วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระปณิธานอันมุ่งมั่นของ ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ทรงงานหนักเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีของพสกนิกรชาวไทย

จากการที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรชาวไทยในชนบทตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทำให้ได้ทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ยังตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงสละความสุขส่วนพระองค์ เดินตามรอยพระบาทพระบรมราชชนกชนนี ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรชาวไทย ผ่านพระกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ

ในการทรงงาน พระองค์ทรงตระหนักถึงปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงเป็นเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ผู้มีผลงานดีเด่นของโลก ทรงสนับสนุนเรื่องการศึกษาวิจัยทางวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ และการสาธารณสุข เพื่อนำความรู้มายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ทรงทุ่มเททั้งพละกำลัง สติปัญญาและความสามารถอย่างเต็มที่ รวมทั้งใส่พระทัยในรายละเอียดและติดตามผล เพื่อให้งานได้ผลสัมฤทธิ์

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นหนึ่งในโครงการพระดำริที่สะท้อนให้เห็นถึงพระปณิธานอันมุ่งมั่น ทรงทุ่มเทและใส่พระทัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้กลายเป็นศูนย์ชำนาญการด้านการศึกษา การวิจัย และการรักษาโรคมะเร็งของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลัก คือ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็งขนาด 100 เตียง ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 และกลายเป็นที่พึ่งของชาวไทยที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ในฐานะองค์ประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ทรงให้ความสนพระทัยในการดำเนิน ทั้งด้านการบริหาร รวมทั้งพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้ป่วยและคณะแพทย์พยาบาลผู้ปฏิบัติงาน พระองค์ได้เสด็จเยี่ยม เพื่อประทานกำลังใจแก่ผู้ป่วย รวมทั้งคณะแพทย์ในโรงพยาบาลอยู่เป็นเนืองนิจ

ด้วยพระเมตตาที่ทรงเห็นประชาชนชาวไทยยังต้องรอรับการรักษาตามโรงพยาบาลของรัฐอย่างเนืองแน่น จึงทรงมีพระดำริให้ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นโรงพยาบาลทั่วไป” เมื่อปี 2558 โดยเปิดให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยครอบคลุมทุกโรคด้วยแพทย์ผู้ เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย ขนาด 400 เตียง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในโครงการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา ในปี 2560

นอกจากงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่ทรงใส่พระทัยเป็นพิเศษแล้ว ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ยังทรงพระวิริยะอุตสาหะในหลายๆเรื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากพระอัจฉริยภาพในการดนตรี โดยเฉพาะการทรงดนตรี “กู่เจิง” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีในราชสำนักจีนโบราณ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะอันมุ่งมั่น จึงทรงใช้ดนตรี “กู่เจิง” เป็นสะพานสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐ ประชาชนจีนให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

พระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ที่ผ่านคำบอกเล่าจาก “อ.หลี่ หยาง” พระอาจารย์ชาวจีน ผู้ถวายการสอนดนตรี “กู่เจิง” ที่กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงเป็นตัวอย่างอันดีงามแก่พสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง

“ตอนที่ทางสถานทูตจีน มาบอกว่า ทูลกระหม่อมฯ ทรงสนพระทัย อยากให้ไปถวายการสอนให้พระองค์ท่าน ที่วังสวนจิตรลดา ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก ตอนแรก ทรงให้ครูเล่นเพลงถวาย พระองค์ทรงประทับใจว่า เพลงบรรเลงกู่เจิง มีความ ไพเราะ จึงสนพระทัยที่จะเรียน ทรงให้เวลากับการฝึกกู่เจิงเยอะมาก การเรียนกู่เจิงต้องใช้ความอดทน และการฝึกฝน โดยปกติจะเรียนกันตั้งแต่เด็กๆ แต่พระองค์มาเรียนตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว อาจจะเรียกว่าช้า แต่พระองค์ทรงมีความพยายาม และอดทน ทุ่มเทมาก ทรงซ้อมวันละ 5-6 ชม. บางครั้งที่ประชวร ครูได้ทูลให้พระองค์ท่านหยุดฝึก แต่พระองค์ทรงมีรับสั่งกลับมาว่า ต้องเล่นทุกวัน ไม่ฉะนั้นมือจะไม่ถนัด ครูรู้สึกว่า ทูลกระหม่อม ทรงมีความตั้งพระทัยจริง เพราะการเรียนกู่เจิงถ้าเรียนไปถึงขั้นหนึ่งแล้ว จะยากขึ้นและเทคนิคมากขึ้น คนจะไม่ไหวแล้ว แต่พระองค์ทรงซ้อมอยู่ทุกวัน และหลายชั่วโมง เคยให้การบ้านนักเรียนทั่วไป ให้ซ้อมวันละชั่วโมง ยังทำกันไม่ได้ แต่พระองค์ทรงซ้อมถึงวันละ 5 ชม. บางวันที่ทรงงานเยอะ ไม่มีเวลา ก็จะทรงซ้อมในเวลากลางคืน ปัจจุบันก็ยังทรงเล่นอย่างสม่ำเสมอ เวลาเสด็จต่างประเทศ ก็ทรงนำกู่เจิงไปด้วยทุกที่ ในประวัติศาสตร์จีน ถือว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าในราชวงศ์ต่างชาติพระองค์แรกที่ทรงดนตรีจีนโบราณนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทางการจีนและท่านผู้นำต่างให้ความสนใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง”

ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานอย่างไม่ย่อท้อ แสดงถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพสกนิกรชาวไทย และในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 ขอถวายพระพรชัยมงคล ให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงยิ่งยืนนาน....ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.

จากการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรชาวไทยในชนบทตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ 3 ก.ค. 2559 12:54