วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


"เบอร์เกน" เมืองที่(มี)เรื่องราว

อีกมุมของบริกเกน...ถ่ายจากห้องพักในโรงแรม.

เครื่องบินโบอิ้ง 777 ลำยักษ์ เที่ยวบินที่ TG954 ของสายการบินไทย ร่อนลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล ของนอร์เวย์ ในเช้าวันที่อากาศดี อุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ไม่หนาวจนเกินไปสำหรับนักเดินทางจากเมืองร้อนอย่างเราๆ มีเวลาอีก 3 ชั่วโมงสำหรับการรอต่อเครื่องไปยังเบอร์เกน เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของยุโรปเหนือในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา

สำหรับทริปนี้ ROH (Royal Orchid Holidays) ต้องการนำเสนอการเดินทางในรูปแบบใหม่ที่นักเดินทางสามารถจะออกแบบการเดินทางได้เอง แบบที่ไม่ใช่การเที่ยวกับทัวร์ คือ มีบริการตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พักให้ แต่การเดินทางในประเทศและอาหารนักเดินทางสามารถเลือกได้เองตามใจชอบ ซึ่งก็ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ระดับหนึ่ง

เที่ยงตรงตามเวลาของนอร์เวย์ซึ่งช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง เราก็มาถึง Bergen คนนอร์เวย์จะออกเสียงว่า แบร์เกน แต่คนไทยมักเรียกชื่อเมืองนี้ว่าเบอร์เกน งานนี้เราออกแบบการเดินทางด้วยการนั่งรถบัสปรับอากาศจากสนามบินเข้าไปยังตัวเมือง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ค่ารถคนละ 115 นอร์เวย์โครน คิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 552 บาท สามารถซื้อตั๋วได้บนรถเลย ป้ายสุดท้ายของรถบัสสายนี้ คือ Fish Market หรือตลาดปลา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักมากนัก ลงจากรถบัสลากกระเป๋าข้ามถนนเดินไปแค่ 5 นาที เราก็มาถึงโรงแรม Clarion Hotel Admiral เรื่องชื่อโรงแรมนี้ต้องบอกให้ถูก 100% เพราะโรงแรม Clarion มีหลาย Clarion เหมือน Radisson Blu ที่เฉพาะในย่านจัตุรัสกลางเมือง และตลาดปลาก็มีถึง 3 แห่ง..

ห้องพักของเราอยู่ในมุมที่ดีมาก เป็นห้องติดทะเล...มองจากหน้าต่างห้องออกไปมองเห็นอาคารไม้เก่าแก่หลากสีที่เรียกว่า Bryggen (บริกเกน) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของนอร์เวย์ อยู่ตรงหน้า... พอดี

การตะลุยแบร์เกนหรือเบอร์เกนเริ่มต้นขึ้น เรามีเวลาครึ่งวันที่ต้องใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด...ในการซึมซับเรื่องราวของเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน...แห่งนี้เดินเลียบชายทะเลจากโรงแรมที่พักมาไม่ถึง 5 นาที เราก็เริ่มพบความคึกคักของตลาดปลา ที่บรรยากาศในช่วงเช้าและเย็นจะต่างกันโดยสิ้นเชิง...ช่วงเช้าชาวประมงจะนำปลาที่หาได้มาส่งให้กับร้านอาหาร ภัตตาคารที่มีอยู่เต็มไปหมดในย่านนี้ ส่วนช่วงเย็นบรรดาร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆก็จะนำ sea food สดๆมาเรียงเพื่อให้ลูกค้าเลือกและนำไปย่างเสิร์ฟกันแบบร้อนๆหอมกรุ่นมันกุ้งสีแดงเยิ้มจากลอบสเตอร์ตัวโต ขาปูยักษ์ ซัลมอน ปลาคอดสดๆจากทะเล กินกับไวน์ขาว หรือ แชมเปญ ...คงไม่ต้องอธิบายว่า ชีวิตจะมีความสุขสักแค่ไหน

เราเดินผ่านตลาดปลา ข้ามสะพานเล็กๆไปยังอาคารไม้หลากสี 3 ชั้น หลังคาจั่ว ที่เรียกว่า “บริกเกน” (Bryggen) ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาคารไม้ที่สวยงามที่สุดในโลก อาคารเหล่านี้เคยเป็นโกดังเก็บสินค้า เกลือ ปลา รวมทั้งปลาคอดตากแห้ง อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ที่พ่อค้าชาวเยอรมันเข้ามาทำการค้าเมื่อ 800 กว่าปีก่อน

โกดังเก่าในยุคแรกถูกไฟไหม้ไปเกือบหมด ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็มีอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปี พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง เคยเสด็จมาที่นี่เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว

การมาของเราส่วนหนึ่งก็เหมือนกับเป็นการตามรอยเสด็จประพาสยุโรปของพระองค์ท่านด้วย สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวตามรอยความสวยงามกับเรื่องราวดีๆของนอร์เวย์ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ www.thaiairways.com หรือติดต่อกับทัวร์เอื้องหลวง ROH ของการบินไทยได้เลย

อาคารไม้เก่าที่เรียกว่าบริกเกน...นี้ มีทั้งหมด 61 หลัง ด้านหน้าเป็นอาคารไม้ 3 ชั้นหลังคาจั่ว ทาสีสดใส ส่วนด้านหลังก็เป็นอาคารไม้เหมือนกัน แต่สีสันอาจจะไม่สดใสเท่า มีอาคารอิฐสีขาวแทรกตัวอยู่ 2-3 หลัง แอบฟังคุณป้า ไกด์อธิบายนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้ความว่าเป็นคล้ายๆ สำนักงานหรือออฟฟิศของพวกพ่อค้าเยอรมัน ซึ่งนำเรื่องของการค้าขาย การต่อรองราคา รวมถึงการใช้เอกสารคล้ายๆกับเช็คแทนเงินสดมาใช้เป็นครั้งแรกในยุโรปเหนือ

ปัจจุบันอาคารเกือบทุกหลังถูกปรับแต่งให้เป็นร้านอาหาร บาร์ ร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งแกลเลอรี่เล็กๆ สำหรับนักท่องเที่ยวได้เดินชิลๆ ไปพร้อมๆกับจินตนาการถึงอดีตที่แฝงไว้ในไม้ทุกๆ แผ่นของอาคาร

ข้ามถนนมาอีกฝั่งเป็นโบสถ์เก่าอายุกว่า 1,000ปี ชื่อว่า Dom Kirke church เป็นโบสถ์เก่าแก่ติดกับอาคารไม้เก่าเลขที่ 5 เราพยายามจะตามหาอาคารหมายเลข 1 แต่ไม่เจอ บังเอิญเหลือบไปเห็นร้านกาแฟประมาณดิบๆหน่อย เขียนป้ายหน้าร้านว่า Kaffee เลยแวะเข้าไปเติมคาเฟอีนสักนิด

ออกจากร้านกาแฟ เดินกลับออกมาที่ Fish market แล้วเดินตรงไปยังทางขึ้นเขา ซึ่งไม่ไกลมากประมาณ 150 เมตร เป็นที่ขายตั๋วรถ Cable car ค่ารถขึ้น Mt.Floyen คนละ 80 นอร์เวย์โครน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 390 บาท แต่ถ้ามีเวลาอยู่ในแบร์เกน แนะนำให้ซื้อแบร์เกน การ์ด ราคา 260 โครน สามารถใช้ขึ้นรถไฟ รถเมล์ เรือล่องฟยอร์ดแบบสั้นๆ รถเคเบิล คาร์ ไปจนถึงเข้าชมพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ แกลเลอรี่ต่างๆได้เกือบทั้งเมือง

Mt.Floyen...เป็น 1 ในภูเขา 7 ลูกของแบร์เกน...มองจากวิวยอดเขาลงมาจะมองเห็นเมืองแบร์เกนได้เกือบทั้งเมือง ด้านบนนอกจากจุดชมวิวแล้ว ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นทางเชื่อมต่อกับภูเขาอีกลูก ชื่อว่า Mt.Ulriken สำหรับนักเดินทางที่ชอบเดินป่า แนะนำให้มาเทร็กกิ้งที่นี่ เพราะอากาศดี เดินตัดป่าสน สูดออกซิเจนกลับไปได้เต็มปอด...ด้านบนมีที่ให้เช่าจักรยานเสือภูเขาด้วย แถมด้วยตุ๊กตายักษ์โทรลล์ ตัวใหญ่ที่ถือว่าเป็นมัสคอตของนอร์เวย์ ที่เชื่อว่าพวกเขาสืบเชื้อสายมาจากพวกไวกิ้ง เจ้ายักษ์โทรลล์ตัวนี้เป็นยักษ์ในจินตนาการของพวกลูกหลานไวกิ้ง ที่เราจะเห็นได้ทั่วไปในนอร์เวย์

เดินเล่นบนเขาจนอิ่มเอม ก็ได้เวลากลับลงมาเดินเล่นต่อในเมือง...โบสถ์คาทอลิกศิลปะแบบโกธิค ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังโรงขายเนื้อเก่า ที่อลังการงานสร้างเหมือนพระราชวัง...สีสันยามค่ำคืนของแบร์เกนเริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างออกมาพบปะสังสรรค์ ดื่มเบียร์ ไวน์กันอย่างสนุกสนาน ...ส่วนเราขอตัวกลับไปนอนฟังคอนเสิร์ตแบนด์ในห้องที่โรงแรมก่อน เก็บแรงไว้ไปตะลุยนอร์เวย์ต่ออีก 8 วันนับจากนี้.

1 ก.ค. 2559 10:05 1 ก.ค. 2559 10:14 ไทยรัฐ