วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'กรีซมันน์' นำ บู๊ไอซ์แลนด์

(ภาพจาก : AFP)

แฉสถิติเก่า ‘เจ้าภาพ’ข่ม ไม่น่าพลาด ลิ่วตัดเชือก

เจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส แนวรับยวบ! เมื่อขาดทั้งอาดิล รามี ปราการหลัง และเอ็นโกโล ก็องเตมิดฟิลด์ตัวรับที่ติดโทษแบน แต่แนวรุกยังเต็มถัง นำโดย ปอล ป็อกบา, ดิมิทรี ปาเยต และอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าตัวจิ๊ดจากแอตฯมาดริด ที่ยิงไปแล้ว 3 ประตู นำเป็นดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์นี้ ในเกมที่ฝรั่งเศสจะฟัดกับจอมล้มยักษ์อย่างไอซ์แลนด์ ศึกยูโร 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คืนนี้ (3 ก.ค.) นัดนี้ไอซ์แลนด์หวังสร้างเทพนิยายช็อกโลกอีกครั้ง ด้วยการดับฝันน็อกเจ้าภาพฝรั่งเศสชวดเข้าชิงชนะเลิศ โดยจะส่งกิลฟี ซิเกิร์ดสัน, อารอน กุนนาร์สัน และโคลเบียน ซิกธอร์สัน เป็นตัวป่วนแนวรับทีมตราไก่ สถิติที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยเจอกันมาแล้ว 11 ครั้ง ปรากฏว่า “ตราไก่” ฝรั่งเศส ไม่เคยแพ้ต่อไอซ์แลนด์แม้แต่ครั้งเดียว เก็บชัยชนะได้ถึง 8 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง ด้าน “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย ชูเจ้าภาพฝรั่งเศสเหนือกว่าเยอะ น่าจะบดชนะไอซ์แลนด์ ลิ่วเข้ารอบรองฯได้ คู่นี้ถ่ายทอดสดให้ชมทางช่อง 3 เอชดี เริ่มเวลา 02.00 น.

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว ซึ่งคืนนี้ (อาทิตย์ที่ 3 ก.ค.) เป็นการพบกันระหว่างเจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ดวลกับไอซ์แลนด์ ทีมที่มีอันดับโลกต่ำที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ และเป็นทีมจอมล้มยักษ์ ที่สนามสตาด เดอ ฟรองซ์ ในแซงต์ เดนีส์ ถ่ายทอดสดให้ชมทางช่อง 3 เอชดี เริ่มเวลา 02.00 น.

เจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส หืดขึ้นคอกว่าจะผ่านเข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังเฉือนชนะ “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ทั้งที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังไอร์แลนด์ไปก่อนตั้งแต่ 2 นาทีแรก จากการยิงจุดโทษของร็อบบี้ เบรดี ก่อนที่อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าจากสโมสร “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด จะสวมบทฮีโร่เหมาซัดคนเดียว 2 ลูกในเวลาแค่ 4 นาที ให้ฝรั่งเศสแซงคว้าชัยหืดจับ 2-1

อย่างไรก็ตาม เกมเจอไอซ์แลนด์ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดนี้ “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจอข่าวร้าย เมื่อจะขาด 2 ขุนพลตัวหลักอย่าง อาดิล รามี ปราการหลังตัวแกร่งจากบาเลนเซีย กับเอ็นโกโล ก็องเต กองกลางตัวรับจากเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลล่าสุด หลังจากทั้งคู่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบตามโควตา นอกจากนี้ คิงส์ลีย์ โกมัน ปีกตัวจิ๊ดจากบาเยิร์น มิวนิก ที่ยังไม่แน่ว่าจะลงบู๊เกมนี้ได้หรือไม่ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บจากนัดเชือดไอร์แลนด์ 2-1 ทำให้ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ต้องมีการปรับทัพ อาจจะส่งเอเลียควิม ม็องกาลา กองหลังจากแมนฯซิตี้ ลงมายืนค้ำแผงหลังคู่กับ โลรองต์ กอสเซียลนี แต่ก็ต้องเช็กฟิตม็องกาลาเช่นกัน เพราะมีอาการเจ็บเล็กน้อย ถ้าม็องกาลาลงเล่นไม่ได้ คาดว่าจะเป็น ซามูเอล อุมติตี กองหลังดาวรุ่งจากโอลิมปิก ลียง ที่จะได้ลงมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงแทน

ส่วนในตำแหน่งของก็องเตนั้น คาดว่า เดส์ชองส์ กุนซือทีมเลส์ เบลอส์ จะเลือกส่งโยฮัน กาบาย กองกลางจากคริสตัล พาเลซ ลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ขณะที่ขุมกำลังในตำแหน่งอื่นๆนั้น ยังคงเป็นทัพใหญ่โดยเฉพาะในแนวรุกที่ยังเต็มสูบ มี ปอล ป็อกบา เป็นจอมทัพปั้นเกมในแดนกลาง ขณะที่แนวรุกมีอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าจากแอตฯมาดริด ที่ยิงไปแล้ว 3 ประตูในยูโร 2016 ประสานงานกับดิมิทรี ปาเยต และโอลิวิเยร์ ชิรูด์

ทางด้านไอซ์แลนด์ ชาติที่เล็กที่สุดในศึกยูโรหนนี้ มีประชากรเพียงแค่ 330,000 คนเท่านั้น และเป็นทีมที่มีอันดับโลกต่ำที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่กลับสร้างผลงานช็อกโลก ด้วยการน็อกทีมเต็งแชมป์อย่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ ร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย เกมนี้ ลาร์ส ลาเกอร์บัค และไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน เทรนเนอร์คนคู่ของไอซ์แลนด์ ยังคงยึดผู้เล่นชุดเดิมที่สยบอังกฤษ 2-1 ลงสนาม นำโดยกิลฟี ซิเกิร์ดสัน, โคล เบียน ซิกธอร์สัน, อารอน กุนนาร์สัน และคารี อาร์นาสัน

สถิติที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยพบกันมาแล้ว 11 ครั้ง ปรากฏว่า “ตราไก่” ฝรั่งเศส ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อไอซ์แลนด์แม้แต่ครั้งเดียว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 8 ครั้ง เสมอ 3 ครั้ง นอกจากนี้ ยังกะซวกตาข่ายไอซ์แลนด์ได้ถึง 30 ประตู และเสียไปแค่ 8 ลูกเท่านั้น

ทางด้านทัศนะวิจารณ์ของเกจิในวงการลูกหนังไทยที่มีต่อเกมรอบก่อนรองชนะเลิศคู่สุดท้าย ระหว่างเจ้าภาพ ฝรั่งเศส กับทีมม้ามืด อย่างไอซ์แลนด์ โดย “โค้ชหรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับในหัวจิตหัวใจของนักเตะไอซ์แลนด์ว่าสู้มาได้ถึงรอบนี้ถือว่าเก่งจริงๆ การเอาชนะอังกฤษในรอบ 16 ทีมสุดท้ายไม่ใช่เรื่องฟลุค ทุกอย่างเป็นเรื่องของแท็กติกและความทุ่มเทของนักเตะไอซ์แลนด์ทุกคน แต่มาถึงตรงนี้การที่ต้องมาเจอเจ้าภาพ ถือเป็นงานยากสุดๆ เพราะฝรั่งเศสต่างจากอังกฤษมาก พวกเขามีความหลากหลายทั้งรุกและรับ การเข้าโจมตีทั้งด้านข้างและการยิงไกลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าทีมสิงโตคำรามเยอะ ไอซ์แลนด์เป็นบอลสไตล์ตั้งรับรอสวนกลับ ตนคิดว่าไม่น่าจะต้านอยู่ ยิ่งมาเจอเสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าภาพ กดดันสุดท้ายตนคิดว่าคงไม่รอดน้ำมือฝรั่งเศสเป็นแน่

“เกมนี้เจ้าภาพฝรั่งเศสมีโอกาสมากกว่า 60-40 และน่าจะจบในเวลา 90 นาที เพราะอาวุธของทีมตราไก่มีเหนือกว่าอย่างชัดเจน อย่างแมตช์ที่แล้วที่พวกเขาผ่านทีมยักษ์เขียวไอร์แลนด์มาได้ เพราะเมื่อถึงจังหวะเร่งแล้วเร่งขึ้น ต่างจากอังกฤษที่พยายามเร่งกับไอซ์แลนด์แต่เร่งไม่ขึ้น ดังนั้นตนจึงค่อนข้างมั่นใจว่าฝรั่งเศสจะเข้ารอบตัดเชือกไปได้ไม่ยากเย็น” โค้ชชาญวิทย์กล่าวฟันธง

เจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส แนวรับยวบ! เมื่อขาดทั้งอาดิล รามี ปราการหลัง และเอ็นโกโล ก็องเตมิดฟิลด์ตัวรับที่ติดโทษแบน แต่แนวรุกยังเต็มถัง นำโดย ปอล ป็อกบา, ดิมิทรี ปาเยต และอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าตัวจิ๊ด 3 ก.ค. 2559 01:03 3 ก.ค. 2559 03:48 ไทยรัฐ