วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีนะบางคนไม่สน คบกับใครนานๆ

มีข่าวแปลกๆจากประเทศใหญ่โตเช่นจีนให้ได้ยินเสมอ แต่ข่าวนี้ฟังแล้วอึ้งทึ่งเสียว เพราะเป็นแนวคิดสุดโต่งที่ใครจะไปรับได้! จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก เรื่องมีอยู่ว่า นายเซียะ จัวฉี อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เผยแพร่งานเขียนเชิงวิชาการถึงปัญหาอัตราการเกิดของประชากรจีน ที่มีเพศชายมากกว่าเพศหญิง และเสนอแนวคิดนอกกรอบชนิดมาเหนือเมฆ ในการแก้ปัญหาประชากรชายที่ไม่สมดุลกับประชากรหญิง อันเนื่องมาจากการที่จีนใช้นโยบายลูกคนเดียวมานาน แล้วชาวจีน บ้านไหนบ้านนั้น อยากมีลูกผู้ชายมากกว่าลูกสาว

จึงทำให้จีนมีประชากรชายมากกว่าหญิง แล้วทีนี้จะทำอย่างไร? แน่ละว่า หากครอบครัวไหนมีฐานะก็มีความเป็นไปได้ที่ลูกชายจะขอสาวเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้ไม่ยาก แต่ไม่ได้บอกว่า ผู้หญิงเห็นแก่เงินนะจ๊ะ ทว่าพื้นฐานแนวคิดของอิสตรีย่อมคำนึงถึงความมั่นคงไว้ก่อน ส่วนที่บูชารักและยอมอยู่อย่างพอเพียงกับผู้ที่มีฐานะใกล้เคียงกันกลับเยอะมากกว่า แถมอยู่กับคนที่มีพื้นเพใกล้เคียงกันจะไม่โดนดูถูกดูแคลนด้วย

ประเด็นอยู่ตรงนี้คือ อาจารย์บอกว่า เนื่องจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อประชากรทั้ง 2 เพศมีไม่เท่ากันในอนาคต ทางออกที่ภูมิใจเสนอคือ ควรให้ผู้ชายที่ฐานะยากจนรวมกลุ่มตกลงที่จะมีภริยาคนเดียวกัน.....ไอ้หยา ช่างกล้าเสนอเนอะ

แต่ถามจริงๆเหอะ จะมีชายสักกี่คนที่ใจกว้างเป็นมหาสมุทรพอที่จะมีภรรยาร่วมกับชายอื่น?

กรณีเช่นนี้แตกต่างจากเพศหญิง (ส่วนใหญ่) ที่อดทนและกล้ำกลืนยอมให้สามีไปมีกิ๊ก, มีอนุภรรยาได้ ขอเพียงอย่ายกย่องสาวที่มาทีหลังให้เกินหน้าเกินตาภรรยาหลวงแล้วกัน ฮึ่ม

เหตุนี้แนวคิดของอาจารย์จึงถูกกระหน่ำโจมตีในสังคมออนไลน์ที่จีนอย่างหนัก แหงล่ะว่า กลุ่มสิทธิสตรีออกมาฉะความคิดนี้ว่า เป็นมุมมองเก่าที่ให้คุณค่าผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมองผู้หญิงเป็นแค่วัตถุ หรือเครื่องผลิตทายาท ซึ่งมันไม่แฟร์เอาซะเลย ที่จริงอาจารย์ไม่ต้องเสนอทางออกอย่างที่ว่ามาก็ได้ แม้ฟังดูเป็นการแก้ไข แต่จะส่งผลตามมาทางสังคมน่ะเซ่ เช่น ถ้าชายใดไม่ยอมมีภรรยาร่วมกับคนอื่นล่ะ ย่อมมีการแย่งกัน แล้วหากฝ่ายหญิงเองก็ไม่ได้ยินยอมพร้อมใจจะเป็นของชายหลายคน เดี๋ยวเหอะปัญหาสังคมจะตามมาเป็นพรวน!

อะไรที่ “พูดได้” แต่ “ทำไม่ได้” มีเยอะ

ว่าแล้วก็คิดเรื่องนึงขึ้นมาได้ แบบว่าตอนนี้หลายคนมีแนวคิดพิลึกซึ่งไม่ใหม่และไม่เก่า ประมาณชาย-หญิงเป็นเพื่อนกัน ฝ่ายชายสมมติว่า ชื่อเอกมีแฟนชื่อดาวซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนร่วมงานของเขาอีกที ตอนแรกเอกกับแฟนสาวก็รักกันดี รู้จักกันเพราะเคยเรียนที่สถาบันเดียวกันมาก่อน หลังจากนั้นก็แยกไปคนละทิศละทางทำงานกันคนละที่ ก่อนหน้านี้ดาวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ จึงเป็นคนเสรีนิยม

รักอิสระ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ส่วนความมั่นใจไม่ต้องพูดถึง สูงปรี๊ดเช่นกัน

แม้ดาวไม่ได้เป็นคนสวยมาก แต่ก็ไม่ขี้เหร่ และน่ารักมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ

เมื่อเอกไปจีบดาว และฝ่ายหญิงโอเค เรื่องนี้ควรจะแฮปปี้ เอนดิ้งใช่ปะ แต่ในเมื่อโลกนี้ไม่มีความแน่นอน พอคบกันได้ 2-3 ปี ทั้งคู่ก็เลิกกัน ด้วยเหตุผลสั้นๆ เข้ากันไม่ได้ แต่ความจริงแล้วใครจะรู้ว่า ทัศนคตินั้นไปคนละทางเลย เนื่องจากฝ่ายหญิงเป็นคนหัวนอก ไม่คิดว่าจะเป็นแฟนใครนานๆ

นางกำหนดไว้เลยว่า ถ้าจะคบใครก็คบเพียง 2-3 ปี ถือว่านานแล้ว หลังจากนั้นขอเป็นอิสระและไปรู้จักกับคนใหม่ดีฝ่า ส่วนเอกก็จ๋อยสิยะ ที่จริงมีชายที่คิดทำนองคบใครแค่แป๊บๆอย่างนี้ก็มีเช่นกัน

แต่กรณีนี้เป็นฝ่ายหญิงไม่ชอบคบใครนานๆ แสดงว่า 1.นางอาจยังไม่เจอคนที่อยากลงหลักปักฐาน เป็นครอบครัวด้วยจริงๆ ฉะนั้น การคบใครไม่นานจึงส่งผลดีให้เธอมีโอกาสเจอหวานใจซึ่งจะเป็นคนที่ใช่ มากกว่าการคบเพียงคนเดียว โอ้ยเดี๋ยวนี้คบเผื่อเลือกมีเยอะแยะ

2.แต่ ไม่ได้บอกว่า ความคิดคบกันปุ๊บปั๊บแล้วเลิกเป็นสิ่งที่ถูก นะ เพราะเรื่องความรักเรามักใช้อารมณ์กับเหตุผลอย่างละครึ่ง ดังนั้นใครที่ตั้งตัวไม่ทันกับของพรรค์นี้ย่อมเสียใจและคิดว่าตัวเองอกหัก ซึ่งหากใครทำใจได้เร็วก็ดีไป แต่ถ้าทำใจได้ช้าก็อาเมน อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับคนแบบนี้เชียว

3.มีความสัมพันธ์ทางกายกันไหม? คนที่มีแนวคิดแบบนี้ (คบกันไม่นานแล้วชิ่ง) มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ตัวเองคบทั้งนั้น อย่างน้อยจะได้รู้ว่าชอบใจลีลาของอีกฝ่ายไหม?

4.สุดท้ายคนแบบนี้จะลงหลักปักฐานกับใครสักคนไหม? ก็ไม่แน่ หากยังสนุกกับการเป็นแบบนี้ก็ทำต่อไปเรื่อยๆ แถม ยังชอบบอกเลิกก่อนถูกคนที่ตัวคบขอเลิกด้วย ขืนเจอคนแบบนี้ย่อมเจ็บจี๊ด แต่อย่าไปอาลัยอาวรณ์คนแบบนี้ ถ้ามันทิ้งเราก็ตัดใจไปซะ.


เมอร์ลิน

2 ก.ค. 2559 11:00 ไทยรัฐ