วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หรือจะเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”

ว่าที่จริงแล้วการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจะให้การเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น หากเห็นชอบด้วยก็จะเป็นความชอบธรรมอย่างหนึ่ง และนำไปสู่การประกาศใช้เพื่อให้มีการเลือกตั้ง

ตรงกันข้าม หากไม่ผ่านก็ร่างกันใหม่ อยู่ที่ว่า คสช.จะใช้วิธีการอย่างใด เริ่มต้นกันใหม่ทั้งหมด หรือเลือกตั้งเอาฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือผสมกันหลายฉบับแล้วนำมายำใหม่

คสช.คงได้คำตอบแล้ว เพียงแต่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพราะอาจมีผลต่อการลงประชามติได้

หรือต้องการให้พวกที่เร้าถามว่าจะทำยังไงต่อถึงขั้นให้กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าอกแตกตายไปก่อน

เพราะชอบถามกวนจิตกวนใจอยู่เรื่อย

เป้าหมายของ คสช.นั้นได้วางโรดแม็ปเอาไว้แล้วว่าจะให้มีการเลือกตั้งปี 60 ถ้าประชามติไม่ผ่านกระบวนการดำเนินการก็อาจจะล่าช้าไปบ้าง การจะให้กำหนดคำตอบล่วงหน้าคงเป็นไปไม่ได้

ยิ่งชอบป่วนกันเป็นรายวันอย่างนี้ดีไม่ดีปี 60 อาจจะไม่มีการเลือกตั้งก็ได้ทำเป็นเล่นไป ซึ่งนายกฯก็บอกแล้วหากยังยุ่งไม่สงบก็จะอยู่ในอำนาจต่อไป

หากมองสถานการณ์การเมืองที่เป็นจริงแล้วว่าก่อนจะถึงวันลงประชามติก็คงจะยุ่งกันอย่างนี้ต่อไปด้วยการอ้างถึงสิทธิเสรีภาพปิดโอกาสแสดงความคิดเห็นด้วยวิธีการปลุกปั่น บิดเบือนอย่างที่เห็นกันอยู่

ดีไม่ดีจะไม่มี “ประชามติ” ก็ได้

หรือหากผ่านประชามติไปได้เชื่อเถอะว่าการเมืองก็ยังไม่สงบเพราะเป้าหมายจริงๆก็เพื่อต้องการล้ม คสช. ...ว่างั้นเถอะ

ที่ว่าอย่างนี้ก็ด้วยเหตุที่ว่าแม้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่พวกเขาไม่ค่อยสบอารมณ์จึงไม่ต้องการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แถมยังไม่มั่นใจว่าแม้จะมีการเลือกตั้งแต่พวกเขาอาจจะไม่ได้อำนาจไม่ได้เป็นรัฐบาล

เพราะ คสช.ได้วาง “กฎเหล็ก” และใช้กติการัฐธรรมนูญมาเป็นเครื่องมือเพื่อไม่ให้เข้าสู่อำนาจได้ง่ายๆเหมือนที่ผ่านมา

ยิ่งดื้อยิ่งดิ้นยิ่งเข้าทางปืน

ที่มีข่าวว่าหากนักการเมืองยังไม่ยอมอยู่ในความสงบ คสช.ก็มีดาบอยู่ในกำมือที่จะควบคุมได้อีกหลายดาบอย่างน้อย 3 มาตรการที่สามารถนำมาใช้ได้เลย

1. “เซ็ตซีโร่” อย่างนักการเมืองได้พูดดักทางล่วงหน้าเอาไว้ นั่นคือยุบพรรคการเมืองทั้งหมดแล้วนับหนึ่งใหม่

พรรคการเมืองต่างๆกว่าจะตั้งหลักได้หากถูกยุบพรรคจริงๆก็คงจะปั่นป่วนไม่น้อย นี่ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าอาจจะใช้คำสั่งให้นักการเมืองที่อยู่ตรงข้ามไม่สามารถลงเล่นการเมืองได้

2. มาตรการนี้งัดมาใช้เมื่อใดก็เจ็บกันแน่ด้วยการอายัดเงินในบัญชีของทุกคนทำให้ไม่สามารถนำเงินมาใช้ได้

3. การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ประกาศเอาไว้ชัดเจนแล้วว่า คดีความที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองทั้งหมดจะต้องทำคดีให้เสร็จในปีนี้

ไปไล่เรียงดูได้เลยว่านักการเมืองคนไหนมีคดีอะไรค้างอยู่บ้าง

หนาวๆร้อนๆกันทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นคดีการเมือง ไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริต ไม่ว่าจะเป็นคดีประพฤติมิชอบ หากคดีสิ้นสุดในปีนี้อะไรจะเกิดขึ้นพอจะมองเห็นภาพกันได้

อย่างที่ว่ากันแหละ ต่างฝ่ายต่างก็รู้เขารู้เราพอจะอ่านทางกันได้ อยู่ที่ว่า “อาวุธลับ” เหล่านี้จะนำมาใช้หรือไม่หรือจำเป็นต้องใช้หรือไม่ก็อยู่ที่พฤติกรรมของนักการเมืองนั่นแหละ

ถ้ายังทำตัวเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ก็ลองเสี่ยงดู.

“สายล่อฟ้า”

3 ก.ค. 2559 11:12 ไทยรัฐ