วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพื่อความเป็นธรรม

โดย ซี.12

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่อาศัยอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ที่สั่งโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการนั้นมีมาหลายครั้งหลายหนแล้ว

คำสั่งล่าสุดที่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นนั้น ระบุเหตุผลว่าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศ และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการอันเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน

จึงให้ข้าราชการซึ่งถูกร้องเรียนหรือกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการกระทําความผิดเกิดขึ้นในพื้นที่ของตนหรือมีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือดำเนินการหรือไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จนเกิดความเสียหายแก่ทาง ราชการและมีมูลอันสมควรตรวจสอบ ระงับการปฏิบัติราชการโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิมและให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราว

โดยคราวนี้เป็นคำสั่งรวมหมู่มีทั้ง ข้าราชการพลเรือน 3 ราย ข้าราชการอัยการ 3 ราย และ ข้าราชการตำรวจ 17 ราย

เรื่องตำรวจนั้นยกไว้เถอะไม่อยากจะเอ่ยถึงในคอลัมน์นี้ มาว่ากันถึงเรื่องที่ให้พลเรือนและอัยการอันประกอบด้วย 1.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย 2.นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด 3.นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด 4.นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด 5.นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงอุตสาหกรรม 6.นางสาวรัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน

ถ้าแยกแยะเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามพื้นที่จะเห็นว่าสามารถแบ่งเป็น 2 พื้นที่ด้วยกัน คือพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร กับพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนาทวี

มาว่ากันถึงสมุทรสาครก่อน มีข้าราชการที่ปรากฏชื่อในคำสั่งนี้ 4 รายด้วยกัน คือ 1.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร 2.นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร 3. นางสาวรัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร และ 4.นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร

รายการแรกนี้ถึงคำสั่งไม่ได้ระบุว่าย้ายด้วยเรื่องอะไร แต่ทุกฝ่ายคาดหมายตรงกันว่าต้องพัวพันกับการค้ามนุษย์แน่นอน

จะสอบสวนทวนความหาความเกี่ยวข้องอย่างไรในข้อกล่าวหาเหล่านั้นก็ว่ากันไปขอเพียงแต่ให้ดำเนินการให้รวดเร็ว และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วถ้าผิดก็ลงโทษไป

แต่ถ้าไม่มีความผิดใดๆแค่คืนตำแหน่งให้นั้นไม่พอต้องเยียวยาในความเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงให้ด้วย

ส่วนเรื่อง 2 อัยการที่นาทวีพื้นที่ภาคใต้นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งกว่าถ้าปรากฏความจริงในภายหลังว่าคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาต้องมารับผลในทางตรงกันข้ามแล้วละก็

นอกจากจะเยียวยาให้แล้วต้องดำเนินการกับผู้ตั้งเรื่องกล่าวหาขึ้นมาด้วย.

“ซี.12”

30 มิ.ย. 2559 11:12 ไทยรัฐ