วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองต่างมุมทางออกประเทศ

เพื่อทางออกของประเทศ “3 เกลอหัวแข็ง” จะเปิดประตูพูดคุยกัน ทำท่าว่าจะเดินหน้าไม่ได้ เมื่อพรรคสังกัดไม่เล่นด้วย “บิ๊กตู่” แม้จะไม่ปิดประตูตายแต่ก็ตั้งแง่เหมือนไม่เชื่อน้ำยานักการเมือง

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้หากประเมินจากสถานการณ์การเมืองที่เป็นจริง แม้จะเหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆก่อนที่จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 ส.ค. 59

มองซ้ายมองขวาแล้วไม่น่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรค

ตรงไปตรงมาน่าจะเป็นอีกครั้งที่ประชาชนคนไทยจะได้เลือกเส้นทางของประเทศ ด้วยการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ “รัฐธรรมนูญ” ฉบับใหม่

เป็นการกำหนดอนาคตด้วยการ “กาบัตร” ลงคะแนน

มาถึงวันนี้ คสช.เองก็คงต้องการที่จะให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติเพราะเป็นทางออกที่เลือกได้ แม้จะมีอีกหลายทางออกอยู่ก็ตาม

เพียงแต่ว่าหากมีการเลือกตั้งก็คงต้องถอยตัวออกไประดับหนึ่ง ด้วยการใช้อำนาจผ่านกลไกที่ระบุเอาไว้ในกติกาของประเทศ

คงไม่ใช่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเท่านั้น

แต่คำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.มาจากการสรรหา 250 คน แล้วยังมีอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรีได้อีกด้วย

พูดง่ายๆว่าจะต้องได้ 2 เด้งจึงจะครบเครื่อง

หรืออีกทางหนึ่ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น สามารถจะทำให้อยู่ภายใต้วงจรอำนาจเดียวกันได้หรือไม่

อีกทางหนึ่ง นายกฯคนนอกจะเป็นตัวแทนของ คสช.หรือไม่

เพื่อให้การใช้อำนาจยังดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญครึ่งใบ

จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย อยู่ที่ว่าจะใช้ “กลวิธี” อย่างไร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางเอาไว้เท่านั้น

ความเคลื่อนไหวที่บรรดานักการ เมืองจาก 3 พรรค คือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และชาติไทยพัฒนา ที่จะพบปะกันเพื่อพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ

“สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ-สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล”

ไม่รู้ว่าจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน?

เนื่องจากไม่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากพรรคที่สังกัด แม้จะมีการพูดคุยกันแต่พรรคจะยอมรับหรือไม่

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร เพราะ คสช.ยังคุม สภาพอยู่ทำให้เกิดความหวาดระแวงได้

เพียงแต่ขอให้เปิดทางให้พรรค การเมืองเปิดประชุมน่าจะดีกว่า

“ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย บอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรคแต่อย่างใด

ท่าทีอย่างนี้เท่ากับไม่ตอบรับ “3 คน 3 พรรค” ที่เคลื่อนไหวอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุว่า ทางออกอะไร แก้ ปัญหาอะไร ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดีตามขั้นตอนก่อนจึงค่อยมาหารือ

“ผมหารือกับผู้ทำผิดกฎหมายไม่ได้”

แต่ก็ยังทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ให้ถึงเวลาเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน นั่นก็เท่ากับว่าไม่ได้ปิดทางเสียทีเดียว

สิ่งที่ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่ง การพบปะพูดคุยเพื่อหาทางออกนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ว่าทั้ง 3 พรรคต้องมีจิตเจตนาร่วมกัน

ไม่ใช่พอเริ่มต้นก็ปัดทิ้งให้เป็นเรื่องเฉพาะตัวมันก็ยาก

อย่างเรื่องการปฏิรูปประเทศที่พรรคการเมืองควรจะได้มีส่วนร่วม ด้วยการเสนอแนวคิดเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาให้เกิดความสมบูรณ์และได้รับการยอมรับ

เป็นเรื่องที่ควรทำแต่ไม่ทำ คิดแต่จะเอาชนะเพื่อกลับมามีอำนาจเท่านั้น!!!


“ลิขิต จงสกุล”

2 ก.ค. 2559 08:45 2 ก.ค. 2559 08:45 ไทยรัฐ