วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

  • Share:

กลับจากบรรยายที่สุราษฎร์ธานีเมื่อวันศุกร์และเสาร์ พอถึงวันอาทิตย์ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ต้องกลับมากรุงเทพฯ เพื่อพูดรับใช้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่จะขึ้นตำแหน่งพาณิชย์จังหวัด อำนวยการระดับสูง 50 คน ที่โรงแรมริชมอนด์ ซึ่งในการบรรยายรับใช้ครั้งนี้ ก็เข้ากันกับบรรยากาศที่ประเทศของเรามีทั้งข่าวผิดหวังและสมหวังที่กระทบกับการค้าพาณิชย์

ผิดหวังก็คือเราแพ้คาซัคสถานในการโหวตลงคะแนนเลือกสมาชิกแบบไม่เป็นทางการในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าสังคมนานาประเทศไม่ให้ราคาค่างวดอะไรกับไทย ทั้งที่เราเป็นสมาชิกสหประชาชาติมานานกว่า 70 ปี และเข้าร่วมปฏิบัติการและภารกิจเพื่อสันติภาพในกรอบสหประชาชาติมาตั้งแต่ พ.ศ.2501 จนถึงปัจจุบัน

เราส่งอดีต รมว.ต่างประเทศไปล็อบบี้หาเสียงกับประเทศต่างๆ ทราบว่ามีการใช้สตางค์ไปมากมายเป็นร้อยล้าน แต่ผลกลับตรงกันข้าม เราแพ้ทั้งสองรอบ ที่แสบก็คือองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนอย่างฮิวแมนไรต์วอตช์ดันออกมาเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ นำประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลไทยมาประกอบการพิจารณาลงคะแนนในครั้งนี้ด้วย ที่แสบกว่าองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนก็คือจีนกับรัสเซีย ผู้อ่านท่านที่เคารพก็คงจะรู้สึกได้นะครับ ว่าในห้วงที่ผ่านมา เราพยายามเอาใจจีนกับรัสเซียอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แต่ก็พิสูจน์แล้วนะครับ ว่าสองมหาอำนาจเห็นราคาค่างวดและความสำคัญของเราน้อยกว่าประเทศเกิดใหม่อย่างคาซัคสถาน ทั้งที่คาซัคสถานปฏิบัติงานร่วมกับสหประชาชาติน้อยกว่าไทยมาก

ผิดหวังอยู่ได้ไม่กี่วัน ก็มีข่าวดีที่สหรัฐอเมริกาถอดประเทศไทยให้พ้นจากบัญชีเฝ้าระวังด้านการค้ามนุษย์ จากประเทศที่มีประวัติการค้ามนุษย์ขั้นเลวร้าย หรือที่เรียกว่า “เทียร์ 3” มาสู่ระดับ “เทียร์ 2” หรือบัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง ทำให้เรามีสถานะคงเดิมเหมือนเมื่อก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร หลายท่านมองว่า การที่สหรัฐฯยกระดับไทยมาอยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นเพราะสหรัฐฯเล่นการเมือง ต้องการเอาไทยกลับไปเป็นพวกในมหาสงครามความขัดแย้งกรณีทะเลจีนใต้ ซึ่งดูเหมือนว่าสหรัฐฯอาจกำลังรู้สึกว่าจะสูญเสียการสนับสนุนจากไทยและประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ก็มีคำพูดคำจาหลายประเทศที่ไม่ง้อไม่แคร์ไม่พึ่งพาสหรัฐฯ

สหรัฐฯจึงรักษาน้ำใจด้วยการเขยิบสถานะประเทศไทยขึ้นมา เป็นเทียร์ 2 ที่ถูกจับตามองและยกฟิลิปปินส์อยู่ในเทียร์ 1 ผมว่ามองในแง่นั้นก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะในห้วงช่วง 2 ปี หน่วยงานราชการทำงานกันหนักมาก มีการจับกุมอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม แม้แต่นายทหารระดับชั้นนายพลก็โดนจับ และมีการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องอย่างต่อเนื่อง ผมมองว่าการที่เราได้กลับสถานะเท่ากับรัฐบาลก่อนการปฏิวัติรัฐประหารก็เหมาะแล้วครับ ถ้าไม่เขยิบขึ้นนี่ซีครับเป็นเรื่องแปลก

ขณะที่เคาะแป้นคอมพิวเตอร์รับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพอยู่นี่ คนไทยทั้งประเทศกำลังรอผลของไอยูยูของสหภาพยุโรป ในฐานะที่เป็นคนไทย ไม่มีใครอยากให้ประเทศของตนได้ใบแดงดอกครับ เพราะใบแดงหมายถึงความสูญเสียตลาดสินค้าประมงไปสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นความสูญเสียของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ในห้วงช่วงสองปีที่ผ่านมา เราโดนอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายดอกจากพวกมหาอำนาจ ไม่ว่าการลดสถานะของเราโดยสหรัฐฯ การโดนใบเหลืองไอยูยูและโดนตัดจีเอสพีในสินค้า 6,200 รายการจากสหภาพยุโรป รวมทั้งจีนและรัสเซียไม่โหวตให้ ทั้งที่เราถลาไปซบแล้ว ต่อไปนี้ เราต้องเลิกแคร์มหาอำนาจมากจนเกินความจำเป็น และกลับมาสร้างประเทศของเราให้มีมาตรฐานสากลโดยที่ไม่ต้องมีแรงกดดันจากประเทศโน้นชาตินี้ แต่เราทำของเราเอง

การสร้างมาตรฐานให้ประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำให้เสร็จได้เพียงวันเดียว ต้องทำต่อเนื่องยาวนาน และที่สำคัญต้องอรรถาธิบายขยายความให้ประชาชนทราบด้วยเพื่อให้ประชาชนคนทั้งชาติมีส่วนร่วม

ในดีมีเสียและในเสียมีดีครับ การที่เราโดนเรื่องต่างๆก็ทำให้คนของเราได้ตระหนัก เมื่อก่อนนั้น ผู้คนในประเทศจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบเลยครับว่าเทียร์ 3 คืออะไร? ไอยูยูคืออะไร? วันนี้ก็ทราบกันเป็นจำนวนมากแล้ว ทำให้เราระวังได้ถูกต้อง จะได้ช่วยกันแก้ไขซะตอนนี้ ดีกว่าให้ไปเกิดและแก้ไขในอนาคตครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้