มองต่างมุมทางออกประเทศ

ข่าว

    มองต่างมุมทางออกประเทศ

    ลิขิต จงสกุล

      3 ก.ค. 2559 05:01 น.

      เพื่อทางออกของประเทศ “3 เกลอหัวแข็ง” จะเปิดประตูพูดคุยกัน ทำท่าว่าจะเดินหน้าไม่ได้ เมื่อพรรคสังกัดไม่เล่นด้วย “บิ๊กตู่” แม้จะไม่ปิดประตูตายแต่ก็ตั้งแง่เหมือนไม่เชื่อน้ำยานักการเมือง

      ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้หากประเมินจากสถานการณ์การเมืองที่เป็นจริง แม้จะเหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆก่อนที่จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 ส.ค. 59

      มองซ้ายมองขวาแล้วไม่น่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรค

      ตรงไปตรงมาน่าจะเป็นอีกครั้งที่ประชาชนคนไทยจะได้เลือกเส้นทางของประเทศ ด้วยการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ “รัฐธรรมนูญ” ฉบับใหม่

      เป็นการกำหนดอนาคตด้วยการ “กาบัตร” ลงคะแนน

      มาถึงวันนี้ คสช.เองก็คงต้องการที่จะให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติเพราะเป็นทางออกที่เลือกได้ แม้จะมีอีกหลายทางออกอยู่ก็ตาม

      เพียงแต่ว่าหากมีการเลือกตั้งก็คงต้องถอยตัวออกไประดับหนึ่ง ด้วยการใช้อำนาจผ่านกลไกที่ระบุเอาไว้ในกติกาของประเทศ

      คงไม่ใช่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเท่านั้น

      แต่คำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.มาจากการสรรหา 250 คน แล้วยังมีอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรีได้อีกด้วย

      พูดง่ายๆว่าจะต้องได้ 2 เด้งจึงจะครบเครื่อง

      หรืออีกทางหนึ่ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น สามารถจะทำให้อยู่ภายใต้วงจรอำนาจเดียวกันได้หรือไม่

      อีกทางหนึ่ง นายกฯคนนอกจะเป็นตัวแทนของ คสช.หรือไม่

      เพื่อให้การใช้อำนาจยังดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญครึ่งใบ

      จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย อยู่ที่ว่าจะใช้ “กลวิธี” อย่างไร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางเอาไว้เท่านั้น

      ความเคลื่อนไหวที่บรรดานักการ เมืองจาก 3 พรรค คือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และชาติไทยพัฒนา ที่จะพบปะกันเพื่อพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ

      “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ-สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล”

      ไม่รู้ว่าจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน?

      เนื่องจากไม่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากพรรคที่สังกัด แม้จะมีการพูดคุยกันแต่พรรคจะยอมรับหรือไม่

      “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร เพราะ คสช.ยังคุม สภาพอยู่ทำให้เกิดความหวาดระแวงได้

      เพียงแต่ขอให้เปิดทางให้พรรค การเมืองเปิดประชุมน่าจะดีกว่า

      “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย บอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรคแต่อย่างใด

      ท่าทีอย่างนี้เท่ากับไม่ตอบรับ “3 คน 3 พรรค” ที่เคลื่อนไหวอยู่

      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุว่า ทางออกอะไร แก้ ปัญหาอะไร ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดีตามขั้นตอนก่อนจึงค่อยมาหารือ

      “ผมหารือกับผู้ทำผิดกฎหมายไม่ได้”

      แต่ก็ยังทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ให้ถึงเวลาเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน นั่นก็เท่ากับว่าไม่ได้ปิดทางเสียทีเดียว

      สิ่งที่ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่ง การพบปะพูดคุยเพื่อหาทางออกนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ว่าทั้ง 3 พรรคต้องมีจิตเจตนาร่วมกัน

      ไม่ใช่พอเริ่มต้นก็ปัดทิ้งให้เป็นเรื่องเฉพาะตัวมันก็ยาก

      อย่างเรื่องการปฏิรูปประเทศที่พรรคการเมืองควรจะได้มีส่วนร่วม ด้วยการเสนอแนวคิดเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาให้เกิดความสมบูรณ์และได้รับการยอมรับ

      เป็นเรื่องที่ควรทำแต่ไม่ทำ คิดแต่จะเอาชนะเพื่อกลับมามีอำนาจเท่านั้น!!!

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 05:00 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์