วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนูเล็กเด็กจอมโหด MINI JOHN COOPER WORK 2016

เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเจ๋งจริง MINI รุ่นพิเศษ John Cooper Work มาพร้อมกับเรือนร่างใหม่ และเครื่องยนต์ตัวใหม่ในรหัสร้อนละลายตับ MINI TwinPower Turbo B48 เป็นความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาสานต่อความสำเร็จของ MINI John Cooper Work ในอดีตที่เคยสร้างชื่อเสียงด้านการควบคุมและความสามารถในการวิ่ง JCW คันล่าสุดจาก MINI ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group มีความเปลี่ยนแปลงพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับ JCW R56 รุ่นที่ผ่านมา มันคือ John Cooper Work ในรูปแบบแฮตชแบค 3 ประตูขนาดกะทัดรัดพร้อมรหัสตัวถังใหม่ในเวอร์ชั่น F56 ซึ่งถือเป็น Cooper ที่แรงสุดกู่ตั้งแต่คลอดออกมาจากโรงงานในประเทศอังกฤษ

ของเล่นคนรวยคันใหม่ราคา 3,450,000 บาท มาพร้อมกับชุดแต่ง JCW ด้วยมุมมองภายนอกที่มีความแตกต่างจาก Cooper S F56 ไล่เรียงจากสปอยเลอร์หน้า John Cooper Work แก้มข้างแปะตราสัญลักษณ์ John Cooper Work ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ Mini JCW Gloss Black Cross Spoke 563 Wheel Rim F56 ยางซิ่งคุณภาพสูง Pirelli Cinturato P7 Performance All Season Tire specifically Designed for the JCW ไซส์ 205/40R18 คาร์ลิปเปอร์เบรกแบบ 4 พอตขนาดบิ๊กบึ้มที่ล้อหน้าจาก Brembo พ่นสีแดงแปร๊ดแสบจิต กับจานเบรกหน้าทำจากเหล็กหล่อขนาด 330 มิลลิเมตร พร้อมหลังคาแบบพาโนรามิกซันรูฟสองชิ้นที่คลุมเต็มผืนหลังคาด้วยกระจก

กรอบกระจกมองข้าง-หลังคา และวิงหลังดักอากาศสีแดง บ่งบอกถึงความเป็น MINI ที่ไม่ธรรมดา สีตัวถังเบอร์พิเศษ Rebel Green เป็นสีเขียวขี้ม้าคล้ายกับสีเขียว British Racing Green สีคลาสสิกยอดนิยมสำหรับนักเลง MINI ตัวจริง ฝากระโปรงหน้าคาดด้วยสติกเกอร์สีดำตัดเส้นสีแดง สำหรับมิติตัวถังของ MINI John Cooper Work 2016 มีขนาดความกว้าง 1,727 มิลลิเมตร ยาว 3,874 มิลลิเมตรและสูง 1,414 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 143 มิลลิเมตร ระยะห่างดุมล้อหน้า-หลัง 2,495 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า-หลังมีตัวเลขเท่ากันที่ 1,485 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,280 กิโลกรัม ถังเชื้อเพลิงความจุ 44 ลิตร

ภายในของ John Cooper Work 2016 ใช้โทนสี และการตกแต่งที่แตกต่างจาก Cooper S F56 เริ่มจากเบาะแบบสปอร์ตที่ใช้วัสดุห่อหุ้มถึงสามแบบ เบาะ JCW รุ่นใหม่ล่าสุดหุ้มด้วยหนังแท้ หนัง Alcantara และผ้าสีแดง ใต้พนักพิงศีรษะของตัวเบาะประทับตราสัญลักษณ์ John Cooper Work เพื่อความต่างระหว่าง Cooper S และ Cooper JCW เบาะคู่หน้ายังใช้กลไกการปรับตั้งด้วยมือเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

แผงแดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยยางโพลียูรีเทน มีราคาแพงกว่าแดชบอร์ดแบบพลาสติกฉีดขึ้นรูป แดชบอร์ดยางห่อหุ่มด้วยหนังเทียม มีประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง ช่วยทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้น แดชบอร์ดของ John Cooper Work 2016 ยังมีชิ้นงานพลาสติกเดินเส้นคาดอยู่ตรงกลาง เป็นชิ้นงานตกแต่งของ JCW ที่แปลกแยกจาก Cooper S F56 อย่างชัดเจนด้วยงานประดับประดาที่ส่งถ่ายตัวตนความเป็นสปอร์ตคาร์ที่ไม่เหมือนกับ MINI ในรุ่นอื่น

พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านหุ้มหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง ก้านวงประทับตรา John Cooper Work พร้อมสวิตช์สั่งงานระบบโทรศัพท์บูลทูธ สวิตช์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และปุ่มควบคุมเครื่องเสียง แป้น Paddle Shift ขนาดกะทัดรัดติดตั้งที่ด้านหลังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะในการใช้นิ้วกดเพื่อเปลี่ยนอัตราทด ขนาดที่พอดิบพอดีของวงพวงมาลัยพร้อมร่องกริ้บที่บริเวณนิ้วออกแบบมาเพื่อความกระชับรัดกุมทำให้ยึดจับได้อย่างมั่นคง

ห้องโดยสารความกว้างที่เพิ่มขึ้นมอบพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะในเบาะนั่งทั้งสี่ที่ ที่นั่งด้านหน้าปรับตำแหน่งได้ครอบคลุมทุกสรีระของผู้ขับ และเพิ่มพื้นที่เบาะโดยสารด้านหลังมากกว่าเดิมถึง 23 มิลลิเมตร ภายในที่ถูกขยับขยาย สร้างความรู้สึกโปร่งโล่งให้ผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยพื้นที่ช่วงไหล่และพื้นที่วางขาที่เพิ่มมากขึ้น เบาะหลังยังสามารถพับแยกได้แบบ 60:40 สำหรับช่องเก็บสัมภาระที่กระโปรงหลังเพิ่มความจุมากขึ้น 51 ลิตร รวมเป็น 211 ลิตร เพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระ หัวใจสำคัญของการออกแบบใหม่ล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผล และคอนเซปต์การทำงานรูปแบบใหม่บนแผงหน้าปัดบริเวณแกนพวงมาลัย ด้วยหน้าปัดดีไซน์วงกลมสไตล์ MINI แสดงผลความเร็วอัตราเร่ง และปริมาณน้ำมัน

หน้าจอแสดงผลแบบใหม่ขนาด 8.8 นิ้ว และคอนเซปต์การทำงานที่เชื่อมโยงกับแป้นควบคุมทรงกลม ออกแบบคล้ายกับ iDRIVE ของ BMW โดยมีการปรับปรุงให้สามารถเข้า หรือออกจากเมนูหลักได้ง่ายขึ้น หน้าปัดวัดความเร็วพร้อมมาตรวัดรอบเครื่องยนต์อยู่ตรงหน้าคนขับ ภายในมาตรวัดความเร็วแปะตราสัญลักษณ์ John Cooper Work คอยบอกคนขับไม่ให้หลงลืมว่ากำลังควบตัวแรงไซส์จิ๋ว ส่วนจอแสดงผลกลางมีการออกแบบใหม่โดยล้อมกรอบจอภาพด้วยหลอดไฟ LED ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนสีของหลอดไปตามสถานะต่างๆ เช่น การเร่งหรือลดเสียงเพลง บอกสถานะการทำงานของเครื่องยนต์ หลอด LED ที่ล้อมกรอบจอมอนิเตอร์ส่วนกลางยังเชื่อมต่อการทำงานกับเซนเซอร์ที่ใช้ในการกะระยะถอยหลัง คอยแจ้งเตือนคนขับเมื่อถอยเข้าใกล้กับวัตถุกีดขวางด้วยแสงไฟสีแดง

สำหรับหน้าจอแสดงผลส่วนกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ยังมีการดีไซน์ให้เจ้าของรถสามารถเลือกการแสดงผลในฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ โดยที่ MINI John Cooper Work มาพร้อมหน้าจอสีขนาด 8.8 นิ้ว แสดงผลที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นการทำงาน และสภาวะของการปรับตั้งระบบต่างๆ ของรถ สาระความบันเทิง การเชื่อมต่อ MINI Connected สำหรับฟังก์ชั่นดังกล่าว มีระบบควบคุม MINI Touch Controller ที่ทำงานโดยใช้ระบบสัมผัสปลายนิ้วลงไปบนแป้นควบคุม เพื่อให้ผู้ขับสามารถป้อนข้อมูลได้จากการเขียนด้วยนิ้วมือลงบนปุ่ม Controller ได้โดยตรง MINI Touch Controller ลอกเลียนการทำงานที่มีความเสถียรของ BMW iDRIVE

เทคโนโลยีหลอด LED แบบใหม่ล่าสุด สามารถเปลี่ยนสีไฟรอบวงแหวนหน้าปัดเพื่อแสดงผลตามสถานะต่างๆ ของการขับใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนน หรือการทำงานของฟังก์ชั่นตามความพอใจของผู้ขับ เช่น ระบบควบคุมระยะการจอด (PDC) ทำงาน วงแหวนไฟเรืองแสงแบบ LED ที่เป็นลูกเล่นใหม่ของ New MINI จะแสดงระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางด้านหลังรถ ด้วยการแสดงผลในสีต่างๆ ตามระยะความใกล้กับสิ่งกีดขวางหลังรถ ได้แก่ สีเขียว เหลืองหรือแดง นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิกบนหน้าจอ รวมถึงการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่สามารถเห็นได้จากสีต่างๆ ได้แก่ สีเขียว สีส้ม หรือสีแดง นอกจากนี้ หน้าจอแบบใหม่ล่าสุดของ New MINI ยังแสดงไฟสถานะสำหรับแนะนำเส้นทางของระบบแผนที่นำทาง MINI Navigation ใน MINI John Cooper Work 2016 เมื่อรถเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากขึ้น แถบไฟบนวงแหวนก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย โดยเทคโนโลยีแผนที่นำทาง MINI Navigation พร้อมให้ใช้งานแล้วเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในรถรุ่นสูงสุด MINI Cooper John Cooper Work F56


MINI Cooper John Cooper Work F56 มีโหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ

เริ่มจากโหมดต่ำสุด Green Mode หรือโหมดประหยัด คันเร่งถูกปรับให้มีความยืดหยุ่นสูงกว่าโหมดอื่นๆ รวมถึงการทำงานของเกียร์ออโต 6 สปีด ที่ไหลขึ้นไปสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ พร้อมด้วยการทำงานของระบบ Auto Start/Stop เมื่อจอดรอสัญญาณไฟ

ขยับขึ้นมาอีกนิดเป็นโหมดมาตรฐาน หรือ Mid Mode เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เจ้า John Cooper Work F56 จะเข้าสู่ Mid Mode โดยอัตโนมัติ คันเร่งตอบสนองได้ดีกว่า Green Mode รวมถึงเกียร์ที่วางโปรแกรมของอัตราทดที่มีความสอดคล้องกับการขับใช้งานทั่วๆ ไป ทั้งการขับใช้งานในเมือง หรือขับออกทางไกล การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ว่องไวกว่าโหมดต่ำสุดหรือ Green Mode อย่างเห็นได้ชัด

โหมดสุดท้าย หรือโหมดสูงสุด Sport Mode ECU ที่ใช้ควบคุมเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังจะปรับเข้าสู่การตอบสนองที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น อัตราทดของเกียร์จะคาอยู่ในเกียร์ 3-4 ด้วยคาบเวลาที่นานกว่าโหมดอื่นๆ เพื่อเรียกแรงบิดสำหรับการสร้างอัตราเร่งที่ว่องไวสุดๆ สมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมโหมดขับเคลื่อนถูกโปรแกรมด้วยความชาญฉลาด เมื่อผู้ขับเลือกโหมดสุดท้ายหมายถึงการท้ารบอย่างเต็มที่ Sport Mode ยังช่วยลดตำแหน่งของเกียร์ เมื่อผู้ขับถอนเท้าออกจากคันเร่ง นับเป็นโหมดที่ใช้ขับเร็วๆ ได้ดีที่สุด รวมถึงเป็นโหมดที่เหมาะสมกับการขับในสนามแข่งรถอีกด้วย

หัวใจของความแรงระดับ 320 นิวตันเมตร คือเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เป็นขุมกำลังแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบวางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าขนาด 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี 4 วาว์ล ต่อ 1 กระบอกสูบ กำลัง 231 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบต่อนาที มากกว่า MINI John Cooper Work R56 รุ่นที่แล้ว 10% แรงบิดสูงสุดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัดทำได้ถึง 320 นิวตันเมตร !! มากกว่า JCW รุ่นเก่าถึง 23% ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนสมรรถนะด้านอัตราเร่ง เจ้า JCW 2016 สามารถทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 6.1 วินาที (รุ่นเกียร์อัตโนมัติ) ส่วน JCW 2016 เวอร์ชั่นเกียร์แมนนวลนั้นมีตัวเลขอัตราเร่งที่ 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุดหากมีถนนที่ยาวและโล่งมากพอ มันจะไหลไปได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทั้งๆ ที่มีขนาดเท่ากับ Suzuki Swift!!

ช่วงล่างของ John Cooper Work ที่ต้องรับมือกับกำลัง 231 แรงม้า มีการปรับจูนให้สอดคล้องกับย่านของกำลังมาเป็นอย่างดีเพื่อส่งถ่ายความมั่นใจเมื่อทำความเร็ว ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช็กอัพและกันโครง ชิ้นส่วนบางชิ้นของช่วงล่างด้านหน้าหล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียม เพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ส่วนช่วงล่างหลังเป็นแบบมัลติลิงก์พร้อมชิ้นส่วนอัลลอยด์เหมือนช่วงล่างด้านหน้า สปริงมีค่าความแข็งมากกว่า MINI Cooper S เนื่องจากต้องรับมือกับแรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ปลดปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดของการขับเคลื่อนและความเร็ว พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า แปรผันน้ำหนักกับกลไก Servotronic function สำหรับโปรแกรมควบคุมการทรงตัวพร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเบรก เช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Hydraulic 2-circuit brake system with anti-lock brakes (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic brake force distribution (EBD) and Cornering Brake Control (CBC), ระบบควบคุมการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC) with brake assistant, ระบบขึ้น-ลงทางลาดชัน หรือเส้นทางภูเขา Hill start assistant และตัวช่วย brake dry function, Fading Brake Support, Dynamic Traction Control (DTC), Electronic Differential Lock Control (EDLC) and Performance Control. Handbrake impacts mechanically on rear wheels

MINI ภายใต้การกำกับดูแลของ BMW Group นั้นมียอดขายที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากรูปลักษณ์และเทคโนโลยีใหม่ ความสามารถในการควบคุม ความสนุกสนานหลังพวงมาลัย ด้วยรูปแบบภายในภายนอกที่แตกต่างจากรถเล็กแบรนด์หรูอื่นๆ ผู้บริหารของ BMW พยายามปรับภาพลักษณ์เพื่อทำให้มันมีความโดดเด่น และสามารถครองความเป็นเจ้าในตลาดรถเล็กระดับบน รุ่น John Cooper Work เป็นรถ MINI รุ่นที่ถูกคาดหวังมากที่สุดจากประวัติศาสตร์ความเป็นมา และตำนานในสนามแข่งที่ JCW สามารถเอาชนะรถคันโตพลังสูงได้อย่างราบคาบก่อนที่จะถูกตัดสิทธ์ลงทำการแข่งขัน เนื่องจากไฟสปอร์ตไลท์ผิดกฎ!!! ปี 2016 กับการมาถึงประเทศไทยของ MINI John Cooper Work ภายใต้ร่มธงของ MINI Thailand เจ้า JCW คือรถทดสอบที่ผมอยากขับมากที่สุดอีกคันหนึ่งต่อจาก Mercedes Benz A45 AMG และ CLA45 AMG นับเป็นรถเล็กในดวงใจของใครหลายคนรวมถึงบรรดาแฟนคลับของ MINI ที่เฝ้ารอแต่รุ่น John Cooper Work โดยไม่สนใจ MINI รุ่นอื่นแม้แต่น้อย ความพิเศษของมันนอกจากสีเขียว Rebel Green ซึ่งเป็นเบอร์สีเฉพาะสำหรับ JCW 2016 เท่านั้น ทรงที่ค่อนข้างอวบอ้วนและสั้นกระชับจากฐานล้อสไตล์โกคาร์ทคล้ายกับ Cooper S F56 หากคุณไม่ใช่คนที่บ้ารถ MINI ก็ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างรถ MINI ทั้งสองเวอร์ชั่น

ผมขึ้นไปนั่งอยู่ในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกเหมือนร้านขายของเล่นเจ๋งๆ จากอุปกรณ์แนวๆ ที่ละลานตาเรียกร้องความสนใจอยู่ตรงหน้า เจ้า John Cooper Work รุ่นล่าสุด มีเบาะที่ปรับได้เตี้ยราวกับรถแข่ง พวงมาลัยหุ้มหนังแท้จับได้กระชับมือ แต่ไม่นิ่มเท่ากับพวงมาลัย M ใน 118i M-Sport กดปุ่มสตาร์ท เครื่องยนต์ 2 ลิตร เทอร์โบติดตัวเองขึ้นมาพร้อมเสียงการทำงานในรอบเดินเบาที่เจ้าของรถ MINI ทุกคนสามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ใน Cooper S F56 และ John Cooper Work ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกัน การปรับปรุงท่อทางเดินของระบบระบายไอเสียใหม่พร้อมกับ Popping noise สร้างความแตกต่างระหว่างรถทั้งสองรุ่นของ MINI ได้อย่างชัดเจน โหมดขับเคลื่อนต่ำสุด Green Mode ถูกผมปรับข้ามไปเป็นโหมดกลางๆ อย่าง MID Mode ไหนๆ ก็เป็น MINI รุ่นแพงสุด แรงสุดอยู่แล้ว จะมาให้นั่งขับย่องๆ หยอดๆ ด้วยโหมดประหยัดเหมือนกับการดูถูกความสามารถและประสิทธิภาพของมันมากไปหน่อย ผมแน่ใจได้เลยว่าคนที่ควักเงิน 3.5 ล้านบาทเพื่อแลกกับรถเล็กบ้าพลังอย่าง JCW สนใจแต่เรื่องอัตราเร่ง และความสามารถในการวิ่งของมันมากกว่าตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอย่างแน่นอนที่สุด

ถนนแคบแต่โล่งลัดเลาะเรียบชายทะเลแถบบางตะปูนไปจนถึงปึกเตียน กับการขับ MINI รุ่นแรงสุด สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย ความเร็วเพิ่มขึ้นมาอีกนิดเมื่อผมเริ่มเรียนรู้นิสัยใจคอของมันได้ดีขึ้น Mid Mode มีคันเร่งที่ไวแต่ก็ยังไม่ไวเท่ากับ Sport Mode การเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้าทำได้อย่างใจนึก คันเร่งที่ตอบสนองได้ดีมากแทบจะไม่มีอาการรอรอบจากการปรับการทำงานของเทอร์โบแปรผัน Twin Scroll Turbocharger ให้ทำงานอย่างรวดเร็วปราศจากอาการหน่วง ทำให้ต้องระวังให้ดีหากคิดจะปล่อยม้ากันแบบหมดคอกหมดฝูง เป้าหมายการยกระดับความสามารถของตัวรถให้มากกว่า Cooper S F56 ทำให้ JCW F56 กลายเป็น MINI ที่แตกต่างจากพี่น้องร่วมสายพันธุ์ในทุกองค์คาพยพ

ประเด็นหลักของความสามารถคือการปรับจูนเครื่องยนต์ 2 ลิตรเบนซินเทอร์โบให้มีความรุนแรงมากว่า ช่วงล่างรัดตรึงแน่นตึบเหมือนเชือกที่ถูกขึงจนตึงให้ความรู้สึกถึงความโหดดิบ แม้จะไม่แข็งโป็กเหมือน MINI Cooper Coup แต่ก็ไม่มีสัมผัสของคำว่าโอนอ่อนผ่อนคลายโผล่มาให้ เครื่องยนต์ B48 แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้าส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ทันทีที่คันเร่งถูกกระหน่ำจมมิดลงบนพรมปูพื้น แรงดึงหนักหนาสาหัสและต่อเนื่องยาวนาน เป็นการปลดปล่อยตัวเองจากความซ้ำซากจำเจ เมื่อขับไปได้ไม่นานความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมา ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงพลังที่แตกต่างจาก Cooper S จากความยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ผ่านการควบคุมทิศทางด้วยชุดบังคับเลี้ยวแบบ Servotronic function

John Cooper Work 2016 เป็นรถเล็กบ้าพลังที่ชอบยั่วยุให้ลงคันเร่งอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา คล้ายเด็กเล็กจอมเกเรที่พร้อมอาละวาดไปทั่ว เสียงระเบิดปึงปังเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเครื่องยนต์ถูกลากรอบจนสุด จังหวะเปลี่ยนจากเกียร์ 1 ไปยังเกียร์ 2 Popping noise ที่วิศวกรของ BMW ยัดใส่มาให้สร้างความครื้นเครงไม่น้อย คล้ายกับเสียงระเบิดออกจากปลายท่อของ BMW Z4 35is หรือแม้แต่ SLK 200 AMG R172 มันเป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่เสฟติดการระเบิดพลังงานมอบความต่อเนื่องของกำลังในรูปแรงบิด ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ เจ้า JCW จะจัดให้อย่างเต็มที่เมื่อคันเร่งถูกกดจนมิด Cooper S และ John Cooper Work รุ่นเก่าเป็นรถเล็กที่ดีมากทำให้ความคาดหวังทั้งหมดทั้งปวงตกอยู่กับเจ้า JCW คันใหม่ไปโดยปริยาย หากทำออกมาได้แค่ครึ่งๆกลางๆ คงไม่สามารถที่จะสานต่อความสำเร็จของ JCW ในอดีตได้ จุดนี้ถือว่าสอบผ่านแบบไร้ข้อกังขา

ผมชอบรูปลักษณ์ที่เอาจริงเอาจัง และการเร่งความเร็วของ Cooper S R56 ตัวเก่า เมื่อได้ลองขับ Cooper S F56 รุ่นใหม่ ความทันสมัยและเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์ ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมาก และเมื่อได้มาลอง JCW 2016 ตัวสุดจาก MINI สัมผัสแบบเก่าๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากประสิทธิภาพของ MINI TwinPower Turbo ผสานการทำงานของพวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic function พร้อมช่วงล่างแน่นๆ อัตราทดของพวงมาลัยในย่านความเร็วสูงมอบความแน่นอนแม่นยำไปตลอดทาง ฐานล้อสั้นทำให้ต้องระวังไม่สะบัดพวงมาลัยเมื่อต้องการเปลี่ยนช่องทางแบบกะทันหัน การอัดเจ้า JCW ไปตามทางหลวงชนบทด้วยพลัง 231 แรงม้าพรัอมช่วงล่างที่มีทั้งความแน่นและความยืดหยุ่นที่สูงกว่า MINI ทุกเวอร์ชั่นคือความสุขทางใจของพวกบ้ารถอย่างแท้จริง

ผมเพิ่มความโหดอีกระดับด้วยการเลือกโหมดสูงสุด Sport Mode บนเส้นทางบายพาสจากแยกชะอำมุ่งหน้าไปยังปราณบุรี เจ้า John Cooper Work ส่งมอบความรู้สึกโหดร้ายในโหมดสูงสุดออกมาทันที มันคือสัมผัสที่ผสมปนเปกันระหว่างความตื่นเต้นระทึกใจที่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว เครื่องเบนซินเทอร์โบเดี่ยวโดดๆ จัดแรงบิด 320 นิวตันเมตรจากย่าน 1,250-4,800 รอบต่อนาทีผ่านเกียร์ 6 สปีดแจ่มๆ ด้วยแรงดึงที่กดร่างคนขับให้จมลงไปในเบาะอย่างง่ายดาย อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 6.1 วินาทีของ JCW เวอร์ชั่นเกียร์ออโต้หมดห่วงสำหรับขาแรงที่เป็นกังวลในเรื่องแรงฉุดลาก หากมีทางตรงยาวมากพอ เจ้าหมอนี่จะพาคุณทะยานไปจนถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเวลาเพียงแค่แวบเดียว ระวังให้ดีเพระฐานล้อมันสั้น และไม่เหมาะกับการสบัดพวงมาลัยแรงๆ เมื่อห้อมาเต็มเหนี่ยว เครื่องยนต์สำแดงประสิทธิภาพออกมาทันทีที่คุณคาอยู่ในโหมดขับเคลื่อนสูงสุด รวมถึงเกียร์ออโต 6 สปีดก็ยังทำหน้าที่ได้ดีทั้งไหลลื่นและสอดรับกับความเร็วรวมถึงอัตราทดของเกียร์ที่คล้องจองกับเส้นทางที่ผมขับผ่าน

เกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์แบบ 6 อัตราทดไม่ใช่เกียร์ที่มีคลัตช์ 2 ชุดอย่างเกียร์ทวินคลัตช์ แต่ตอบสนองได้ยอดเยี่ยมกว่าเกียร์คลัตช์คู่ที่ประจำการอยู่ในรถเล็กตัวแรงหลายยี่ห้อ ที่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ John Cooper Work คุณจะชอบการสับเกียร์ด้วยแป้น Paddle Shift หรือคาอยู่ในโหมด Full Auto ปล่อยให้เกียร์ของ JCW ทำงานด้วยตัวของมันเอง เกียร์ 6 สปีดใน JCW ฉลาดปราดเปรื่องมากพอที่จะชิฟเกียร์ลงต่ำให้ทันทีที่คุณยกเท้าจากแป้นคันเร่งมาเลียที่แป้นเบรกเพื่อลดความเร็ว ก่อนหักพวงมาลัยเข้าโค้ง แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยของ JCW ชิฟแน่นทั้งขึ้นและลง ทำให้มันถูกใช้งานทุกครั้งที่ผมกดใช้โหมดสูงสุด ลูกบ้าอาละวาดของ JCW ทำให้คุณต้องการถนนที่โล่งมากพอในการระเบิดพลังงานซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยที่ควรคำนึงถึง เนื่องจากพลังและเรือนร่างของ JCW นั้นขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

มีบางอย่างที่เพิ่มเติมเข้ามาใน JCW คันใหม่ เช่น รูปแบบของจอมอนิเตอร์ที่ตกแต่งกรอบหุ้มจอภาพด้วยรายละเอียดที่แตกต่างจากรุ่น Cooper S F56 เบาะ John Cooper Work ที่งดงามและนั่งขับได้กระชับรัดกุมราวกับรถแข่ง รวมถึงเครื่องยนต์กับการทำงานของเกียร์ และช่วงล่างที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น คล้ายกับการปรุงแต่งรสชาติให้มีความเผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม ยางรันแฟลตของ Pirelli รุ่น Cinturato P7 Performance All Season Tire specifically Designed for the JCW ออกมาในแนวกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นโดนใจเท่าที่ควรในเรื่องของการยึดเกาะ เนื่องจากเป็นยางแบบกึ่งๆ และมีสเปกพื้นๆ ให้ความรู้สึกธรรมดาเกินไป ไม่ได้แย่จนรับไม่ได้แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเท่ากับยางสปอร์ตพันธุ์แท้อย่าง Michelin Pilot Super Sport ที่ประจำการอยู่ใน BMW M3/M4 หากคุณเป็นคนที่ชอบขับเร็วตลอดเวลา ยางคุณภาพสูงแบบสปอร์ตสุดขั้วดูจะเหมาะสมกับ JCW มากกว่ายางพันธุ์ทางแบบนี้ แต่เวอร์ชั่นรันแฟลตของ Cinturato P7 ช่วยทำให้ JCW ตัวเบาขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากไม่ต้องคอยพกพายางอะไหล่ติดตัวไปด้วย รวมถึงเมื่อเกิดปัญหาลมยางหรือยางแบน คุณก็ยังสามารถขับแบบย่องเบาไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อหาร้านปะยางได้อีกไกลถึงเกือบร้อยกิโลเมตร ยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 ดึงสมรรถนะของช่วงล่างออกมาได้ดีแต่ก็ยังไม่ถึงกับดีที่สุด เมื่อต้องการขับแบบจัดหนักจัดเต็มท้ารบไปตลอดทาง

ที่น่าประทับใจ และถือว่า MINI ทำออกมาได้ดีก็คือแชสซีส์ที่กระฉับกระเฉงว่องไว ช่วงล่างยึดเกาะได้ดีมาก พวงมาลัยให้สัมผัสที่ตรงไปตรงมาไม่มีอาการหลอนปรากฏออกมาให้เห็น รวมถึงงานตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ทั้งหมดทั้งปวง ทำให้คุณสามารถเก็บ JCW เอาไว้ในโรงจอดรถเพื่อรอเวลาในช่วงของวันหยุดพักผ่อน กับการขับแบบซิ่ง หรือขับกินลมชมวิวก็ได้ทั้งนั้น ตลอด 7 วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผมค้นพบว่า JCW เป็นรถเล็กที่น่าตื่นตาตื่นใจ แรงยึดเกาะมหาศาลเมื่ออัดเข้าโค้ง ความปราดเปรียวเมื่อเร่งความเร็วบนทางตรง การทำงานของเฟืองท้าย Electronic Differential Lock Control (EDLC) and Performance Control ทำให้มันกลายเป็นจักรกลคันเล็กที่ขับสนุก โหดดิบและเร็วระเบิดระเบ้อ

คุณภาพของงานประกอบกินขาดตามมาตรฐานของ BMW Group เงิน 3.4 ล้านบาทที่จ่ายออกไปแลกกลับคืนด้วย MINI รุ่นสูงสุดที่พวกบ้าความเร็วถวิลหาคือความคุ้มราคาเมื่อได้ขับใช้งาน รถ MINI อย่าง John Cooper Work ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออยู่ในจุดบนสุดของกลุ่มรถเล็กพลังสูง เป็นงานแฮตช์แบ็ก 3 ประตูสุดเข้ม ที่หาตัวเปรียบเทียบได้ยาก และทำให้ผมรู้สึกอิจฉาคนที่ได้ครอบครอง มันเป็นรถเล็กที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของมอเตอร์สปอร์ต และทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย.

MINI JOHN COOPER WORK 2016 SPECIFICATIONS
Body type
Body type..........................................2+2 seater hatchback
Number of doors...............................2

Engine
engine type.........................................turbocharged petrol
Engine manufacturer..........................BMW
Engine code........................................MINI TwinPower Turbo B48
Cylinders Straight ...........................4
Capacity.............................................2 litre 1998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke.....................................82.0 mm × 94.6 mm 3.23 × 3.72 in
Bore/stroke ratio.................................0.87
Valve..................................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total
maximum power output..................231 PS (228 bhp) (170 kW) at 5,200-6,000 rpm
Specific output..................................114.1 bhp/litre1.87 bhp/cu in
maximum torque..............................320 Nm (236 ft·lb) (32.6 kgm) at 1,250-4,800 rpm
Specific torque....................................160.16 Nm/litre 1.94 ft·lb/cu3
Engine construction
sump...................................................wet sumped
compression ratio...............................10.2:1
Fuel system..........................................EFI
bmep (brake mean effective pressure)2012.6 kPa (291.9 psi)
Maximum RPM...................................?
crankshaft bearings..............................?
Engine coolant....................................Water
Unitary capacity..................................499.5 cc
Aspiration............................................MINI TwinPower Turbo
Compressor.........................................N
Intercooler...........................................Y
Catalytic converter..............................Y
Battery/installation.............................Ah / –80 / engine compartment

Performance
Acceleration 0-80km/h (50mph)..........?
Acceleration 0-60mph..........................?
Acceleration 0-100km/h.......................6.6 s
Acceleration 0-160km/h (100mph)......?

Standing quarter-mile............................?
Standing kilometre................................?
Maximum speed....................................242 km/h (150 mph)
Power-to-weight ratio............................166.91 PS/g 122.76 kW/g 164.62 bhp/ton 0.07 bhp/lb 8.15 kg/kW
Weight-to-power ratio............................13.61 lb/bhp


Fuel consumption...................................8.6/5.4/6.5 l/100km urban/extra-urban/combined EU5
universal consumption (calculated from the above)litres per 100 km8.6/5.4/6.5 l/100km urban/extra-urban/combined
km per litre............................................11.6/18.5/15.4 km/l urban/extra-urban/combined
UK MPG..............................................32.8/52.3/43.5
UK MPG urban/extra-urban/combined
US MPG................................................27.4/43.6/36.2
US MPG urban/extra-urban/combined
Carbon dioxide emissions......................152.0 g/km
CO2........................................................150.80 g/km
VED band (UK)......................................G
CO2 Effizienz (DE).................................D

Chassis
Engine position.......................................front
Engine layout..........................................transverse
Drive wheels...........................................front wheel drive
Torque split.............................................N/A
Steering...................................................rack & pinion EPAS Electrically assisted unit with Servotronic function
Steering ratio...........................................14.2
Turning circle
Front suspension......................................Single-joint McPherson spring strut axle with aluminium swivel bearing and anti-dive control
Rear suspension.......................................Multilink axle with weight-optimised trailing arms
Wheel size front......................................7.5 x 18 Mini JCW Gloss Black Cross Spoke 563 Wheel Rim F56
Wheel size rear........................................7.5 x 18 Mini JCW Gloss Black Cross Spoke 563 Wheel Rim F56
Tyres front...............................................205/40 R 18 Pirelli Cinturato P7 Performance All Season Tire specifically Designed for the JCW
Tyres rear.................................................205/45 R 18 Pirelli Cinturato P7 Performance All Season Tire specifically Designed for the JCW
Brakes F/R...............................................VeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter................................330 mm
Rear brake diameter.................................
Gearbox...................................................6 speed automatic with Paddle Shift
gear ratio
1st gear...................................................4.459
2nd.........................................................2.508
3rd.........................................................1.555
4th..........................................................1.142
5th..........................................................0.851
6th..........................................................0.672
Reverse gear.............................................0.672
Final drive ratio........................................3.502
Driving stability systems...........................Hydraulic 2-circuit brake system with anti-lock brakes (ABS), electronic brake force distribution (EBD) and Cornering Brake Control (CBC), Dynamic Stability Control (DSC) with brake assistant, hill start assistant, brake dry function, Fading Brake Support, Dynamic Traction Control (DTC), Electronic Differential Lock Control (EDLC) and Performance Control. Handbrake impacts mechanically on rear wheels


Dimensions & Weights
Wheelbase...............................................2,495 mm
Track/tread (front)....................................1,485 mm
Track/tread (rear)......................................1,485 mm
Length......................................................3,874 mm
Width........................................................1,727 mm
Height.......................................................1,414 mm
Ground clearance.....................................143 mm
length:wheelbase ratio..............................1.55
Kerb weight..............................................1,280 kg 2,822 lb
Weight distribution
fuel tank capacity......................................44 litres 9.7 UK Gal11.6 US Ga

Aerodynamics
Drag coefficient........................................0.34
Frontal area................................................2.09 m²
CdA............................................................0.71

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รีวิวจักรกล MINI รุ่นแรงสุด John Cooper Work 2016 เครื่องเบนซิน 2 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 231 แรงม้า 0-100 ใน 6.1 วินาที ท็อปสปีด 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคา 3,450,000 บาท 1 ก.ค. 2559 15:22 ไทยรัฐ