วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป้ายใหญ่ สมองเล็ก

ป้ายใหญ่ สมองเล็ก

  • Share:

ศุกร์วันนี้ นายสุชาติ หงษ์ทอง ผอ.ร.ร.สุราษฎร์ธานี เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “คนสุราษฎร์ธานี จะยืนอยู่ในเวทีอาเซียนโลก อย่างไร” รอบเช้า 08.30-11.30 น.และรอบบ่าย 13.00-15.30 น. ที่หอประชุมคุณครูลำยอง ร.ร.สุราษฎร์ธานี

เสาร์พรุ่งนี้ทั้งวัน ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิ จะพบปะแนะแนวอาชีพแก่ศิษย์บาลานซ์ หลักสูตรเตรียมสอบนายสิบตำรวจสายปราบปราม ที่บาลานซ์ (ติวเตอร์หมู) สาขาสุราษฎร์ธานี ที่อาคารของสถาบันในโครงการ Airport Business Centre (ABC) ติดสนามบินสุราษฎร์ธานี

นักเรียนหญิงชาวอินเดียอายุ 17 ปีคนหนึ่ง ทำคะแนนสูงสุดวิชามนุษยศาสตร์ ในการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับมัธยมปลายของรัฐพิหาร ที่จัดโดย Bihar School Examination Board เธอดังจนมีโทรทัศน์มาขอสัมภาษณ์ ในรายการเธอสะกดคำว่า Political Science ที่หมายถึง วิชารัฐศาสตร์ ไม่ถูก และเมื่อถูกถามว่า Political Science ที่หนูเพิ่งทำข้อสอบไปนี่ เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องอะไรจ๊ะ? เธอตอบว่า “อ้า เป็นวิชาที่ว่าด้วยการทำอาหารค่ะ”

มีผู้ไปแจ้งความให้สืบสวนหาข่าวการทุจริตการสอบ บั้นปลายท้ายที่สุด ตำรวจจับเด็กหญิงคนนี้และเพื่อนรวม 18 คน ข้อหาทุจริตการสอบ

ในแต่ละปี มีการทุจริตการสอบกันเยอะครับ ผู้ร่วมขบวนการมีตั้งแต่เจ้าหน้าที่การศึกษา ผู้ปกครอง ตำรวจ ฯลฯ ทุจริตกันมากขนาดทางการต้องยกเลิกการสอบกันหลายครั้ง เช่น เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการยกเลิกการสอบของนักเรียนอินเดีย 1.7 แสนคน หลังจากพบว่าเจ้าหน้าที่ทุจริตเอาข้อสอบออกมาสู่ภายนอก

ปีที่แล้ว มีคลิปผู้ปกครองปีนฝาผนังอาคารเพื่อยื่นโพยให้กับลูกหลานที่กำลังสอบอยู่ในห้อง พวกที่ปีนป่ายมีหลายสิบคน ข่าวคราวเรื่องการทุจริตการศึกษาของอินเดียที่แพร่ขยายกระจายไปในโลกออนไลน์ ทำให้บางคนเริ่มสงสัยความน่าเชื่อถือระบบการศึกษาของประเทศนี้

สถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกบางแห่งจึงเลิกการสอบข้อเขียน และหันไปใช้วิธีการให้ผู้เข้าสอบพูดอรรถาธิบายขยายความให้คณะกรรมการสอบฟังแทน แม้จะเสียเวลาหน่อย แต่การพูดเป็นการวัดผลความเข้าใจได้อย่างแท้จริง

บางประเทศไปไกลถึงขนาดไม่มีการตัดเกรดนักเรียนจนถึงชั้นประถม 4 อย่างที่ฟินแลนด์ ซึ่งขณะนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่สำเร็จด้านการศึกษาในระดับชั้นประถม-มัธยมเป็นอันดับต้นของโลก สำเร็จได้เพราะหันมาเน้นการเรียนรู้มากกว่าการแข่งขันอย่างบ้าเลือด

โรงเรียนอนุบาลบางแห่งในบ้านเรา ให้ทั้งเด็กทั้งผู้ปกครองต้องสอบเข้า ทำให้ถูกกดดัน หลายประเทศกลับทำตรงกันข้าม ไม่ต้องให้เด็กเข้าเรียนชั้นอนุบาล แต่ให้ไปเริ่มเรียนในชั้นประถม 1 เลย เพราะต้องการให้เด็กอยู่กับครอบครัว อยู่ในความดูแลของพ่อแม่อย่างใกล้ชิดเสียก่อน อย่างที่ฟินแลนด์ก็เช่นเดียวกัน เด็กเล็กไม่ต้องเข้าเรียนจนกระทั่งอายุ 7 ขวบ

พ่อและแม่ทั้ง 2 คน ดูแลลูกคนเดียวนี่ก็ยุ่งพอสมควรแล้ว ผู้อ่านท่านลองนึกถึงโรงเรียนอนุบาลในหลายประเทศที่ปล่อยให้เด็กเล็ก 15-20 คน อยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยงเพียงคนเดียว “ใครจะดูไหว?” เราจึงเคยได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆว่า ครูอนุบาลเอายานอนหลับผสมนมให้เด็กดื่ม ทำให้เด็กหลับทั้งวัน คลิปแอบซ่อนกล้องที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ก็มีเยอะ ที่พี่เลี้ยงตบตีเด็กเล็ก เด็กยังพูดไม่เป็น พ่อแม่จึงไม่มีโอกาสได้ทราบ

พ.ศ.2545 พ่อของผมไปดูงานที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ได้พบเด็กต่างชั้นเรียนอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน พ่อยังถ่ายทำนำมาเป็นสารคดีแพร่ภาพทางช่อง 3 ของไทยเลยครับ ที่ฟินแลนด์ก็เหมือนกัน มีการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนความร่วมมือให้เด็กต่างระดับชั้นได้เรียนร่วมและแลกเปลี่ยนกันโดยไม่แบ่งแยก ครูเองก็ยังได้ร่วมกันช่วยกันเป็นที่ปรึกษาให้เด็กเหล่านั้นด้วย

พฤษภาคม 2559 พ่อไปดูงานโรงเรียนและการบริหารการศึกษาในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม พบว่าป้ายชื่อของโรงเรียนที่ไปดูงานเล็กมาก ผิดกับป้ายชื่อโรงเรียนในบางประเทศ ที่ทำขนาดใหญ่ใช้งบเยอะ ตามรั้วโรงเรียนก็อวดรูปและรายชื่อของนักเรียนที่สอบเรียนต่อได้ในสถาบันชื่อดังได้ นี่เป็นการส่งเสริมการแข่งขันของแต่ละโรงเรียน ในหลายประเทศไม่ทำ แม้แต่โรงเรียนก็ห้ามมีชื่อ แต่ให้เรียกเป็นหมายเลขแทน เช่น “โรงเรียนหมายเลข 235 แห่งเมืองแกร์”

ที่ใช้โรงเรียนหมายเลขแทน เพราะไม่ต้องการให้โรงเรียนแข่งขันกันอย่างบ้าเลือดนั่นเองครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้