วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' ไม่เอา เวทีปรองดอง

ชี้ไม่ต่างกับปาหี่ ‘สมชัย’ เหน็บ ‘ไก่’ ระวังจะเป็นไข้หวัด

“ปณิธาน” ชี้อดีตนักการเมืองนัดพูดคุย แค่เกมการเมืองชิงพื้นที่แต่งตัวรอเลือกตั้ง ให้รอประชามติจบแล้วจะจัดให้ “มาร์ค” หนุน “บิ๊กตู่” ร่วมมือรัฐบาลเต็มที่ไม่สร้างปัญหา ยัน ปชป.ไม่ส่งคนไปคุย “หญิงหน่อย” “นิพิฏฐ์” เอาตามที่นายกฯสบายใจ แต่ไม่ร่วมสังฆกรรมเวทีปาหี่ปรองดอง อ้อนนักวิชาการหนุนคนไม่สุดโต่งพูดคุยหาทางออก “นพดล” ฉะมัวแต่คิดหวาดระแวง-พร่ำแต่พูด ปรองดองไม่มีวันสำเร็จ “อ๋อย” จวกนายกฯพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ซัดเล่นบทเถื่อนใส่ นศ.เพราะความกลัว “โคทม” แนะเปิดพื้นที่คนเห็นต่างดึงออกมาใช้สิทธิมากๆ “เทือก” ฟุ้งที่มานายกฯ-ครม.ดีเว่อร์ “ตู่” มโนภาพพฤษภาทมิฬไม่ไกล “สมชัย” จี๊ดโพสต์เหน็บ “ไอ้ไก่” ระวังเป็นหวัด “มีชัย” โต้ไม่มีแนวคิดเซ็ตซีโร่ โวยลั่นพวกบิดเบือนใส่ร้าย แต่ “ผมบ้าตามเขาไม่ได้” รวบกลุ่มต้านปล่อยลูกโป่งรณรงค์หน้า ม.รามฯ

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาติดเบรกยังไม่ถึงเวลาที่อดีตนักการเมืองจะมานั่งหารือหาทางออกให้ประเทศ โดยจะเป็นเจ้าภาพจัดเวทีปรองดองเองนั้น ล่าสุดนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมา ปฏิเสธไม่ขอร่วมวงด้วย

“ปณิธาน” ชี้แค่เกมการเมืองชิงพื้นที่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ก.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย นัดเดินสายพูดคุยอดีตนักการเมืองว่า การดำเนินการอะไรต้องดูกฎหมายเป็นหลัก ถ้าไม่กระทบก็ไม่มีปัญหา แต่อาจทำให้ฝ่ายการเมืองอื่นอยากออกมาเคลื่อนไหว เพื่อชิงพื้นที่ทางการเมือง รอการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหลังการทำประชามติบ้าง เพราะนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนมาตลอดว่า ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไรจะมีการเลือกตั้งแน่นอน ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองมักอาศัยพื้นที่อื่นทำกิจกรรมการเมืองอยู่แล้ว เช่น งานบุญกฐินก็มีพบปะพูดจากัน หรืองานสัมมนาวิชาการ ก็แสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ถือว่าเป็นปัญหาเพราะมีกรอบอยู่

ให้รอประชามติจบแล้วค่อยขยับ

นายปณิธานกล่าวว่า หลังจากการทำประชามติผ่านพ้นไปแล้ว ต้องมีการพูดคุยเรื่องพื้นที่ทางการเมือง เพื่อเตรียมการสำหรับหาเสียงเลือกตั้ง ให้ทุกพรรคสามารถทำกิจกรรมได้โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งอาจมีปัญหาด้านการยอมรับตามมาได้ ขณะนี้มีหลายภาคส่วนส่งแนวทางบริหารพื้นที่ทางการเมืองมาให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาแล้ว คิดว่าจะมีข้อสรุปออกมาก่อนกำหนดเวลาการเลือกตั้ง

“มาร์ค” หนุน “บิ๊กตู่” ห้ามจุดประเด็น

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้นักการเมืองหารือกันได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ว่า พูดมาตลอดว่าการพูดคุยกันเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าเอามาสร้างเป็นประเด็นการเมือง เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวงขึ้นอีก พอเกิดความหวาดระแวงแล้วยิ่งทำให้เข้าใจว่านักการเมืองนัดไปคุยเพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือไม่ หรือต้อง การสร้างอำนาจต่อรองอะไรหรือไม่ ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น แต่อยากให้พูดคุยกันตามธรรมชาติ นำมาสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาส่วนรวมได้ ตรงกับที่นายกฯย้ำว่า อย่าเอาเรื่องประโยชน์ของนักการเมือง จะโดยรวมหรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาต่อรอง

ยัน ปชป.ไม่ส่งคนคุย “หญิงหน่อย”

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับแนวคิดนายกฯที่อยากให้นักการเมืองไปหารือกันแบบส่วนตัว ไม่ใช่เปิดเวทีสาธารณะ เพราะยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย และคำสั่ง คสช. ควรเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวมเพื่อป้องกันความหวาดระแวงระหว่าง คสช.กับนักการเมือง ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติจะส่งสมาชิกไปร่วมพูดคุยหารือตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ แต่หากจะมีก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่หารือกันตามปกติอยู่แล้ว

ร่วมมือรัฐบาลเต็มที่ไม่สร้างปัญหา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลหรือ คสช. จะเชิญนักการเมืองมาหารือ ที่ผ่านมาตนและพรรคประชาธิปัตย์ให้ความร่วมมือมาตลอด เชิญพรรค การเมืองไปประชุมก็ไปตลอด หากนายกฯเห็นว่าพรรคการเมืองยังให้ข้อมูลใดเพื่อประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่การประกาศว่าจะคุยวันนั้น สถานที่นี้ ก็เลี่ยงจากประเด็นการเมืองยาก จึงควรมองให้ไกลให้ทะลุว่าบ้านเมืองจะกลับมาสู่ความเป็นปกติอย่างที่สังคมต้องการ จึงอย่าสร้างบรรยากาศที่จะเป็นปัญหา เป็นห่วงในหลายเรื่อง เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ และเรื่องของระบบ หากเราต้องการปฏิรูป ยังมีอีก หลายคนที่มีประสบการณ์ สามารถให้มุมมองต่อข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปที่รัฐบาลจะทำ

“นิพิฏฐ์” เมินเวทีปาหี่ปรองดอง

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาปรามการนัดพูดคุยกันของอดีตนักการเมือง เมื่อนายกฯไม่สบายใจ ไม่เป็นไร ตน ยกเลิกไปแล้ว การพูดคุยเรื่องสำคัญของประเทศจะมาคุยแค่ 3 คนคงไม่ได้ แต่จะรวมกลุ่มตอนนี้คงไม่ได้อีก เดี๋ยวผิดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ต้องขออภัยหากวิธีการนี้ทำให้นายกฯไม่สบายใจ แต่อยากให้นายกฯอนุโลมขยิบตาบ้างก็ดี เปิดให้คุย นอกรูปแบบ ความขัดแย้งทั่วโลกในอดีตจบได้เพราะ การพูดคุยนอกรอบก่อนขึ้นโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการทั้งสิ้น แต่ตนไม่เอาด้วยกับที่นายกฯบอกว่า ถ้าถึงเวลาจะจัดให้คุยเรื่องปรองดองด้วยตนเอง การเรียกคนมาขึ้นเวทีพูดคุย มีสื่อมาคอยทำข่าว ถ่ายทอดออกไปสู่ประชาชน แต่ละฝ่ายจะพูดรักษาหน้า ตีโวหารเพื่อพรรคพวกตนเอง ไม่ต่างจากปาหี่ ตนไม่เอาแล้วไม่ร่วมด้วย จะเปิดเวทีก่อนหรือหลังเลือกตั้งก็ไม่เอา เป็นระบบเก่าที่ล้มเหลว

อ้อนนักวิชาการหนุนคนไม่สุดโต่ง

“ที่ผ่านมานักวิชาการยังออกมาแสดงความเห็นเรื่องแก้วิกฤติประเทศน้อยไป จึงอยากเรียกร้องบรรดานักวิชาการที่ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งถ้าเห็นว่าแนวทางของผมจะช่วยบรรเทาวิกฤติประเทศได้ ขอให้ออกมาสนับสนุนแนวคิดด้วย มาช่วยกันหน่อย ให้คนที่ไม่สุดโต่งได้คุยเพื่อหาทางออกประเทศ” นายนิพิฏฐ์กล่าว

“นพดล” ฉะมัวแต่คิดหวาดระแวง

ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ยาก ลำบาก คนไทยคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคด้วยตนเอง เพราะเรายังหวาดระแวงกันขนาดหนัก ถึงขนาดนัก การเมืองที่เสนอจะหารือกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศ เพราะตระหนักว่าปัญหาเกิดจากพวกตนเอง ยังถูกมองด้วยความหวาดระแวง และแปรเจตนาไปในทางร้าย ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มคุย ถ้าเราหวาดระแวงและขาดเมตตาธรรมต่อกันแล้ว จะแก้ปัญหาบ้านเมืองกันได้อย่างไร เพราะปัญหาประเทศมากเกินกว่าที่จะมีซุปเปอร์แมนคนใดคนหนึ่งแก้สำเร็จ

พร่ำแต่พูดปรองดองไม่มีวันสำเร็จ

นายนพดลกล่าวอีกว่า เห็นพร่ำพูดกันเรื่องปรองดอง แต่ถ้าไม่เปิดอกคุยกันทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือ แล้วจะปรองดองสำเร็จได้อย่างไร จะออกกฎหมายปฏิรูปอีกกี่ฉบับ จะออกมาตรการทางเศรษฐกิจอีกกี่เรื่อง จะมีรัฐธรรมนูญดีเพียงใด แต่ถ้าคนไทยยังไม่ไว้วางใจกัน หวาดระแวงทุกสิ่งที่อีกฝ่ายนำเสนอ ไม่ถกเถียงกันอย่างลึกซึ้งและสร้างสรรค์ ขาดการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทำตัวเหมือนไก่ในเข่งที่จิกตีกันตลอดเวลา คงเป็นเรื่องยากที่เราจะก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่สังคมแห่งความรักความสามัคคี

จวกนายกฯพูดแผ่นเสียงตกร่อง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า การจะนิรโทษกรรมหรือปรองดองได้ คนทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเสียก่อน แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจเอาเสียเลย พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ความจริงการปรองดองไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าต้องนิรโทษ หรือนิรโทษจะทำให้ปรองดอง น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าใจเลย สังคมไทยจึงไม่อาจหวังความปรองดองจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้ ท่านพูดเสมอว่าเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเข้าสู่อำนาจและอยู่ในอำนาจไปให้ได้นานที่สุด เรื่องนิรโทษอาจพูดได้ว่านักการเมืองคงไม่สามารถเสนอได้อีก จะเสนออย่างไรก็คงไม่มีผล เพราะสังคมยังหวาดระแวงกับการนิรโทษสุดซอยที่เป็นความผิดพลาด ไม่เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ แม้จะเสนอนิรโทษให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนก็ตาม

เล่นบทเถื่อน นศ.เพราะหวาดกลัว

นายจาตุรนต์ระบุอีกว่า ที่เจ็บปวดกว่านั้น คือ การนิรโทษให้ตัวเองของคณะรัฐประหารเกือบทุกคณะ เลวร้ายกว่านั้น คือ การนิรโทษให้กับ คสช.ทั้ง ในเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่จะทำต่อไปในอนาคต คสช.มีอำนาจล้นฟ้า ทำอะไรไม่เป็นความผิด แม้ทุจริตผิดกฎหมายก็ไม่มีใครตรวจสอบเพื่อเอาผิดได้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ที่ปฏิบัติกับนักศึกษานั้นไม่ใช่การรังแก แต่นักศึกษาไม่ยอมประกันตัวเองนั้น เป็นการพูดของคนที่ไม่กล้ายอมรับความจริง สู้พูดว่า “ผมจะเอาอย่างนี้ ใครจะทำไม” เสียดีกว่า นักศึกษา 7 คนที่ถูกจับขังและดำเนินคดีในศาลทหาร ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไรเลย ถ้าจะขัดก็ขัดใจ คสช.กับ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น การที่คสช.ให้ทหารมาจับใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ห้าม ชุมนุมเกิน 5 คน เป็นการลุแก่อำนาจและไม่ชอบธรรม ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่อยากให้ใครทำขัดหูขัดตา ล่าสุดจับกุมประชาชนที่ปล่อยลูกโป่ง “รณรงค์ไม่ผิด” อีก ยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่ คสช. เล่นบทเถื่อนแบบนี้เพราะความหวาดกลัว กลัวคน ส่วนใหญ่จะรู้ความจริงว่าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหา กลัวไม่ผ่านประชามติ

กกต.เร่งตีปี๊บใช้สิทธินอกเขต

วันเดียวกัน นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หลังจากเปิดให้มีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดทางอินเตอร์เน็ตและทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย. มีผู้ประสงค์ขอใช้สิทธิแล้ว 206,745 ราย แบ่งเป็นยื่นทางอินเตอร์เน็ต 158,423 ราย ยื่นผ่านสำนักทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขต หรือ สำนักทะเบียนท้องถิ่น 48,322 ราย ส่วนผู้มีสิทธิออกเสียงที่ประสงค์จะใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ยังสามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิได้ด้วยตนเอง โดยการยื่นคำขอได้ที่สำนักงานเขต สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น และสามารถยื่นคำขอเป็นกลุ่มได้ด้วยการมอบหมายผู้มีสิทธิอื่นยื่นแทน ภายในวันที่ 7 ก.ค. ในวันและเวลาราชการ

“อภิสิทธิ์” จี้ กกต.ทำให้ชัดเจนกว่านี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 61 วรรคสอง ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 4 แต่เรายังไม่ทราบว่ามาตรา 61 วรรคสอง ที่ระบุว่าห้ามแสดงความคิดเห็นในทางปลุกระดมมันคืออะไร แม้ กกต.พยายามทำอยู่ แต่ขอเรียกร้องให้มีความหนักแน่นกว่านี้ เช่น การบอกว่ารับหรือไม่รับ ดีหรือไม่ดี เพราะการพูดของผู้ที่เกี่ยวข้องขณะนี้ ยิ่งทำให้คนเข้าใจว่าทำอย่างนี้เป็นการปลุก ระดม จึงควรรีบทำให้เข้าใจว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ เช่น การแจกใบปลิว หรือการแสดงความเห็นรับหรือไม่รับ รวมถึงการใส่เสื้อ การกระทำลักษณะใดคือการปลุกระดมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะขณะนี้เหมารวมว่าเป็นการปลุกระดมทั้งหมด จึงทำให้เกิดปัญหาความไม่ชัดเจน

“วรงค์” ชู รธน.ป้องกันทุนสามานย์

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญว่า หลักของประเทศคือกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ แต่ปัญหาขณะนี้เกิดจากผู้ปฏิบัติผิดกฎหมาย ถูกดำเนินคดี หรือบางรายศาลตัดสินแล้วไม่ยอมเคารพกฎหมาย เอาไปโยงกับประชาธิปไตยจนมั่วไปหมด เมื่อถูกจับได้ก็เอาประชาชนมาอ้างว่าเพื่อช่วยประชาชน หรือบางรายก็พยายามอ้างว่าคนอื่นก็โกงเพื่อให้เจ๊ากันไป ประเภทนี้เรียกพวกทุนสามานย์ มักเอาคำว่าประชาธิปไตยมาอ้างเพื่อประโยชน์ตนเองและพวก เป็นตัวอันตรายที่แท้จริงของระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาธิปไตยต้องสะดุด ดังนั้น รัฐธรรมนูญใหม่จึงต้องวางระบบเพื่อ ป้องกันใครก็ตามที่มีพฤติกรรมแบบทุนสามานย์ ที่จะเข้ามาทำร้ายประเทศของเรา โดยเอาคำว่าประชาธิปไตยมาอ้าง

“อนุดิษฐ์” เหน็บ ปชป.ต้องพิสูจน์ตัว

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า เห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะให้นักการเมืองพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการนั้น ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี บ้านเมืองต้องการความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่คงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ายังยืนหยัดเจตนารมณ์ในการตั้งพรรคการเมืองนี้ตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการ เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิดกฎหมาย เพราะนักการเมืองควรหารือกันอย่างเปิดเผยและโปร่งใส เพื่อไม่ให้ใครมานั่งหวาดระแวง ทำลายกัน ไม่อยากเห็นการใช้วาทกรรมในทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ นอกจากจะเพิ่มความ เกลียดชัง การที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดคุยในประเด็นนี้ เพราะวันนี้สังคมไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งอีกแล้ว

“โคทม” แนะเปิดพื้นที่ดึงคนใช้สิทธิ

อีกด้าน นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ ประชาชนทุกคนไม่จำเป็นต้องรับรู้เนื้อหาเท่ากันก็สามารถตัดสินใจได้ ใครสงสัยหรืออยากรู้เนื้อหาเพิ่มเติมสามารถหาข้อมูลได้ แต่สิ่งที่เห็นว่ายังขาดหายไป คือ ความรู้สึกการมีส่วนร่วม จากที่ได้พูดคุยหลายคนไม่สนใจหรือ อยากไปลงประชามติ จึงต้องหาวิธีการดึงประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด คนที่เห็นด้วยกับแนว ทางประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ควรออกไปใช้สิทธิ ส่วนตัวมองว่าเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยแพร่ไป ทั้งเอกสาร หรือการให้ครู ก. ครู ข. ครู ค. ลงพื้นที่ ถือเป็นการให้ข้อมูลด้านเดียว แต่โอกาสที่ฝ่ายเห็นต่างจะชี้จุดบกพร่องนั้นมีไม่เท่ากัน ระยะเวลา 1 เดือน ก่อนทำประชามติ ถือว่า ยังเพียงพอจะเป็นอีกทางที่กระตุ้นประชาชนให้มีส่วนร่วม และอยากออกไปลงประชามติมากขึ้น

“เทือก” ฟุ้งที่มานายกฯ–ครม.ดีเว่อร์

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดีมาก เริ่มตั้งแต่ที่มาของนายกฯจากความเห็นชอบของ ส.ส. โดยทั้งนายกฯและ ครม. ต้องมีคุณสมบัติคือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ต้องบริหารราชการแผ่นดินโดยรักษาวินัยการเงินแผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด และห้ามไม่ให้เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ รวมถึงเรื่องโยกย้ายแต่งตั้ง ที่สำคัญ คือ พฤติกรรม ส.ส. หรือกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี ร่วมกันแปรญัตติเอาไปเป็นประโยชน์ทางการเมือง ต่อไปนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะถูกบัญญัติห้ามไว้ พร้อมกำหนดโทษให้ถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต หากรัฐมนตรีรู้เห็นเป็นใจต้องพ้นจากตำแหน่งทั้ง ครม. ต้องชดใช้เงินค่าเสียหายให้กับรัฐพร้อมดอกเบี้ย และจะกลับมาเป็นนักการเมืองอีกไม่ได้ตลอดไป จึงชอบมาก เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจจะไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ

“ตู่” มโนภาพพฤษภาทมิฬไม่ไกล

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ประเด็นที่มา ส.ว.ตามร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และคำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.มีสิทธิร่วมโหวตเลือกนายกฯ น่าห่วงใยปลายทางสุดท้ายจะเหมือนเหตุการณ์เดือน พ.ค.2535 ดูแล้วไม่ไกลเกินความจริง ทำไมไม่คิดว่าสังคมเมื่อ 24 ปีที่แล้ว ยังต่อต้านนายกฯไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ปัจจุบันประเทศต้องถอยหลังกลับไปอีกหรือ เรื่องที่มา ส.ว. ที่มานายกฯ และที่มาของอำนาจองค์กรอิสระ คือวิกฤติของชาติ เพราะประชาชนไม่ได้อยู่ในสายตา วิกฤติจะใหญ่กว่าทุกครั้ง ขณะนี้ใครก็อ่านชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเป็นเพียงพิธีกรรม รองรับการสืบทอดอำนาจ ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ประชาชนไม่มีโอกาสกำหนดอนาคตตัวเอง คนที่ผ่านเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 ไม่มี ทางยอมรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้ เพราะทรยศต่อวิญญาณวีรชน

“สมชัย” จี๊ดโพสต์เหน็บถึง “ไอ้ไก่”

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ภาษาที่พูดต่อไปนี้เป็นการพูดระหว่างเพื่อนฝูง จึงมิใช่คำหยาบ เพื่อนผมคนนึงชื่อเล่นว่าไอ้ไก่ (นามสมมติ) เคยเรียนมัธยมด้วยกัน เรียนปริญญาตรีก็คณะเดียวกัน ม.เดียวกัน วันนึง ไอ้ไก่ โทร.มาหาผม หากกูจะใส่ เสื้อโหวตโน ผิดมั้ยวะ ไม่ผิด ผมตอบ ใส่แล้วโพสต์ในเฟซ ผิดป่าววะ ไม่ผิด ใส่เดินถนน แจกใบปลิว ผิดมั้ยวะ ไม่ผิด เดี๋ยวนี้มึงจน จนจะไปรับจ้างแจกใบปลิวแล้วหรือ ป่าวกูจะไปช่วยมึงแจกใบปลิวรณรงค์ให้คนมาใช้สิทธิ์น่ะ ไม่ผิดหรอก ดี ดีช่วยกูทำงาน เออแต่อย่าดีกว่า ไอ้ไก่ เพราะเวลาแจกใบปลิวเดี๋ยวมีคนไม่พอใจเค้ารุมด่าหลายๆคนเข้ากลายเป็นความวุ่นวาย มันก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานก่อความวุ่นวาย ม.61 (1) หากเดินแจกกัน 5-6 คนขึ้นไป ก็อาจผิดฐานก่อความไม่สงบไม่ ผิด ก.ม.ประชามติหรอก แต่อาจผิด ก.ม.อื่น หลังจากนั้น ไอ้ไก่ ก็ไม่เดินแจกใบปลิว แต่ใส่เสื้อตัวนั้นบินไปเที่ยว ตปท. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 1.หากขับรถฝ่าไฟแดงตอนจะไปแจกใบปลิวประชามติ อย่าบอกประชาชนว่ารณรงค์ประชามติแล้วทำไมผมถูกจับ ประเทศนี้ช่างไม่เป็นประชาธิปไตย 2.การใส่เสื้อยืดบางๆ ตัวเดียว ขึ้นเครื่องบิน ระวังจะเป็นหวัด”

“มีชัย” โต้ไม่มีแนวคิดเซ็ตซีโร่

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พรรคการเมืองในปัจจุบันต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า ยืนยันไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดไว้ กรธ.ไม่เคยหารือเรื่องดังกล่าว ส่วนบท บัญญัติหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างพรรคการเมืองนั้น ต้องนำไปปรับช่วงเขียน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตามร่างไม่มีเนื้อหาใดที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิก มีเพียงประเด็นว่าด้วยสิทธิของสมาชิกพรรคต่อพรรคการเมือง หากจะนำไปเขียนในกฎหมายลูกสามารถกำหนดได้ในการมีส่วนร่วมคัดเลือกบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องพิสดาร

โวยลั่นบิดเบือนใส่ร้ายร่าง รธน.

เมื่อถามว่า มองประเด็นการเซ็ตซีโร่พรรค การเมืองที่ถูกยกมาเป็นประเด็นช่วงนี้อย่างไร นายมีชัยตอบว่า เขาพยายามหาทุกวิถีทางที่จะโทษร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อหาไม่เจอก็สร้างขึ้นมาบ้าง ตอนนี้ต้องพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้นว่าไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า ประเมินความเคลื่อนไหวของนักการเมืองที่เตรียมรวมตัวกันอย่างไร นายมีชัยตอบว่า ไม่ทราบว่าจะรวมตัว ทำอะไร หากรวมตัวเพื่อบอกอะไรที่ไม่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ คงไม่ดี แต่หากบอกอะไรที่ตรงไปตรงมา ถือว่าดี ปัจจุบันมีวิชามารมาก มีการนำบทบัญญัติที่ไม่ได้มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญมาใส่ในร่างรัฐธรรมนูญ แล้วบอกว่าจะตายแน่แล้ว ฟังแล้วดูงง

ประกาศ “ผมบ้าตามเขาไม่ได้”

เมื่อถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ระบุว่าอดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 จะหมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งตามเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นายมีชัยตอบว่า เป็นสิ่งที่บิดเบือน เพราะในบทบัญญัติมีเพียงห้ามผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ห้ามเข้าสู่การเมืองอีก ส่วนกลุ่ม อดีตนักการเมืองที่ถูกศาลพิพากษา ต้องกลับไปอ่าน คำพิพากษาว่าศาลตัดสินอย่างไร กรณีที่เกิดขึ้นเพราะพรรคการเมืองถูกยุบ และมีบทบัญญัติห้ามใช้สิทธิทางการเมือง หากไม่ใช่ผู้ที่ทำทุจริต หรือทุจริตการเลือกตั้ง ยังมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ประเด็นทั้งหมดได้พูดมาตั้งแต่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เขาก็รู้และได้ยิน แต่เขายังบิดเบือน ดังนั้น บางครั้ง “ผมไม่สามารถบ้าตามเขาได้”

“วีระศักดิ์” นำทีมพบรองเลขายูเอ็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เผยแพร่ภาพ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะได้แก่ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ผู้แทนพิเศษนายกรัฐมนตรี นายอภิชาติ ชินวรรโณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นาย นรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าพบ นายจอง เอเลียสซอง รองเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครนิวยอร์ก ตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อชี้แจงสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อผู้แสดงความคิดเห็นหรือทำกิจกรรมการเมืองในช่วงก่อนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.วีรชนเปิดเผยว่า ยูเอ็นให้เกียรติไทยมาก ยินดีรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ซึ่งเรายืนยันเดินหน้าตามโรดแม็ปที่วางไว้ ไทยจะร่วมมือทำงานกับยูเอ็นอย่าง ใกล้ชิด แลกเปลี่ยนข้อมูลให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

“ปึ้ง” ตอก “ดอน” ทำการบ้านให้มาก

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า การหาเสียงชิงตำแหน่งสมาชิกแบบไม่ถาวรใน UNSC ใช้เงินไม่ถึง 600 ล้านบาท และรัฐบาลชุดก่อนไม่ได้ช่วยหาเสียงนั้น ขอให้นายดอนกลับไปศึกษาข้อมูลย้อนหลังว่าสมัยที่ตนเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้นำเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติใช้วงเงินทั้งสิ้นเท่าไร ยังแทบช็อกเมื่อเห็นตัวเลขที่เสนอขอมากว่า 600 ล้าน บาท และขอให้ไปค้นหาดูบันทึกการประชุมหารือของตนกับรัฐมนตรีประเทศต่างๆ รวมทั้งบันทึกการพบปะหารือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับผู้นำประเทศต่างๆด้วย ก็จะเห็น และขอให้ไปเปิดดูด้วยว่างบประมาณรายจ่ายในแต่ละปีก่อนที่นายดอนจะมาดำรงตำแหน่งนี้ รมว.ต่างประเทศคนก่อนหน้าท่านในรัฐบาลชุดนี้ ได้ใช้งบประมาณในการหาเสียงไปแล้วเท่าไร

เย้ยระดมเงิน–สรรพกำลังยังแพ้ลุ่ย

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า อยากให้ตระหนักว่า ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ ที่เราพ่ายแพ้ให้แก่ประเทศเกิดใหม่และเกิดทีหลังเราอย่างคาซัคสถานไปด้วยคะแนนที่ค่อนข้างขาดลอยนั้น เป็นเพราะสังคมโลกไม่ให้การยอมรับรัฐบาลชุดปัจจุบันใช่หรือไม่ เช่นเดียวกับที่เราเคยถูกทักท้วงเรื่องการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ในเวทีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนนานาชาติที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ขนาดคัดสรรอดีตทูตฝีมือดีหลายคน และทีมล็อบบี้มือฉมังไปช่วยหาเสียงกันถึงนครนิวยอร์ก และยังมีทีมพิเศษของรัฐบาลที่ไปหาเสียงล่วงหน้ากับกลุ่มประเทศต่างๆ ใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินไปไม่รู้เท่าไร แต่ได้คะแนนมาเพียงแค่นี้ นายดอนยังไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ

พท.แนะ รบ.ฟังคำพระพยอมบ้าง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเชื่อคำแนะนำของพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ที่อยากให้เปิดใจรับฟังนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ปอกเปลือกปัญหาเศรษฐกิจยุครัฐบาล คสช. และผิดหวังกับผลงาน ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พร้อมกับแสดงความเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจอาจเสื่อมถอยจริงตามที่นายพิชัยเตือน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจคงย่ำแย่มาก ขนาดพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงเช่นพระพยอม ยังต้องออกมาเตือน ท่านน่าจะได้สัมผัสจากประชาชนจำนวนมากที่มีรายได้ลด ไม่พอเลี้ยงครอบครัว หากรัฐบาลและ คสช.จะเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นที่นายพิชัยแนะนำมาตลอด เศรษฐกิจคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้ ประชาชนก็คงไม่ลำบาก

บอกประชาชนยังไม่รู้สึก ศก.ดีขึ้น

นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ ยังเคยเตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะทรุดเป็นรูปตัวแอล นี่ใกล้จะครบปีแล้วที่รัฐบาลปรับครม. เอาทีมเศรษฐกิจชุดนี้เข้ามาทำงาน แต่ประชาชนกลับไม่รู้สึกเลยว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างไร มีแต่จะเสื่อมถอยลง การส่งออกลดฮวบ การลงทุนหดหาย อนาคตก็ยังไม่เห็นทิศทางที่จะฟื้น ล่าสุดนักวิเคราะห์ทั้งไทยและต่างประเทศต่างเห็นว่า สถานการณ์ Brexit ที่อังกฤษอาจทำให้อียูแตกได้นั้น ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ จีดีพีอาจลดลงถึงร้อยละ 0.5 ได้ แต่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลกลับบอกว่าไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แถมยังอาจได้ประโยชน์ ยิ่งสร้างความสับสนให้ประชาชนกับการรับมือเหตุการณ์นี้ จึงอยากให้รัฐบาลฟังคำแนะนำของพระพยอม เพิ่มอาหารให้สมอง มากกว่าไปฟังพระพุทธะอิสระ หรือหลวงปู่ฤาษีเกวาลัน

กลุ่มต้านนัดรวมตัวหน้า ม.รามฯ

เมื่อเวลา 06.00 น.ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.สันติชัย จันทดวง รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก นำกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ชุดสืบสวน ชุด นปพ. บก.น.4 สนธิกำลังกับทหารสังกัด ร.12 พัน. 2 พล.ร.2 รอ. เข้าตรึงพื้นที่โดยรอบ เพื่อสกัดกั้นกิจกรรมรวมตัวปล่อยลูกโป่ง ที่จัดโดยเครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายแรงงาน และกลุ่มนักกิจกรรม ต่อมาเวลา 11.00 น. กลุ่มมวลชนราว 30 คน นำลูกโป่งสีม่วง เขียนข้อความรณรงค์ไม่ผิด พร้อมป้ายผ้าข้อความ“ปล่อยนักโทษประชามติ” รวมตัวกันบริเวณลานพ่อขุน พร้อมอ่านแถลงการณ์ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการจับกุมตัว 7 นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ที่รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ คสช.ปล่อยตัวทันที

ปล่อยลูกโป่งรณรงค์ก่อนโดนรวบ

ต่อมาขณะที่นายสุพัฒน์ อาษาศรี อดีตเลขาธิการ สนนท. เริ่มอ่านแถลงการณ์ พ.ต.อ.ศรายุทธ และ จ.ส.อ.สมพาน แสงหมื่น สังกัด ร.12 พัน.2 รุดเข้าไปแจ้งให้ยุติเพราะเข้าข่ายขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมโต้แย้งว่าทำหนังสือขออนุญาตตำรวจ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจึงพยายามเข้าไปยึดใบแถลงการณ์ พร้อมเชิญไปโรงพัก แต่กลุ่มมวลชนที่มาด้วยไม่ยอม จึงเกิดการยื้อยุดชุลมุนเล็กน้อย สุดท้ายตำรวจยอมให้ทั้งหมดปล่อยลูกโป่งรณรงค์ขึ้นฟ้าได้ เสร็จแล้วจึงควบคุมตัวผู้ร่วมชุมนุม 5 คน ประกอบด้วย นางนุชนารถ แท่งทอง นางหนูเกณ อินทจันทร์ นางทองเชื้อ วระชุน น.ส.วิพล ถวัลพงษ์ น.ส.คำไพร รมยะปาน ไปสอบสวนที่ สน.หัวหมาก โดยมีนายนิติรัฐ ทรัพย์สมบูรณ์ อดีตอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมแกนนำกลุ่มเอ็นดีเอ็ม และนายบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินทางมาให้กำลังใจ หลังสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมง สุดท้ายตำรวจยอมปล่อยตัวทั้งหมด โดยไม่แจ้งข้อหา

โพลจัด 5 อันดับปัญหาการเมือง

อีกเรื่อง สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กับการแก้ปัญหาการเมือง” พบว่า 5 อันดับปัญหาการเมืองไทย ณ วันนี้ ยังคงมีความขัดแย้งแตกแยก การแบ่งขั้วทางการเมือง รองลงมาคือการทุจริตคอร์รัปชัน พฤติกรรมของนักการเมือง การแก้รัฐธรรมนูญ และการบริหารประเทศ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ส่วนปัญหาการเมืองที่ประชาชนคิดว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์พอจะแก้ได้ 3 อันดับแรก ได้แก่ ความพยายามวางรากฐานปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง และพยายามป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ แก่งแย่งอำนาจทางการเมือง ส่วนปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้คือ การขุดรากถอนโคนการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่างๆ การสร้างความสามัคคีปรองดองที่เป็นรูปธรรม และปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเสนอแนวทางรัฐบาลว่า ควรรับฟังความคิดเห็นและนำไปปรับใช้ ควรแก้ที่ต้นเหตุ มีความเด็ดขาด ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่สองมาตรฐาน แต่ส่วนใหญ่ยังมั่นใจต่อการแก้ปัญหาการเมืองของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ เป็นรัฐบาลทหารมีความเด็ดขาด มีโรดแม็ปชัดเจน

“ปณิธาน” ชี้อดีตนักการเมืองนัดพูดคุย แค่เกมการเมืองชิงพื้นที่แต่งตัวรอเลือกตั้ง ให้รอประชามติจบแล้วจะจัดให้ “มาร์ค” หนุน “บิ๊กตู่” ร่วมมือรัฐบาลเต็มที่ไม่สร้างปัญหา ยัน ปชป.ไม่ส่งคนไปคุย “หญิงหน่อย” 3 ก.ค. 2559 00:58 ไทยรัฐ