วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เส้นทางสายไหมไทย

เมื่อวันอังคาร คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development) ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง โดยมอบให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กระทรวงคมนาคม และ กองทัพเรือ ไปจัดทำรายละเอียดให้เสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อสร้างให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต

ก็ถือเป็น โครงการใหม่เอี่ยมอีกโครงการของรัฐบาล คสช. ที่ปัดฝุ่นมาจากโครงการเก่าในหิ้งสภาพัฒน์ที่ค้างคามาหลายรัฐบาลแล้ว

ผมขอตั้งชื่อเรียกโก้ๆว่า “เส้นทางสายไหมไทย” ก็แล้วกันนะครับ เส้นทางสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) กลุ่มประเทศลุ่มนํ้าโขง เชื่อมโยงระหว่าง ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม โดยมีกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลาง ฝั่งซ้ายไปเชื่อมโยงกับ ท่าเรือนํ้าลึกทวาย ประเทศเมียนมา ไปลงทะเลอันดามัน ฝั่งขวาก็เชื่อมโยงกับ ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และ ท่าเรือวังเตา ประเทศเวียดนาม ไปลงทะเลจีนใต้ เชื่อมทะเลสองฝั่งเข้าด้วยกัน

ถ้าเส้นทางสายนี้เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ จะกลายเป็น เส้นทางสายไหมไทย ทางตอนใต้ของระเบียงเศรษฐกิจลุ่มนํ้าโขงที่มีศักยภาพมหาศาลเลยทีเดียว

คุณปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ เจ้าของโครงการแถลงว่า โครงการนี้ ภาครัฐจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานวงเงินไม่ตํ่ากว่า 300,000 ล้านบาท มากกว่า โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดในปี 2524 ที่รัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไป 200,000 ล้านบาท คาดว่าภาคเอกชนจะมีการลงทุนต่อเนื่องไม่ตํ่ากว่า 1.9 ล้านล้านบาท

เงินลงทุน 2 แสนล้านบาท ในปี 2524 สมัย รัฐบาลป๋าเปรม เมื่อ 35 ปีก่อน ต้องถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับฐานะของรัฐบาลในสมัยนั้นที่ยังยากจน เพิ่งฟื้นไข้จากเศรษฐกิจตกตํ่าและการลดค่าเงินบาท แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ก็ตัดสินใจลงทุนเพื่อสร้างอนาคตใหม่ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นฟูจนโชติช่วงชัชวาลเกือบจะกลายเป็น เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย แต่ถูกรัฐบาลต่อๆมาแทะกิน “บุญเก่า” ไปจนเกือบหมดสิ้น แต่ก็ยังเหลือส่วนบุญมาถึงรัฐบาลนี้ได้ต่อยอดเป็น ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้อีก

แต่เงิน 2 แสนล้านบาทสมัยนี้ แค่เอาไปสร้าง รถไฟความเร็วสูงจีน กรุงเทพฯ-โคราช ที่รัฐบาลกำลังดันทุรังอยู่ ก็สร้างได้เพียง 250 กม.เท่านั้น ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ไม่รู้จะลงทุนไปเพื่ออะไรกัน

ไปดู “เส้นทางสายไหมไทย” ต่อดีกว่าครับ ตามแผนรัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมดังนี้ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือมาบตาพุด, มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด, มอเตอร์เวย์แหลมฉบัง-โคราช, รถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และ กรุงเทพฯ-ระยอง

ยังไม่นับ รถไฟทางคู่กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อกับ ท่าเรือน้ำลึกทวาย ของพม่า ที่รัฐบาลมอบให้ญี่ปุ่นดำเนินการ ถ้าเสร็จก็จะเชื่อมโยงกันเป็น “เส้นทางสายไหมไทย” เป็น East-West Economic Corridor ของไทยได้อย่างสบาย สินค้าไทยจากภาคกลางภาคตะวันออกทั้งหมด จะไปลงทะเลอันดามันก็ได้ ไปลงอ่าวไทยก็ได้ ถ้าเชื่อมต่อไปกัมพูชาและเวียดนามสำเร็จ ไปลงทะเลจีนใต้ก็ได้

ไม่ว่ามองมุมไหนการลงทุนในโครงการนี้ก็ดีกว่า รถไฟความเร็วสูงจีน กรุงเทพฯ-โคราช มูลค่า 180,000 ล้านบาท เสียดายเงินภาษีครับ

ผมเห็นด้วยกับ ดร.สมคิด รองนายกฯเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลผลักดันโครงการนี้สำเร็จ เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย จะกลายเป็น เขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน ถ้ามีการนำโมเดล “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ใส่เข้าไปด้วย ผมรับรองว่าในภูมิภาคนี้ไม่มีใครสู้ไทยได้แน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

30 มิ.ย. 2559 09:01 30 มิ.ย. 2559 09:01 ไทยรัฐ