วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กล้าที่จะฝัน

เทพนิยายยูโร มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากทีม “มังกรแดง” เวลส์ ถล่ม “ปิศาจแดงยุโรป” เบลเยียม ขาดลอย 3–1 ในรอบควอเตอร์ไฟนอล ส่งผลให้เวลส์ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปดวลกับโปรตุเกสที่ลียง ในวันที่ 6 ก.ค.

เวลส์ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังของตัวเอง หลังจากเคยเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งสุดท้ายในบอลโลกปี 1958 เข้าถึงรอบ 8 ทีม ก่อนหน้านี้เมื่อรู้ผลการประกบคู่รอบ 16 ทีม มีเสียงวิจารณ์ว่า สายบนมีแต่ทีมอ่อน ทีมแข็งไปกระจุกอยู่สายล่างกันหมด แต่เมื่อถึงรอบรองชนะเลิศ เวลส์เจอกับโปรตุเกสก็ไม่ขี้เหร่ อย่างน้อยเราจะได้ดูการวัดฝีเท้ากันของ 2 สุดยอดนักเตะระดับหัวแถวของโลกระหว่างกาเร็ธ เบล กับ คริสเตียโน โรนัลโด ที่เป็นเพื่อนร่วมทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด

ผมไปดูเกมที่สนามสตาด ปิแอร์ โมรัว ที่เมืองลีลล์ มากที่สุดในยูโรครั้งนี้ เพราะอยู่ใกล้ปารีส เดินทางชั่วโมงเดียว คู่ระหว่างเวลส์กับเบลเยียมเป็นแมตช์ที่ 4 หลังจากนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว เหลือแต่สนามใหญ่ๆ ที่ลียง, มาร์กเซย และสตาด เดอ ฟรองซ์ ในรอบตัดเชือกและรอบชิงชนะเลิศออกจากสถานีรถไฟก็พบกับคลื่นแฟนบอลมหาศาล ซึ่งผมไม่เคยเจอมาก่อนในการมาเมืองลีลล์ สาเหตุมาจากการที่เบลเยียมมาเตะที่นี่ อยู่ใกล้พรมแดนของพวกเขา ห่างไปแค่ 10 กม. ก็เข้าเขตเบลเยียมแล้ว สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า มีกองเชียร์ปิศาจแดงแห่งยุโรปแห่กันมาถึง 50,000 คน ถึงจะเข้าชมในสนามไม่ได้ทุกคน แต่ก็ยังมีแฟนโซนกลางเมืองให้พวกเขาได้ไปเชียร์บอลกัน

แฟนเบลเยียมคึกไม่เบา พกมาทั้งพลุควันและประทัดยักษ์ระเบิดเสียงดังสนั่น เอาลูกบอลมาเตะขึ้นฟ้าไปโดนป้ายโรงแรม โดนกระจกพังไปไม่น้อย เจ้าภาพจัดกำลังตำรวจมารักษาความปลอดภัยมากกว่าปกติ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เหตุก่อการร้ายครั้งล่าสุดเกิดขึ้นทั้งในเบลเยียมและฝรั่งเศส อาจมีผู้ไม่หวังดีเล็ดลอดเข้ามาจากเบลเยียม แต่นัดนี้ก็ผ่านไปด้วยดี

ระหว่างนั่งรถไฟใต้ดินในเมืองไปสนาม แฟนเบลเยียมร้องเพลงแซวเวลส์ที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร เรื่อง Brexit หรือการออกจากสหภาพยุโรป แฟนเวลส์ตอบโต้ไปว่า ไม่ต้องมาแซวเขาหรอก เพราะเขาก็ไม่ชอบอังกฤษเหมือนกัน แล้วทั้งสองฝ่ายก็ช่วยกันร้องเพลงแซวอังกฤษที่ตกรอบไป

ในสนามมีกองเชียร์เวลส์อยู่มุมเดียว ที่เหลือรายล้อมไปด้วยแฟนเบลเยียม สีแดงเต็มพรืดบนอัฒจันทร์ เพราะทั้งสองฝ่ายล้วนใส่เสื้อสีแดงชุดเหย้าของตัวเอง ใครที่เบื่อกับนัดแรกของรอบ 8 ทีมที่โปรตุเกสเตะกับโปแลนด์จืดชืด นัดนี้สนุกสมใจคอบอลจริงๆ

มังกรเวลส์คว้าชัยชนะได้อย่างสวยงาม แม้จะถูกเบลเยียมยิงนำไปก่อน จุดเด่นของเวลส์ชุดนี้ คือ สปิริตของทีมอันยอดเยี่ยม มีความกระหาย สภาพจิตใจแข็งแกร่ง ฮึกเหิมในการเล่น กุนซือคริส โคลแมน ก็มีแผนการเล่นที่แน่นอน รู้จัก 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด

แผงกองกลางที่มีนักเตะชื่อดังอย่างกาเร็ธ เบล, อารอน แรมซีย์ และโจ อัลเลน ทำผลงานได้ดี ประคองทีมได้ การเล่นลูกตั้งเตะมีสูตรที่ซ้อมกันมาอย่างดี แรมซีย์เตะมุมเข้าเป้า แอชลีย์ วิลเลียมส์ มีความเป็นผู้นำสมกับตำแหน่งกัปตันทีม โดยไม่ต้องมอบหมายให้นักเตะที่มีชื่อเสียงที่สุดในทีมเป็นกัปตันเหมือนบางทีม ทุกอย่างที่ว่ามาต่างจากทีมชาติอังกฤษของรอย ฮอดจ์สัน โดยสิ้นเชิง

นัดนี้แรมซีย์เล่นเป็นพระเอก น่าเสียดายที่เขาได้ใบเหลืองติดโทษแบนในรอบรองชนะเลิศ แต่ละประตูที่เวลส์ทำได้ ล้วนหมดจด สวยงาม โดยเฉพาะลูกที่ 2 ที่ฮัล ร็อบสัน-คานู พลิกบอลลูกไขว้ในสไตล์ “ครัฟฟ์ เทิร์น” ทำให้นักเตะเบลเยียม 3 คน หลงทางกันหมด ก่อนที่เขาจะยิงผ่านมือติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไป

แฟนบอลในโลกโซเชียลแซวว่า เวลส์ชุดนี้แทบจะเป็นทีมตัวจริงของอังกฤษได้เลย ส่วนทีมสิงโตคำรามที่ตกรอบไปเป็นแค่ทีมสำรอง เพราะนักเตะส่วนใหญ่ของเวลส์เกิดในอังกฤษ

ร็อบสัน-คานู หัวหอกวัย 27 ปี เกิดที่แอ็กตันในอังกฤษ เล่นในลีกแชมเปียนชิพเพิ่งหมดสัญญากับเรดดิ้ง ทีมที่มีเจ้าของเป็นคนไทย หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา และไม่ได้รับการต่อ สัญญา กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในขณะนี้ เขาเคยเป็นนักเตะเยาวชนทีมชาติของอังกฤษ ก่อนย้ายไปเล่นให้เวลส์ตั้งชุดยู-21 เนื่องจากมีคุณย่าเป็นชาวเวลส์ แซม โวกส์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกลูกที่ 3 เกิดที่เซาแธมป์ตัน แอชลีย์ วิลเลียมส์ กัปตันทีมเกิดที่วูล์ฟแฮมป์ตัน สรุปแล้ว 3 คนที่ทำประตูให้เวลส์เกิดในอังกฤษหมดเลย

ยิ่งเวลส์เข้ารอบลึกมากเท่าไหร่ อังกฤษยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น หลังจบเกมคริส โคลแมน กุนซือวัย 46 ปี บอกแฟนบอลเวลส์ว่า “เราต้องกล้าที่จะฝัน” ย้อนกลับไป 4 ปีก่อนที่เขาเข้ามารับตำแหน่ง คงไม่มีใครคาดคิดว่า ทีมชาติเวลส์จะมาถึงจุดนี้

โต้ บ้านแหลม

3 ก.ค. 2559 10:34 ไทยรัฐ