ข่าว
100 year

คดีวางบึมหน้ารามฯ อุทธรณ์แก้จำคุกจำเลย จาก 50 ปี เหลือ 33 ปี 4 เดือน

ไทยรัฐออนไลน์30 มิ.ย. 2559 12:40 น.
SHARE

ศาลอุทธรณ์ นัดอ่านคำพิพากษาคดีคนร้ายวางระเบิดหน้าร้านออกัส ย่านรามคำแหง เมื่อเดือน พ.ค. 56 มีผู้บาดเจ็บ 7 คน ให้จำคุกจำเลย 4 คนในบทหนักสุด คนละ 33 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 60 บาท ลดจากศาลชั้นต้น ที่ให้จำคุก 50 ปี... 

วันที่ 30 มิ.ย. 59 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอัฟฟาฮัม สะอะ อายุ 26 ปี ชาว จ.ปัตตานี และ นายอิดริส สะตาปอ อายุ 26 ปี ชาว จ.นราธิวาส นายคัมคีร์ ลาเต๊ะ ชาว จ.ปัตตานี นายอิลรอเฮ็ง แวแม ชาว จ.ปัตตานี เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และ ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุสมควร        
 
ทั้งนี้ โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2556 เวลากลางคืนหลังเที่ยงคืน จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแล้วนำไปวางไว้บริเวณจุดทิ้งขยะ หน้าร้านออกัส รามคำแหง 43/1 จนระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย และมีร้านค้าแผงลอย อาคารบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 402,000 บาท หลังเกิดเหตุทั้งหมดพากันหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และได้จับกุมจำเลยดำเนินคดีตามกฎหมาย เกิดเหตุที่หน้าร้านทำผมออกัส ปากซอยรามคำแหง 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

คดีนี้ ศาลชั้นต้น เห็นว่าจำเลยทั้งสี่นำระเบิดแสวงเครื่องที่มีความรุนแรงระยะทำลายรัศมี 10-15 เมตร ไปวางในบริเวณหน้า ม.รามคำแหง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน จำเลยย่อมเล็งเห็นผลที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต พิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 221, 222, 224, 289, 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 55 มาตรา 78 วรรคท้าย ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 และ 83 ซึ่งการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม

ฐานร่วมกันพยามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ตลอดชีวิต, ฐานร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ตลอดชีวิต โดยให้ปรับจำเลยทั้งสี่คนละ 90 บาท ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านฯ แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 33 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นฯ และจำคุกอีกคนละ 33 ปี 4 เดือน ฐานกระทำให้เกิดระเบิด และปรับคนละ 60 บาท ฐานพาอาวุธไปในเมืองฯ แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ คนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) และให้ริบของกลาง รวมทั้งให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ร้านค้า และหน่วยงานรัฐที่ได้รับความเสียหายด้วย

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็น แต่พนักงานสอบสวนได้ทำบันทึกคำให้การรับสารภาพ มีการจัดให้จำเลยทั้งสี่ นำชี้จุดที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีภาพบันทึกขั้นตอนการสอบสวนไว้ ที่จำเลยทั้งสี่อ้างว่าถูกบังคับให้รับสารภาพ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ทั้งที่จำเลยทั้งสี่มีสิทธิคัดค้านได้ในชั้นสอบสวน พยานหลักฐานโจทก์เป็นลำดับขั้นตอนเชื่อมโยงกันว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โดยไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงไม่มีข้อระแวงเรื่องพยานโจทก์จะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย

ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิด เพื่อฆ่าผู้อื่นนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 221,222 ,224 วรรคสาม ,289(4) ,80 ,371 , พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดฯ พ.ศ.2490 ,ฐานร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ,ฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดเพื่อฆ่าผู้อื่น ,ฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น และฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดเพื่อฆ่าผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคสาม ที่เป็นบทลงโทษหนักสุด ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่ตลอดชีวิต คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 60 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

อ่านเพิ่มเติม

ศาลสั่งจำคุก 4โจ๋ วางบึมหน้ารามฯ คนละ 50 ปี)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วางระเบิดวางระเบิดหน้ารามร้านออกัส4จำเลยจำคุก33ปี4เดือนศาลอุทธรณ์กทม.ข่าวข่าวทั่วไทยอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้