วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์ประชาบดีเผย 'หญิงไก่' เคยพาเด็กเผ่าปกาเกอะญอไปทำงานด้วย 6 คน

ผอ.ศูนย์ประชาบดีแม่ฮ่องสอนเผย หญิงไก่ เคยพาเด็กและผู้หญิงเผ่าปกาเกอะญอไปทำงานด้วย 6 คนในช่วงปี 51-53 รวมทั้งหนูนา พบพฤติกรรมคล้ายๆกันแต่ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความ ขณะที่ทนายสงกรานต์พาผู้เสียหายยื่นประกันตัวที่ สน.ประชาชื่นแล้ว

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 59 นายศรีสุวรรณ สรศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาบดี และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ส่วนตัวตนได้เคยพบเจอกับคุณหญิงไก่ 2 ครั้ง ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นคุณหญิง และมีหลายชื่อ คือ คุณหญิงมนตรา และคุณหญิงสุชาดา แต่ให้เรียกว่าคุณหญิงไก่ โดยครั้งแรกที่ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งครั้งนั้นทางคุณหญิงไก่ได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับทางน้องหนูนาและแฟนหนุ่ม และครั้งที่สองพบเจอศูนย์ประชาบดี จ.แม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ยังรับทราบข้อมูลของหญิงไก่จาก ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่านางไก่ หรือ หญิงไก่ ได้เข้ามาชักชวนเด็กหญิงในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ใจบุญ จะนำเด็กไปเลี้ยงดูเพื่อส่งเรียนหนังสือ พร้อมให้เงินกับผู้ปกครองเด็ก ซึ่งในกรณีของหนูนา ทางอดีตนายจ้างได้นำเงิน 1 หมื่นบาทให้กับทางครอบครัวหนูนา แต่ทางแม่หนูนาไม่ยอมรับ จนหญิงคนดังกล่าวยัดใส่มือพร้อมบอกว่าให้เป็นเงินค่าซ่อมบ้าน

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทราบว่ามีผู้หญิงเดินทางมาทำงานกับนางไก่จำนวน 6 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 5 คน และอายุ 21 ปี เมื่อช่วงปี 2551 ถึง 2553 ต่อมาภายหลังจากเกิดเรื่องราวของนางสาวจันทนา คชคงไทย หรือ หนูนา ได้มีผู้หญิงหนีกลับบ้านจำนวน 5 คน ยกเว้นหนูนา ซึ่งถูกนางไก่แจ้งความว่าลักทรัพย์ และจากการสอบถามผู้หญิงที่หลบหนีทราบว่านางไก่ มีพฤติกรรมข่มขู่ว่าจะยัดข้อหา และพยายามพาออกนอกประเทศ จึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ประชาบดี แต่ไม่ยินยอมแจ้งความเนื่องจากเกรงกลัวนางไก่

ทั้งนี้มีรายงานว่าพฤติกรรมของหญิงไก่จะดำเนินคดีกับลูกจ้างที่ไม่ยอมทำตามที่หญิงไก่สั่ง รวมทั้งกรณีของ หนูนา ที่ออกมาแต่งงานพร้อมแฟนหนุ่ม ซึ่งทางแฟนหนุ่มของหนูนาได้บอกว่าสาเหตุที่หญิงไก่แจ้งความหนูนาเพราะไม่อยากให้แต่งงาน และเหมือนหยามศักดิ์ศรี โดยหญิงไก่เคยพูดว่าขอหนูนาแต่งงานทำไมไม่ยอมบอก เพราะได้ซื้อหนูนามากับแม่ของหนูนาแล้วในราคา 1 หมื่นบาท

ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับหนูนาที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยนั้น ทางกระทรวงก็จะให้การช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกตามที่ร้องขอตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก โดยจะจัดที่พักให้รวมถึงนางสาว ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย ที่ถูกนางไก่แจ้งความว่าลักทรัพย์กว่า 10 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีของหนูนา ที่อ้างว่าถูกกักขังไม่ให้ติดต่อกับครอบครัว พบว่ายังไม่เข้าข่ายความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว เพราะสามารถเดินทางออกไปข้างนอกและกลับบ้านได้ แต่นางไก่ จะมีความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์ หรือไม่ กรณีนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาทำงาน และพยายามนำเด็กเดินทางออกต่างประเทศจะต้องตรวจสอบก่อน

ทนายสงกรานต์พาผู้เสียหายยื่นประกันตัวที่ สน.ประชาชื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้พาตัวนายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื่อง น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือ น้องก้อย และ น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน ซึ่งเป็นลูกสาวของน.ส.สุกัญญา ศิริม่วง ที่ถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์ของหญิงไก่ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อยื่นเรื่องประกันตัว โดยมีนางมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการกองทุนยุติธรรมเป็นตัวแทนให้การช่วยเหลือตามมาตรา 29 พรบ.กองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 ซึ่งจะช่วยเหลือเรื่องเงินประกันตัวแก่ผู้ที่ยากจนไม่มีเงินยื่นประกันตัว

ทั้งนี้ ทางกองทุนยุติธรรมได้พิจารณาจะยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว คนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 200,000 บาท ส่วนตัวน้องก้อยเองนั้น การดำเนินคดีได้ส่งเรื่องไปให้อัยการพิจารณาแล้ว หากอัยการมีคำสั่งฟ้อง ทางกองทุนฯ จะยื่นเรื่องประกันตัวที่ชั้นศาลต่อไป ภายหลังจากพบพนักงานสอบสวนสอบเพื่อสอบปากคำและทำการยื่นเรื่องประกันตัว โดยใช้เวลาในการดำเนินการ 1 ชั่วโมง

นายสงกรานต์ กล่าว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยื่นหลักทรัพย์เพื่อปล่อยตัวชั่วคราวให้กับพ่อแม่น้องก้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ให้การช่วยเหลือ สื่อมวลชนที่ให้ความสนใจในการนำเสนอ ซึ่งพ่อแม่ของน้องก้อยก็รู้สึกดีใจและขอขอบคุณเช่นเดียวกัน ในส่วนคดีของ น.ส.สุกัญญานั้น ทางทนายความได้ยื่นหลักฐานในทางคดีเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น กล่าวว่า เนื้อความในคดีความนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะได้เนื่องจากจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและอาจทำให้รูปคดีเสีย พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และทำหน้าที่ในส่วนที่ได้รับผิดชอบอย่างถูกต้อง ส่วนข้อมูลอื่นๆ หากต้องการจะทราบให้สอบถามผู้เสียหายหรือทนายได้โดยตรงเพราะเป็นสิทธิของผู้เสียหายว่าต้องการจะเปิดเผยข้อมูลกับสาธารณะหรือไม่.

ผอ.ศูนย์ประชาบดีแม่ฮ่องสอนเผย หญิงไก่ เคยพาเด็กและผู้หญิงเผ่าปกาเกอะญอไปทำงานด้วย 6 คนในช่วงปี 51-53 รวมทั้งหนูนา พบพฤติกรรมคล้ายๆกันแต่ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความ ขณะที่ทนายสงกรานต์พาผู้เสียหายยื่นประกันตัวที่ สน.ประชาชื่นแล้ว 1 ก.ค. 2559 17:58 ไทยรัฐ