วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'หญิงไก่' ปัดแจ้งเท็จ โผล่ไปกองปราบ!

ไม่รู้จักหมอหยอง เหยื่อร้องอีก1ราย

“หญิงไก่” ควงทนายโร่พบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เผยมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่หลบหนี หลังตกเป็นข่าวดังจะถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ ยืนยันมีหลักฐานเอาผิดลูกจ้าง แต่ไม่ขอเปิดเผยมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมย เตรียมดูข้อกฎหมายเอาผิดทนายสงกานต์ พร้อมปฏิเสธไม่รู้จักกับ “หมอหยอง” เป็นการส่วนตัว เคยพบตามสื่อเท่านั้น และไม่เคยตกเป็นผู้ต้องหาคดีเครื่องราชฯ “หนูนา” เหยื่อคุก 1 ปีครึ่งข้อหาลักทรัพย์หญิงไก่ เข้าแจ้งความตำรวจกองปราบฯแล้ว แฉแหลกมีตำรวจร่วมข่มขู่ให้รับสารภาพด้วย หน.ศูนย์ประชาบดีแม่ฮ่องสอน ยันเคยเจอหญิงไก่ 2 ครั้ง อ้างตัวว่าเป็นคุณหญิงมณตา หรือคุณหญิงสุชาดา และมีเด็กหญิงในจังหวัดเคยไปทำงานให้หญิงไก่ถึง 6 คน พอหนูนาคนบ้านเดียวกันถูกแจ้งดำเนินคดี เลยหนีกลับบ้านหมด ส่วน “ทนายสงกานต์” เผย มีลูกสาวนายทหารอากาศเคยถูกชักชวน จะเข้าให้การในฐานะพยานวันที่ 2 ก.ค.นี้ ส่วนน้องก้อยพร้อมพ่อแม่เข้ามอบตัวที่ สน.ประชาชื่นแล้ว กองทุนยุติธรรมตามช่วยประกันตัวคนละ 1 แสนบาท

กรณี น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า อายุ 19 ปี นิสิตปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีถูกอดีตนายจ้างแจ้งความดำเนินคดีพร้อมกับพ่อและแม่ข้อหาลักทรัพย์

ที่สน.ประชาชื่น อ้างว่าขโมยทรัพย์สินประกอบด้วยทองคำแท่งและเงินสดรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทเหตุเกิดตั้งแต่ปี 58 หลังจากกลายเป็นข่าวดัง ปรากฏว่า มีผู้ถูกนายจ้างรายนี้แจ้งความดำเนินคดีอีกหลายราย มีทั้งถูกจำคุกไปแล้วและคดียังอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ก.ค. นางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปี เลขที่ 3/551 ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. อดีตนายจ้างของพ่อแม่และ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า ที่แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีลูกจ้างทั้ง 3 คนข้อหาลักทรัพย์ พร้อมนายธนบดี เสประธานนท์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐปกรณ์ ปัญญาดี สารวัตรสอบสวน กก.1 บก.ป. หลังถูกอดีตลูกจ้างแจ้งความร้องทุกข์ว่านางมณตากลั่นแกล้งแจ้งความเท็จให้ถูกดำเนินคดี

“วันนี้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันและแสดงความบริสุทธิ์ หลังจากมีกระแสข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นว่าฉันกลั่นแกล้งอดีตลูกจ้างจนเป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดี พร้อมทั้งระบุว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเตรียมออกหมายจับข้อหาแจ้งความเท็จ ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรผิด และมาเพื่อแสดงตนว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมต่อสู้กับคดีความที่เกิดขึ้น ส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าน่าจะถูกอดีตลูกจ้างกลั่นแกล้งเช่นกัน แต่ขอไม่ระบุถึงสาเหตุว่า เหตุใดถึงถูกกลั่นแกล้ง พร้อมขอความเห็นใจ และให้ผู้สื่อข่าวลองนึกย้อนดูว่า อดีตลูกจ้างที่มีปัญหามาทำงานระยะเวลาสั้นๆเพียง 10 วันเท่านั้น ขณะที่ลูกจ้างที่อยู่กันมา 2-3 ปีขึ้นไปกลับไม่มีปัญหาใดๆ” นางมณตากล่าว

นางมณตากล่าวต่อไปว่า นอกจากมีภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าคู่กรณีทำความผิดจริงแล้ว ตนยังมีหลักฐานอื่นแต่ไม่ขอเปิดเผยเกรงว่าจะเสียรูปคดี ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้รวบรวมมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินที่หายไปแล้ว แต่ส่วนนี้ขอไม่เปิดเผย ยืนยันว่าไม่รู้สึกเครียด ไม่รู้สึกกังวลใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับพูดติดตลกว่า “จะให้ร้องเพลงให้ฟังไหม” ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีที่อดีตลูกจ้างอ้างว่าระหว่างที่ทำงานต้องหมอบคลานเข้าไปหานั้น นางมณตาชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ตรวจสอบได้กับลูกจ้างตนทุกคน ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันนายจ้างคนดังกล่าวชื่ออะไร นางมณตาตอบว่า ไม่ได้ชื่อมณตา วันทนีย์ หรือสุชาดา และไม่ขอเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เคยเกี่ยวพันกับคดีทุจริตเครื่องราชฯ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นางมณตาชี้แจงว่า ส่วนตัวไม่เคยรู้จักหรือพบเจอหน้านายสุริยันต์ สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เคยพบเจอตามสื่อเท่านั้น รวมทั้งให้ไปตรวจสอบได้เลย ตนไม่เคยถูกดำเนินคดีใดๆมาก่อน ยืนยันว่า จะไม่ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีใดๆกับผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวเกี่ยวกับตน เนื่องจากผู้สื่อข่าวมีหน้าที่ค้นหาความจริงเพื่อตีแผ่ให้สังคมรับรู้ แต่ในส่วนบุคคลอื่นตนยังไม่ขอเปิดเผยขอปรึกษาทนายความก่อนว่ามีบุคคลเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ และสามารถแจ้งความกลับในประเด็นใดได้บ้าง รวมทั้งนายสงกานต์ด้วย ขอเวลาอีก 3 วันจะออกมาแถลงข่าว เพื่อคลายคำถามที่สังคมสงสัย ทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องคดีความยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง เป็นไปด้วยความถูกต้องและมีหลักฐานพร้อมชี้แจง

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ฐานะประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำนายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื้อง บิดามารดา และ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า ที่ถูกนางมณตาแจ้งดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์นายจ้างกว่า 10 ล้านบาท เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม นายสงกานต์ เผยว่า พาผู้เสียหายมาแจ้งความนางไก่ข้อหาแจ้งความเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องโทษอาญา พร้อมยืนยันว่า มีพยานหลักฐานที่สามารถดำเนินคดีนางไก่ได้แน่นอน

นางประภาพร ทองเฟื้อง กล่าวว่า ไปทำงานกับนางไก่ผ่านการแนะนำจากเพื่อนบ้าน จึงไปพร้อมกับสามีและบุตรสาว นางไก่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการเดินทางและที่พักให้ก่อนและจะหักจากเงินเดือนที่ได้รับ ทำงานไป 24 วัน ช่วงแรกก็ปกติดี แต่เมื่อได้เจอน้องก้อยลูกสาว นางไก่พยายามขอให้ตนยกลูกสาวให้เป็นลูกบุญธรรม เพื่อส่งไปทำงานดูแลผู้ใหญ่ผู้มีชื่อเสียงที่ฮ่องกง อ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 2-5 ล้านบาท แต่ตนและลูกสาวไม่ยอม เนื่องจากอยากให้ลูกเรียนหนังสือก่อน ทำให้นางไก่ไม่พอใจข่มขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ ด้วยความกลัวจึงตัดสินใจเก็บของใช้ส่วนตัวหนีออกทางบันไดหนีไฟ ตามที่เห็นในภาพวงจรปิด ยืนยันว่า ไม่ได้นำทรัพย์สินของนางไก่ออกมา

ส่วนนายชูเกียรติกล่าวว่า นางไก่ให้ตนไปทำงานที่ร้านคาร์แคร์ย่านประชานิเวศน์ ครั้งแรกบอกว่าจ้างวันละ 800 บาท แต่เมื่อมาทำจริงให้ค่าตอบแทนวันละ 500 บาท ตนทำงานเพียง 22 วันก็เกิดเรื่อง จึงหยุดทำงานจนกระทั่งถูกแจ้งความข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ทั้งที่ครอบครัวตนไม่ได้ทำ

นายสงกานต์เผยต่อว่า ได้ประสานหน่วยงานอื่นเพื่อสอบถามข้อมูลว่า นางไก่มีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติหรือไม่ เตรียมนำพยานหลักฐานและพยานบุคคลอีก 15 ปากเข้าให้ปากคำ รวมทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะแจ้งความนางไก่ข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะมีพฤติการณ์แอบอ้างสถาบันและบุคคลสำคัญหลายคน นอกจากนี้ มีผู้เสียหายจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาแจ้งความข้อหาแจ้งความเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องโทษทางอาญา เพราะถูกนางไก่ดำเนินคดีลักทรัพย์เช่นกัน หลังมีข่าวน้องก้อยมีผู้เสียหายหลายรายติดต่อมา รวมทั้งนายทหารยศนาวาเอกนายหนึ่งระบุว่า ลูกสาวเคยถูกชักชวนลักษณะดังกล่าว วันที่ 2 ก.ค. จะเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน

ต่อมาเวลา 13.15 น. น.ส.จันทนา หรือหนูนา คชคงไทย อายุ 25 ปี และนายธนาธิป ศรีสิงห์อายุ 32 ปี สามีภรรยาชาวแม่ฮ่องสอน พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เป็นพยานคดีที่พ่อแม่ของน้องก้อยถูกแจ้งความข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง พร้อมแจ้งความกลับนางไก่หลังเคยถูกดำเนินคดีลักษณะเดียวกัน

น.ส.จันทนากล่าวว่า ตนเคยทำงานเป็นผู้ติดตามนางไก่ตั้งแต่ปี 51 ขณะนั้นอายุ 17 ปี กระทั่งปี 53 ตนกลับบ้านที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อไปหาแฟนโดยไม่บอกนางไก่ เมื่อนางไก่ทราบจึงโทร.มาบอกว่าเครื่องเพชรหายเชื่อว่าตนขโมย และแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ติดต่อมาบอกว่าตนถูกดำเนินคดีจึงรีบเดินทางมาที่โรงพักปฏิเสธทุกข้อหา แต่นางไก่ข่มขู่ว่าหากไม่รับสารภาพจะดำเนินคดีพ่อแม่และแฟนด้วยจึงยอมเซ็นรับสารภาพ ก่อนที่นางไก่จะประกันตัวให้ชั้นพนักงานสอบสวนวงเงิน 1 หมื่นบาท เมื่อเข้าสู่ชั้นศาลนางไก่ประกันตัวให้อีก 3 หมื่นบาท มีเงื่อนไขห้ามกลับบ้าน ระหว่างนั้นพยายามชักชวนให้ไปฮ่องกง บอกว่าจะได้เงินหลักล้าน แต่เมื่อถึงขั้นตอนทำพาสปอร์ตพ่อแม่ตนปฏิเสธจึงไม่ได้ไป กระทั่งวันที่ 30 พ.ย.53 ตนถูกศาลตัดสินให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน วันนี้จึงแจ้งดำเนินคดีนางไก่ข้อหาแจ้งความเท็จฯ และเรียกร้องเงินค่าเยียวยาด้วย

ด้านนายธนาทิปกล่าวว่า หลังจากที่หนูนาถูกแจ้งความดำเนินคดี ตนถูกแจ้งความเช่นกัน แต่ตนไม่ยอมรับสารภาพ เพราะไม่ได้ทำผิด จึงติดต่อไปยังนายศรีสุวรรณ สรศักดิ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประชาบดีจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ช่วยเหลือ ต่อมานางไก่และพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ระบุว่าจะกันตนไว้เป็นพยาน ก่อนตำรวจ สน.ประชาชื่น อ้างว่า ตำรวจ จ.นครสวรรค์ มีหลักฐานว่าตนและหนูนาเอาทองไปขาย จึงท้าขอดูหลักฐานและขอชื่อตำรวจนครสวรรค์ที่ให้ข้อมูล แต่ตำรวจที่อ้างก็ไม่มีรายละเอียด

ส่วนนายศรีสุวรรณ สรศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาบดี และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวแม่ฮ่องสอน เผยว่า ตนเคยพบคุณหญิงไก่ 2 ครั้ง อ้างตัวเองว่าเป็นคุณหญิงและมีหลายชื่อคือ คุณหญิงมณตรา และคุณหญิงสุชาดา ครั้งแรกที่ สภ.แห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ครั้งนั้นคุณหญิงไก่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับน้องหนูนาและแฟนหนุ่ม ครั้งที่สองพบเจอที่ศูนย์ประชาบดี จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ยังรับทราบข้อมูลของหญิงไก่จากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า เข้ามาชักชวนเด็กหญิงในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าปกากะญอ อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ใจบุญจะนำเด็กไปเลี้ยงดูเพื่อส่งเรียนหนังสือ พร้อมให้เงินกับผู้ปกครองเด็ก กรณีของหนูนาอดีตนายจ้างนำเงิน 1 หมื่นบาท ให้ครอบครัวหนูนา แต่แม่หนูนาไม่รับ จึงยัดเงินใส่มือบอกว่าให้เป็นเงินค่าซ่อมบ้าน

“เบื้องต้นทราบว่า มีผู้หญิงเดินทางมาทำงานกับนางไก่ 6 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 5 คน และอายุ 21 ปีช่วงปี 2551-53 ต่อมาเกิดเรื่องราวของหนูนามีผู้หญิงหนีกลับบ้าน 5 คน ยกเว้นหนูนาที่ถูกนางไก่แจ้งความลักทรัพย์ จากการสอบถามผู้หญิงที่หลบหนีกลับมาทราบว่านางไก่มีพฤติกรรมข่มขู่จะยัดข้อหาและพยายามพาออกนอกประเทศ จึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ประชาบดีแต่ไม่ยอมแจ้งความ เนื่องจากเกรงกลัวนางไก่” นายศรีสุวรรณกล่าว

ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า จากการพูดคุยกับ น.ส.จันทนา หรือหนูนา รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย ทางกระทรวงจะให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกตามที่ร้องขอ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จะจัดที่พัก รวมถึง น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า ที่ถูกนางไก่แจ้งความว่าลักทรัพย์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น กรณี น.ส.จันทนา ที่อ้างว่าถูกกักขังไม่ให้ติดต่อกับครอบครัว พบว่ายังไม่เข้าข่ายความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว เพราะสามารถไปข้างนอกและกลับบ้านได้ แต่จะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ต้องรอตรวจสอบ

ที่ สน.ประชาชื่น เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และนายสงกานต์ อัจฉริยะ-ทรัพย์ ทนายความ พานายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื้อง และ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า พ่อแม่ลูกเข้ามอบตัวข้อหาร่วมกันลักทรัพย์กับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น และยื่นเรื่องประกันตัว โดยมีนางมยุรี จำจรัส ผอ.กองทุนยุติธรรม มาให้ความช่วยเหลือตาม ม.29 พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม 2558 พิจารณาช่วยเหลือยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนายชูเกียรติและนางประภาพรคนละ 100,000 บาท ส่วนคดีน้องก้อยพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นได้ส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาไปแล้ว หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง กองทุนฯจะยื่นเรื่องประกันตัวชั้นศาลต่อไป นอกจากนี้ น.ส.วณิชยา หรือมีน บุ้นสุนเฮง ลูกสาวของ น.ส.สุกัญญา ศิริม่วง ผู้ต้องหาที่ถูกหญิงไก่แจ้งความดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์อีกรายและยังติดคุกอยู่ ได้เดินทางมาเข้ายื่นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ด้วย

ด้าน พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น กล่าวว่า เนื้อความในคดีนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะได้ เนื่องจากจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อาจทำให้รูปคดีเสีย พร้อมยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และทำหน้าที่ในส่วนที่ได้รับผิดชอบอย่างถูกต้อง ส่วนข้อมูลอื่นหากต้องการจะทราบ ให้สอบถามผู้เสียหายหรือทนายโดยตรง เพราะเป็นสิทธิของผู้เสียหายว่าจะเปิดเผยข้อมูลหรือไม่

“หญิงไก่” ควงทนายโร่พบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เผยมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่หลบหนี หลังตกเป็นข่าวดังจะถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ ยืนยันมีหลักฐานเอาผิดลูกจ้าง 2 ก.ค. 2559 07:40 ไทยรัฐ