื่องนั้นต้องทำให้เรารู้สึกว่าคนดูดูสนุกไปกับละครของเรา หลอกไม่ได้ เสื้อผ้าหน้าผมต้องสวย วิธีการจัดแสงภาพต้องสวย ซึ่งเราจะละเลยตรงนี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่คนดูชอบ ใครที่ชอบตำหนิว่าละครของเราชอบทำล้มทับหน้าชนกัน ไม่สนใจนะ เพราะว่าเราไม่ได้ทำให้มันเป็นอย่างนั้นเอง แต่บทมันถูกเขียนว่าต้องทำแบบนั้น เรามีหน้าที่ทำไปตามบท คือถ้าบทไม่ได้เขียนมาก็ไม่รู้จะล้มไปทำไม มันไม่มีสาเหตุที่จะต้องล้ม อย่างในวนิดาถ้าใครได้อ่าน จะรู้เลยว่านางเอกล้มตลอดเวลา แล้วพระเอกก็เข้ามาประคอง ไม่ได้ทำตามใจฉัน อิงตามบทประพันธ์ทุกอย่าง อิงบทละครทุกอย่าง เพียงแต่ว่าเราพิจารณาเองว่าเราควรจะทำอย่างไร อย่างทำไมต้องหงายหลังแล้วค้างไว้ 3 วิ ถ้าหงายหลังแล้วลุกขึ้นมาเลย คนดูก็จะไม่รู้ความรู้สึกว่าเค้าชอบหรือว่าเค้าปิ๊งกันตรงไหน การตัดภาพสลับหน้ากันกันคือการสร้างอารมณ์ให้คนดูรู้ว่า เฮ้ย เค้าสบตากันไปแล้วนะ ซึ่งอาจจะดูช้ากว่าชีวิตจริงหน่อย แต่มันคือหนทางของภาพในละคร ไม่ใช่หนทางของชีวิตจริง”

แล้วเรื่องบ่วงหงส์ จะได้ดูเมื่อไหร่?
“ตอนนี้ก็ถ่ายไปได้ 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ที่มีปัญญาคือเรื่องบทกับคิวบทมันยังมาไม่จบ ก็เลยยังออกคิวไปต่างจังหวัดไม่ได้ จะไปเชียงใหม่ บทมากระท่อนกระแท่นก็ไม่รู้จะไปอย่างไร อีกไม่นานบทคงมาครบแล้วเราก็จะลุยถ่ายกัน คนที่เป็นแฟนละครก็อดใจรอกันหน่อยนะ”