วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไวยาวัจกร วัดป่าหลวงตาบัว-พี่เลี้ยง อดเยี่ยมเสือ

ไวยาวัจกร วัดป่าหลวงตาบัว พาพี่เลี้ยง 6 คน ขอเยี่ยมเสือที่สถานีเพาะเลี้ยง แต่ต้องผิดหวังเพราะเข้าไม่ได้ จนท.แจ้งต้องมีหนังสือขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาแสดงก่อน ด้านคนเลี้ยง ยันไม่ควรย้ายเสือมา เพราะไม่มีความพร้อม...

วันที่ 2 ก.ค.59 นายศิริ หวังบุญเกิด ไวยาวัจกรณ์ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปัณโณ จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วยนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความประจำวัด ได้นำชาวต่างชาติ ที่เป็นพี่เลี้ยงเสือ จำนวน 6 คน ได้เดินทางมาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว และที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยพยายามที่จะขอเข้าเยี่ยมดูอาการของเสือ ที่อ้างว่า อาจจะป่วยและเสียชีวิต เพิ่มอีกได้ แต่ นายวินันท์ วิระนะ หน.สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ได้ออกมาชี้แจ้งว่า ต้องทำหนังสือขออนุญาตจากทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อน จึงสามารถให้เข้าได้

นายศิริ หวังบุญเกิด ไวยาวัจกร วัดป่าหลวงตามหาบัว กล่าวว่า เสือที่ถูกย้ายมาอยู่ที่ จ.ราชบุรี มีอาสาสมัครที่เคยดูแลและรู้จักคุ้นเคยกับเสือแต่ละตัวดี เมื่อทราบข่าวว่า เสือหลายตัวป่วย บางตัวไม่กินอาหาร ก็ต้องการมาให้กำลังใจเพื่อรักษาชีวิตของเสือไว้ โดยยังมีความหวังว่า จะได้เสือทั้งหมดกลับไปอยู่ที่วัด ประกอบกับยังมีสัตว์อีกหลายตัว ที่ตอนนี้กำลังอดอยาก ขาดแคลนอาหาร เนื่องจากเสือเป็นผู้หล่อเลี้ยงสัตว์เหล่านั้น พวกตนเห็นว่า การเลี้ยงดูของเจ้าหน้าที่ยังไม่เป็นมืออาชีพ เมื่อนำเสือมาจากวัดแล้วเสือก็มาป่วยตาย ซึ่งก็คาดว่า อาจจะมีเสือตายอีกเยอะ

นายศิริ ยังกล่าวว่า ตอนนี้ตนเองและอาสาสมัคร ห่วงเจ้า“ ดอกรัก” ลูกเสือวัย 2 ปีเศษ ที่ป่วยเป็นหอบมาตั้งแต่กำเนิด ต้องได้รับการหยอดยา ซึ่งเจ้าหน้าที่เองไม่สามารถจับมันป้อนได้ ซึ่งตนเองทราบว่า ทางกรมฯ มีอาหารไม่พอสำหรับดูแลแล้ว โดยไม่น่าจะย้ายเสือมา ควรใช้กฎหมายควบคุมในการให้วัดดูแลเสือ ต่อไปมากกว่า ไม่รู้ว่าจะเกลียดชังวัดไปทำไม ไม่ว่า จะเป็นการกล่าวหาวัดว่า เป็นซ่องโจรและอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการย้ายเสือมาวันนี้ก็เห็นแล้วว่า เอามาแล้วเดือดร้อน ตนเองก็จะนำเรื่องนี้ชี้แจงไปยังคณะกรรมาธิการฯ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้ให้เห็นว่า เมื่อย้ายเสือมาแล้วต้องเดือดร้อนกัน ทั้งที่ทางเอกชนดูแลกันได้ เสือเมื่อตกเป็นทรัพยากรแผ่นดิน ก็สามารถใช้กฎหมายควบคุมในการดูแลกันต่อไปได้ ไม่รู้ว่า จะนำเสือย้ายมาทำไม หรือว่ามีผลประโยชน์อะไรกับตรงนี้ หรือไม่ และกำลังปกปิดอะไรอยู่

นายวินันท์ วิระนะ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเขาสน กล่าวว่า หากทางนายศิริ และอาสาสมัครต้องการเข้าเยี่ยม หรือ ติดตามการดูแลเสือภายในสถานีฯ ก็ต้องได้มีหนังสืออนุญาตจากกรมอุทยานฯ ก่อน ส่วนการเลี้ยงดูเสือ ก็ยืนยันว่า มีสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างดีเช่นกัน