วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พญาโศกบ้านพญาซอ ตำนานที่นับวันจะลืม

บ้านพญาซอ ของสมพร เกตุแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม คนทั่วไปรู้จักเพียงว่า เขาเป็นช่างทำซออู้ฝีมือแถวหน้า แต่ความจริง เขาเป็นมากกว่านั้น

เขาเป็นเจ้าของสวนมะพร้าวซอ กะโหลกมะพร้าวซอ ไม่เหมือนมะพร้าวธรรมดา ลักษณะทรงสามเหลี่ยม เท่าที่เคยมีประวัติอยู่ในดินแดนน้ำกร่อย ลุ่มแม่น้ำแม่กลองตอนล่าง เป็นดงที่มีมะพร้าวพันธุ์ซอลักษณะดี ส่วนใหญ่อยู่แถวตำบลบางพรม อำเภอบางคนที

นานไปๆ สวนมะพร้าวย่านนี้เริ่มมีพันธุ์ลิ้นจี่ พันธุ์ส้มโอ พันธุ์มะปราง รายได้ดีกว่า นับวันผู้คนก็ลืมเรื่องมะพร้าวซอ ถึงวันนี้ สวนสมพร เกตุแก้ว มีมะพร้าวซออยู่สองต้น

จำนวนมะพร้าวซอขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้าอากาศร้อนจะไม่มีลูก บางปีโชคดีได้สามสี่ลูก บางปีไม่มีเลย บ้านใกล้เรือนเคียงสมพร เกตุแก้ว ละแวกนี้มีดีไม่เกิน 10 ต้น แต่ละต้นให้มะพร้าวซอมากน้อยไม่แน่นอน

ราคามะพร้าวซอ เริ่มที่ผลละ 500 จนถึง 100,000 บาท

มะพร้าวซอ ไม่ใช่ใครนึกจะปลูกก็ปลูกได้ตามใจ สมพร เกตุแก้ว ทดลองปลูกหลายครั้ง คิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุญญาธิการ เกี่ยวกับบารมีของคน หรือโชควาสนา

เคยตั้งใจเอาสายพันธุ์ดีๆไปไว้ที่โน่นที่นี่ ปรากฏว่าปลูกไม่ขึ้น ซ้ำร้ายโดนตีกลับหาว่าหลอก

แต่บางคนมาขอมะพร้าวซอ เอาไปปรากฏว่าปลูกขึ้น

พึ่งมะพร้าวซอเป็นอาชีพหลักไม่ได้ สมพร เกตุแก้ว มีที่ดิน 7 ไร่ ต้องหันไปพึ่งผลไม้ในท้องถิ่น เดิมทีเป็นสวนลิ้นจี่ ไปๆมาๆคำนวณค่าแรง ค่าปุ๋ย ค่ายาไม่ได้อะไร เพิ่งลงมะพร้าวน้ำหอมได้สองปี ที่เหลือเป็นกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า

20 ปีที่แล้ว คนกลุ่มหนึ่งรวมทั้งสมพร เกตุแก้ว ศึกษาหาความรู้เรื่องมะพร้าวพันธุ์ซอ จนเข้าใจว่ามะพร้าวลักษณะนี้ เป็นมะพร้าวที่มีคุณค่าและราคาแพง เหมาะที่จะทำเครื่องดนตรี

สมัยเด็กๆ สมพร เกตุแก้ว ได้ยินเสียงซอจากวิทยุ โขนสด คณะสังวาลย์ เจริญยิ่ง มีเป่าขลุ่ยและสีซอ ก็นึกว่าเสียงอะไร ทำไมถึงเพราะขนาดนั้น

เห็นคนเป่าขลุ่ยรู้ว่าขลุ่ย แต่อีกชิ้นคืออะไร พอโตขึ้นมาได้ยินเสียงคนสีซออู้ ถึงรู้ว่าเป็นซออู้

เสียงไพเราะกังวาลลุ่มลึกของซออู้ สมพร เกตุแก้ว ไปขอเรียนกับครูจงกล ศุขสายชล ทายาททางสายพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) เจ้ากรมปี่พาทย์หลวง รัชกาลที่ห้า

ต่อมาก็ไปเรียนกับอาจารย์พิชิต ชัยเสรี ใช้เวลาเรียนกว่า 10 ปี

ตอนเรียนซอ สมพร เกตุแก้ว พบกับคุณธีระ ภู่มณี คนสีซอของกรมศิลปากร

“วันนั้น คุณธีระเข้าห้องน้ำก็วางซอไว้ ผมหยิบขึ้นมาสี รู้สึกทำไมสีง่าย”

เรียนซอจบแล้วมาคิดภายหลัง จึงพอลำดับได้ หนึ่ง ครูที่ดี สอนลูกศิษย์มีความสามารถเท่าตนเอง ถ้าสอนลูกศิษย์ไม่เก่งก็เป็นได้แค่ศิลปิน สอง ผู้เรียนต้องใฝ่ฝันอยากจะเรียน ต้องมีเวลา แล้วต้องมีความชาญฉลาดพอที่จะรับรู้สิ่งเหล่านี้ และสาม...เครื่องดนตรี

สมพร เกตุแก้ว ไปหาซื้อซอที่ร้านสยามวาทิต กรุงเทพฯมาเล่น พอใช้ไปได้สักพัก รู้สึกว่าต้องมีอะไรที่น่าจะทำให้สีได้ดีกว่านี้ อยากได้ซอที่ดีกว่า แต่ยังไม่เห็นมีช่างที่ร่ำลือว่าเก่ง

รู้ว่ามีครูถอย วัดจันทร์ใน เป็นช่างประจำร้านด็อกเตอร์อุทิศ นาคสวัสดิ์ อยู่แถวถนนตก ก็ไปติดตามดู คิดว่าถ้าจะไปเรียนคงเป็นเรื่องยาก เพราะเขามีลูกหลาน มีช่างประจำอยู่

สุดท้ายก็เลยไปซื้อซอที่ว่าเสียงดีเอามาดูว่ากลไกภายในเป็นยังไง เริ่มจากผ่ากะโหลกซอ เพราะส่วนนี้เมื่อขึ้นหน้าแล้วจะมองไม่เห็น ดูว่าเขาทำปากนกแก้วข้างในยังไง เมื่อแกะสลักแล้วทำความสะอาดยังไง

ร่องลมที่จะปาดให้ลมพุ่งออกมาทำยังไง

ผ่ากะโหลกซอแล้ว ต้องไปหามะพร้าวซอมาทำใหม่ ก็ต้องใช้เงิน สมพร เกตุแก้ว ขายซอคันเก่าได้กำไรมา 700 บาท นั่งรถเมล์จากกรุงเทพฯไปสมุทรสงคราม พยายามหามะพร้าวซอ

สุดท้ายมาที่บ้านหลังนี้ เลขที่ 43 หมู่ 5 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที

ซื้อมาซื้อไป ก็ได้ทั้งมะพร้าว ได้คุณเลน ลูกสาวบ้านมะพร้าวซอ

จากเด็กกรุงเทพฯ มาปรับตัวเป็นชาวสวน สมพร เกตุแก้ว ทำสวนไม่ค่อยเป็น เวลาแม่ยายออกสวน ก็ถือจอบถือมีดตามไป พอนานๆแม่ยายชักรำคาญ ก็ไล่ไป
อยู่ในบ้าน

ช่วงเวลานี้ เป็นที่มาให้สมพร เกตุแก้ว เริ่มเขียนลวดลาย แกะกะโหลกซอ

ซอสมพร เกตุแก้ว วันนี้ ดีระดับไหน จึงไม่มีคำตอบ แต่ถ้าจะฟังจากปากคนนอกที่นับถือกัน ซอของเขาเป็นที่ไขว่คว้าของคนมากมาย ขนาด

ทำไม่ทัน จะเรียกว่าซอแถวหน้าที่สุดแห่งยุคสมัยก็คงได้

เซียนทำซอตอนนี้มีจริงๆไม่เกินห้า มีลุงกลิ้ง อยู่บางคนที เสียชีวิตไปแล้ว ลุงลิ้ม อยู่ซอยเอกชัย แม่กลอง สมพร เกตุแก้ว บางคนที ช่างประสิทธิ์ อัมพวา ช่าง
จ้อน บางพลี สมุทรปราการ ช่างจำรูญ บางปะกง ฉะเชิงเทรา

“นอกนั้นก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสามารถยืนเข้าแถวแล้วบอกว่าใช่”

ฟอร์มมะพร้าวซอสวยหรือเสียงดี สมพร เกตุแก้ว บอกว่า ฟอร์มที่สวยปุ่มพูไม่บิดเบี้ยว ส่วนเสียงของแต่ละคน ไม่ต่างจากไปร้านก๋วยเตี๋ยว บางคนก็ปรุง บาง
คนก็ไม่ปรุง อยู่ที่ความชอบ มือหนักมือเบา ชอบเสียงหนักแน่น เสียงหวานซึ้ง เสียงซอแต่ละคนมีความชอบแตกต่างกันไป

บางคนชอบซอที่ผิดส่วนจากเดิม คือมีสเต็ปยาวขึ้น เพื่อไปเล่นกับเครื่องสากลได้

“แต่นิสัยผมชอบแบบเดิมของโบราณ” สมพร เกตุแก้ว ว่า

ซอมีหลายเกรด ซอโหล คือซอที่ขายในสวนจตุจักรหรือที่เวิ้ง (นาครเกษม) ราคาพื้นๆ 2,500 ไม่ต่ำกว่า 1,700 แล้วจะมาเป็น 4,000, 8,000, 15,000
ราคาซอที่แพงเพราะฝีมือช่าง ค่าฝีมือเทียบเป็นราคาทองคำ ค่าแกะอย่างเดียวเท่ากับราคาทองคำ 1 บาท แต่ถ้าวิเศษขึ้นหน่อยก็หกสลึง

ตั้งแต่โบราณมา ครูที่สอนงานแกะสลัก คือครูประสิทธิ์ งามศิลป์ ช่างแกะประจำบ้านพาทยโกศล หลังวัดกัลยาณ์ เป็นมือแกะพัดยศ แกะพัดงาช้าง ทั้งงาช้าง
ของวัดจีนที่อยู่เยาวราช พัดยศงาช้างสมเด็จพระสังฆราช

คนมีฝีมือแกะหนึ่งลูกได้ราคาเท่ากับทองคำหนัก 1 บาท ส่วนที่แกะสำคัญอยู่ที่กะโหลกหรือด้ามซอ

สมพร เกตุแก้ว เรียนวิชาช่างกลึงจากครูเทียบ คงลายทอง ครูเทียบเป็นคนเป่าปี่ที่เก่งของกรมศิลป์ในยุคนั้น และเรียนขลุ่ยกับพี่ปี๊บ คงลายทอง ลูกชาย

ซอคันที่สมพร เกตุแก้ว ใช้แกะลายพระรามรบทศกัณฐ์

“ตอนแกะใหม่ๆเท่ากับราคาทองหกสลึง ค่ากะโหลกใบนี้ 30,000 ค่าทำทวน 25,000 นี่คือต้นทุน”

ส่วนอีกคันเป็นซอลายสิงห์ ราคาทอง 1 บาท ทั้งสองคันเป็นซอที่สมพร เกตุแก้ว ไม่คิดขาย เพราะคิดว่ากลับไปทำอย่างนี้อีกไม่ได้แล้ว

การทำซอ สมพร เกตุแก้ว บอกว่า ไม่ใช่งานอาชีพ แต่เป็นงานของกุลีทางวัฒนธรรม

มะพร้าวซอนับวันก็ยิ่งหายาก แต่ถ้าหาได้ ก็ตั้งใจจะทำซอต่อไป เพราะยังมีคนมาเข้าคิวรอซื้อ

“ผมทำตามความรู้สึก ผมเลือกคน แต่ละคนเห็นคุณค่าแตกต่าง ไม่ได้วัดที่เงิน เอาไปแล้วเอาไปแขวน ก็กลายเป็นขยะทางวัฒนธรรม คนไหนไม่อยากให้ผมก็
ปฏิเสธ”

แขกในบ้านที่รู้ทางสมพร เกตุแก้ว ออกปากขอร้อง ไหนๆก็ฟังเรื่องมะพร้าวซอ เรื่องการทำซอชั้นดีจนหลงใหลได้ปลื้มไปกับซอหลายคัน...ทำไม จะไม่ลองฟัง
“เพลงซอ” จากเจ้าของบ้านที่ตั้งชื่อว่า พญาซอ บ้าง

สมพร เกตุแก้ว ขอเปลี่ยนเสื้อตัวเก่ง กางเกงจีนตัวเดิม แล้วก็หยิบซอคันโปรด ลายพระรามรบทศกัณฐ์ขึ้นบรรเลง...เสียงซอเศร้า ซึ่งเสียดเข้าหัวใจ...จบแล้วจึง
ได้ความ ท่อนแรกพญาโศกจบด้วยเพลงสังขารา

ใครที่เคยอ่านสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงชื่นชม ตาสังขารา ขอทานที่เล่นซอได้ ไม่มีใครเทียบในยุคสมัยของท่าน

หากมาได้ฟังเพลงสังขารา ฝีมือ สมพร เกตุแก้ว แล้วจะรู้ว่า ที่จินตนาการกันว่าเสียงซอที่แสนไพเราะนั้น ไพเราะปานนี้เอง.

1 ก.ค. 2559 09:40 ไทยรัฐ