วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก: ทฤษฎีสมคบคิด ในบอลยูโร 2016

โดย ป๋อง กพล

หลังจากที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายจบลงไปนั้น เราก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าทีมไหนบ้างที่ผ่านเข้ารอบมาบ้าง และทีมไหนตกรอบไปแล้วบ้าง ผมคงจะไม่พูดอะไรมากนัก กับเรื่องราวของทีมที่ตกรอบเพราะบอกตรงๆ เขียนไปก็เปลืองเนื้อที่ เพราะทีมที่ดันตามเชียร์ทีมแรก ทำผลงานได้แบบสุดยอด จนไม่อยากจะพูดถึง มันเป็นอะไรที่แย่ ถึงแย่ที่สุด กับผลงานของทีมนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่าโคตรทีมขวัญใจมหาชน สุดท้ายแล้ว จะมาแพ้ทีมที่เป็นเต็งบ๊วยของรายการนี้ไปแบบสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แพ้แบบชนิดที่ว่า น่าตบหัวคนคุมทีมเป็นอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาด่าเลยก็ว่าได้ ขนาดก่อนหน้านี้เขียนด่าไปแล้วหนึ่งรอบ ก็ไม่วายที่จะทำผลงานได้เหมือนเดิม คือ ห่วยยังไง ก็ยังคงห่วยอย่างนั้น เอาเป็นว่าพอดีกว่านะครับ เพราะขนาดไม่อยากเขียนถึง ยังร่ายยาวมาได้ขนาดนี้ ถ้าคิดจะเขียนจริงๆ คงร่ายยาวไปอีก 3 วันแน่นอน

ส่วนทีมอย่างสเปน ที่พลาดท่าตกรอบไป อันนี้ก็ต้องบอกเลยว่า ดวงแตกครับ เพราะการมาเจอกับ อิตาลี ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นรองทีมกระทิงดุอยู่พอสมควร แต่บังเอิญ วันนั้น ทีมอัสซูรี ดันมาแผนเหนือเมฆเพราะก่อนหน้าเกมที่จะลงเล่น ทุกๆ คนมองเหมือนกันว่า พวกเค้าน่าจะมาเล่นตั้งรับเป็นหลัก แต่ไฉนได้ พวกเค้าดันเดินหน้าบุก พร้อมกับบีบพื้นที่ให้เหล่ากระทิงกลัดมันทำอะไรไม่ได้เลย จนสุดท้ายต้านไม่ไหวตกรอบไป เพราะเปเล่ทำนายว่าพวกเค้าจะเข้าชิงกับสิงโตคำรามนั่นเอง 5555 เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย

แต่ทว่ามันก็น่าคิดนะครับ เพราะไม่ว่าทีมไหนก็ตามแต่ ถ้าถูกเฮียไข่มุกดำ เปเล่ เจิมเมื่อไหร่แล้วละก็ มันต้องมีอันเป็นไปทุกราย ต่อให้ช่วงนั้น ทีมเหล่านั้น จะฟอร์มเทพแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่รอดวาจาเค้าสักรายจนผมเริ่มรู้สึกกลัวๆ แล้วว่า ถ้าเกิดแกอยากแก้เขิล ฟันธงเจ้าภาพอีกสักทีม สงสัยแกจะเข้าฝรั่งเศสไม่ได้อีกนานแน่นอน อิอิ

แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันไม่ใช่เนื้อหาของเราอย่างแท้จริงในวันนี้ เพราะเนื้อหาที่แท้จริงของเราในวันนี้ ผมจะมาว่ากันถึง ทฤษฎีสมคบคิด ที่หลายๆ คนมองว่า มันจะเป็นไปได้หรือ ซึ่งผมก็มองว่ามันอาจจะเป็นได้ หรือเป็นไปไม่ได้ก็ได้ กับเรื่องราวของการสร้างเทพนิยายสุดสะพรึง จนกลายเป็นตำนานเล่าขานกันไปอีกนานแสนนาน

เรื่องราวของ ทฤษฎีสมคบคิด ในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีที่แล้ว ในปี 1992 หลายๆ คนคงยังจำได้ดี กับทีมมวยแทนอย่าง เดนมาร์ก ที่พวกเค้าได้เข้ามาเล่นฟุตบอลยูโรรอบสุดท้ายแบบมึนๆ เพราะขณะนั้นนักเตะต่างเตรียมตัวไปพักร้อนแล้ว (หรือไปกันแล้วก็ไม่รู้) จู่ๆ พวกเค้าต้องรวมตัวกันแบบปัจจุบันทันด่วน แถมพกความพร้อมมาแบบน้อยนิด แต่พอสุดท้ายแล้ว พวกเค้าก็ดันทะลึ่งคว้าแชมป์เฉยเลย

ต่อมาอีก 12 ปีให้หลัง ในปี 2004 ปีนั้น เหล่าทีมเต็งต่างพากันทยอยเก็บกระเป๋ากลับบ้านอย่างรวดเร็ว และทีมที่ผมเคยบอกว่า เป็นทีมที่ทรมานนักพากย์มากที่สุด ก็ค่อยๆ ใช้เกมรับที่โคตรเหนียวแน่นฝ่าด่านอรหันต์ทีมแล้วที่เล่า จนสุดท้าย ก็คว้าแชมป์ไปครองหน้าตาเฉย เรียกได้ว่า หักปากกาเซียนแทบจะทุกสำนัก เพราะในนัดชิง นักข่าวแทบทุกคนก็มองว่า พวกเขาน่าจะพ่ายแพ้ให้กับเจ้าภาพ แต่สุดท้ายพวกเค้าก็เล่นงานเหล่าเซียนทั้งหลาย ให้หงายเงิบได้อีกครั้ง

และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมาอีก 12 ปีพอดี ทฤษฎีสมคบคิดนี้ เริ่มกลับมาวนเวียนอยู่ในหัวผมทันที อารมณ์ประมาณว่า เฮ้ย มันจะจริงหรือวะ มันจะเป็นไปได้หรือเนี่ย แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะรอบที่ผ่านมา เราได้เห็นทีมชาติเล็กๆ ที่เป็นเกาะ แถมเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ทีมที่ทั้งประเทศมีประชากรไม่ถึงสี่แสนคน ทีมที่บางคนยังเข้าใจว่าอยู่บนเกาะอังกฤษแถมเป็นเต็งบ๊วยอีกต่างหาก ดันทะลึ่งผ่านเข้ารอบมาได้ รวมไปถึงทีมที่ผมมองว่าเป็นม้ามืดของรายการนี้ ทีมที่เพิ่งเคยผ่านเข้ามาเล่นในฟุตบอลรายการนี้ครั้งแรก ทีมที่ใครก็มองว่าไม่น่ารอด ผ่านเข้ามาสู่รอบน็อกเอาต์เหมือนกับทีมแรก แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ผ่านมาได้แถมทำผลงานได้ดีทั้งคู่อีกด้วย

มันก็เลยทำให้ผมได้แอบลุ้นเบาๆ หรือว่า ทฤษฎีสมคบคิด มันจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และผมก็อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะอย่างที่ผมเคยพูดไปตั้งแต่แรกนะครับว่า ผมอยากเห็นทีมแชมป์หน้าใหม่บ้างเพราะเบื่อพวกแชมป์หน้าเดิมๆ ไม่ใช่ว่าอิจฉานะครับ แต่แค่เห็นจริงๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีมที่หลายๆ คนไม่ได้คาดคิดแบบนี้ และถ้ามันเป็นไปตามทฤษฎีจริงๆ ผมบอกได้เลยว่า มันจะเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังโลกอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ผมอยากจะฝากใครก็ได้ครับ ช่วยสะกิดบอกลุงเปเล่ด้วยว่า อย่าได้ริอาจฟันธงทีมอย่าง เวลส์ หรือ ไอซ์แลนด์ เด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วทฤษฎีสมคบคิดของผมคงพังทะลายแน่นอน

แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก่อนที่ต้นฉบับครั้งนี้จะออกสู่สายตาทุกท่านๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทีมมังกรแดง จะสามารถฝ่าด่านทีมเต็งอย่างเบลเยียมไปได้หรือไม่ เอาเป็นว่า ผมเอาใจช่วยและเชียร์เวลส์เต็มที่ละกัน และหวังว่าตื่นขึ้นมาในเช้าวันเสาร์ ทุกๆ อย่างมันจะเป็นไปแบบที่ผมคิด และตกดึก ไอซ์แลนด์ จะล้มเจ้าภาพลงได้ ตามดั่งใจปรารถนา ก็เท่านั้นเอง

และนี่คือทั้งหมดทั้งมวลของผมในวันนี้แล้วนะครับ เราจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในวันเสาร์หน้า ซึ่งถึงตอนนั้น เราก็น่าจะรู้ว่า ทีมที่ผมแอบเชียร์นั้น จะผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่ วันนี้ขอบคุณทุกท่านในการติดตาม ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ

ป๋อง กพล