วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้รู้ปัญหาการเมืองดีที่สุด

น่าจะเกิดความเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เมื่อนักข่าวเรียนถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีที่นักการเมืองระดับผู้นำสามพรรคใหญ่ นัดหารือกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่าทางออกอะไร แก้ปัญหาอะไร ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรมก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดีตามขั้นตอนก่อน จึงค่อยมาหารือ “ผมหารือกับผู้ทำผิดกฎหมายไม่ได้”

นายกรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจผิด คิดว่านักการเมืองจะขอหารือกับตน เพื่อหาทางออกให้ประเทศ แต่แท้ที่จริงนักการเมือง ทั้งสามคือนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แห่งพรรคเพื่อไทย นัดจะพูดคุยกันเอง และไม่มีข่าวทั้งสามคนมีคดีอะไรที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

จากการติดตามรายงานข่าว ดูเหมือนว่านักการเมืองจะนัดคุยกันเอง โดยไม่เกี่ยวกับพรรค แต่เป็นการพูดคุยแบบระดมสมอง เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชาติ เพราะยอมรับว่านักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ถูกมองว่าเป็นจำเลยสังคม เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองที่มักนำไปสู่ความรุนแรง จนเกิดรัฐประหาร จึงต้องย้อนกลับมาตรวจสอบตนเอง

จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดี หากนักการเมืองจะย้อนกลับมาดูตัวเอง เป็นจำเลยของสังคม และเป็นต้นตอของปัญหาการเมืองจริงหรือไม่? เพื่อนำไปสู่การระดมสมองเพื่อหาทางแก้ปัญหา ไม่ควรมองว่าเป็นการสุมหัวกัน เพื่อก่อความวุ่นวาย ต้องเปิดใจให้กว้าง อย่าผูกขาดความรักชาติไว้ในกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด เพราะคนส่วนใหญ่ล้วนหวังดีต่อประเทศชาติ

การตั้งวงสุนทรียสนทนาของนักการเมืองกลุ่มเล็กๆ อาจขยายวงนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองได้ หากทุกฝ่ายยึดหลักการ “ประเทศชาติต้องมาก่อน” นักการเมืองระดับผู้นำพรรคส่วนใหญ่รู้แจ้งแทงตลอดปัญหาการเมือง มีต้นตอมาจากอะไร พูดตามหลักพระพุทธศาสนาก็ต้องบอกว่ารู้ “อริยสัจ” ทางการเมืองดี แต่มีปัญหาว่าต้องการแก้ไขจริงจังหรือไม่?

อริยสัจ 4 ทางการเมือง ได้แก่ “ทุกข์” คือตัวปัญหา “สมุทัย” ต้นเหตุของปัญหา “นิโรธ” คือการดับทุกข์หรือการแก้ปัญหา และ “มรรค” คือแนวทางการแก้ปัญหา นักการเมืองผู้คลุกคลีอยู่ในเวทีการเมืองมายาวนาน จะต้องรู้ปัญหา แต่ไม่ได้จับมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะติดกับดักการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เพื่อใช้อำนาจตามแนวทางของตน

นักการเมืองส่วนใหญ่จึงขาดความมุ่งมั่น หรือเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ที่จะกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน เพราะติดกับดักของอำนาจ ฉะนั้น หากมีนักการเมืองมีเจตนาดีที่จะร่วมกันหาทางแก้ปัญหาของประเทศ จึงควรได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป แต่ควรมองในแง่ดี ไม่มองแต่ความขัดแย้ง.

30 มิ.ย. 2559 08:33 30 มิ.ย. 2559 08:33 ไทยรัฐ