วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จําคุก 33 ปี 4 เดือน แก๊งบึมหน้าราม

จําคุก 33 ปี 4 เดือน แก๊งบึมหน้าราม

  • Share:
ศาลอุทธรณ์แก้ข้อหาหนักขึ้น

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำคุกตลอดชีวิต 4 ผู้ต้องหาแก๊งวางระเบิดร้านทำผมออกัส หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 56 จากเดิมที่ศาลชั้นต้นลงไว้ 50 ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น เป็นความผิดที่มีโทษเบากว่า ฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดเพื่อฆ่าผู้อื่น ศาล อุทธรณ์เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง แต่คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน ปรับอีกคนละ 60 บาท

ศาลอุทธรณ์จำคุก 4 ผู้ต้องหาแก๊งบึมหน้ารามคำแหง โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายอัฟฟาฮัม สะอะ ชาว จ.ปัตตานี นายอิดริส สะตาปอ ชาว จ.นราธิวาส นายคัมภีร์ ลาเต๊ะ ชาว จ.ปัตตานี และนายอิลรอเฮ็ง แวแม ชาวจ.ปัตตานี เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุสมควร

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.56 เวลากลางคืน จำเลยทั้งสี่ร่วมกันประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง แล้วนำไปวางไว้บริเวณจุดทิ้งขยะ หน้าร้านออกัส รามคำแหง 43/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ ทำให้เกิดระเบิด มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย และมีร้านค้าแผงลอย อาคารบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายรวมมูลค่าเป็นเงิน 402,000 บาท หลังเกิดเหตุทั้งหมดพากันหลบหนี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และได้จับกุมจำเลยดำเนินคดีตามกฎหมาย ชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพ แต่ให้การปฏิเสธชั้นพิจารณาคดี คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 50 ปี ปรับคนละ 60 บาท จำเลยทั้งสี่ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็น แต่พนักงานสอบสวนได้ทำบันทึกคำให้การรับสารภาพ มีการจัดให้จำเลยทั้งสี่นำชี้จุดที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีภาพบันทึกขั้นตอนการสอบสวนไว้ ที่จำเลยทั้งสี่อ้างว่าถูกบังคับให้รับสารภาพ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ทั้งที่จำเลยทั้งสี่มีสิทธิคัดค้านได้ในชั้นสอบสวน พยานหลักฐานโจทก์เป็นลำดับขั้นตอนเชื่อมโยงกันว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โดยไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีข้อระแวงเรื่องพยานโจทก์จะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดเพื่อฆ่าผู้อื่นนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 221, 222, 224 วรรคสาม, 289 (4), 80, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดฯ พ.ศ.2490 ฐานร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดเพื่อฆ่าผู้อื่น ฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น และฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดเพื่อฆ่าผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดฯ พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคสาม ที่เป็นบทลงโทษหนักสุด ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ตลอดชีวิต คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 60 บาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้