วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แตงโม ไม่หวั่นดราม่าใช้ภาพแต่งงานใน MVแด๊กซ์ ลั่นทุกอย่างเรื่องจริง!

แตงโม ไม่หวั่นดราม่าใช้ภาพแต่งงานใน MVแด๊กซ์ ลั่นทุกอย่างเรื่องจริง!

  • Share:

แตงโม ภัทรธิดา ไม่ซีเรียสคนดราม่าวิจารณ์ใช้ภาพจริงตอนแต่งงานกับโตโน่ ภาคิน ประกอบเอ็มวีกลับตัวกลับใจ บอกทุกอย่างคือเรื่องจริง ปัดคืนดีกับแก๊งน้ำแข็งไส บอกจริงๆ เจอกันเรื่อยๆ อยู่ตลอดแต่ไม่ได้ถ่ายรูปออกสื่อ เผยได้เจอชมพู่มาถ่ายรายการ 3 แซ่บพอดีเลยมอบดอกไม้เป็นของขวัญวันเกิด

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์ให้ได้ชมแบบเต็มๆ สำหรับมิวสิกวิดีโอเพลง "กลับตัวกลับใจ" ของศิลปิน แด๊กซ์ เอกรัตน์ วงฉลาด หรือแด๊กซ์ ร็อกไรเดอร์ อดีตนักร้องนำวงบิ๊กแอส ที่กลับมาในวงการเพลงอีกครั้งหลังห่างหายไปนานหลายปี เพราะในเอ็มวีเพลงดังกล่าวได้นางเอกผลไม้สุดแซบ แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ มาร่วมงาน โดยมีการใช้ภาพวิดีโอเมื่อตอนที่แตงโมเข้าพิธีวิวาห์กับอดีตคนรักอย่างพระเอกนักร้องหนุ่มเดอะสตาร์ โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ทำให้คนมองว่าไม่เหมาะสมที่นำภาพดังกล่าวมาใช้ในเอ็มวี ได้เจอ แด๊กซ์ และ แตงโม ในงานแถลงข่าวเปิดตัวมิวสิกวิดีโอเพลง "กลับตัวกลับใจ" ที่ฮาร์ดร็อก สยามสแควร์ เลยให้เจ้าตัวเปิดใจถึงการทำงานครั้งนี้ พร้อมทั้งถามถึงเรื่องที่แตงโมกลับมารวมตัวกับแก๊งน้ำแข็งไส หลังเจ้าตัวอวยพรวันเกิดนางเอกสาวรุ่นพี่ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในรายการ 3 แซบ ทางช่อง 3 ด้วย

ถามถึงการกลับมาครั้งนี้ของแด๊กซ์?
แด๊กซ์ : กลับมาในรอบ 3-4 ปีได้ครับ แต่ผมรู้สึกเหมือนครั้งแรกของผมจริงๆ เพราะตอนนี้ผมแทบจะยืนอยู่คนเดียวข้างหน้าครับ เป็นความรู้สึกอีกแบบนึง ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสผมด้วยครับ

คนรอติดตามซิงเกิ้ลของเราอยู่?
แด๊กซ์ : ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพลง ทีมงาน จนถึงนางเอกมิวสิกวิดีโอที่ให้เกียรติมาเล่นให้ ขอบคุณที่ทุกคนให้ความสนใจเพลง "กลับตัวกลับใจ" ครับ เรื่องราวของเพลงนี้จริงๆ มันพูดถึงจุดเปลี่ยนแปลงของชีวิตคนคนนึง ผมแค่เป็นตัวแทนของผู้ชายคนนึงที่จะพูดถึงว่าถ้าเกิดเราก้าวออกมาแล้ว แล้วการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างย่อมมีเหตุผล ผมอยากให้มองตรงจุดนั้นมากกว่ามานั่งดูว่าฉันเปลี่ยนไปแล้ว หลายคนคงมีคำถามว่าเปลี่ยนไปจริงเหรอ แสดงว่าถ้าเรากล้าพูดขนาดนี้ มันต้องมีเหตุผลที่ดีที่ทำให้เรากล้าพูดครับ

หลายคนมองว่าเป็นเพลงแนวของแด๊กซ์เลย ดูแมนๆ?
แด๊กซ์ : ก็ถือเป็นเรื่องที่อยากจะพูดด้วยภาษาที่ใกล้ตัวมากกว่า ผมขอเป็นตัวแทนของคนที่รู้สึกอย่างนี้ดีกว่า

มาร่วมงานกับวี เรคคอร์ด เป็นไงบ้าง?
แด๊กซ์ : กันเองครับ ทุกอย่างเป็นพี่น้อง ทำงานกันไปด้วยดี ขอบคุณที่ให้เกียรติผมด้วย ก็ทำทุกขั้นตอนตั้งแต่โครงสร้าง เราจะวางว่าเราจะพูดเรื่องอะไร ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเฮียครับ ทุกคนก็อยากให้ผมมีส่วนร่วมมากที่สุด ผมก็พยายามไม่เป็นตัวถ่วง ไม่อยากให้หลายคนผิดหวัง ผมก็ห่างไปนาน ก็เต็มที่ครับ

เอ็มวีนี้ก็เลือกแตงโมมาร่วมงานด้วย เป็นไงบ้าง?
แด๊กซ์ : แตงโมเลือกผมมากกว่า (หัวเราะ) ต้องถามนางเอกของเราครับ
แตงโม : สำหรับเอ็มวีนี้เนื้อหาก็ตรงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองก่อนหน้านี้ที่ติดต่อมาแรกๆ ก็เป็นอีกมุมมองนึง แล้วหลังจากนันพอเป็นอีกมุมมองนึงเราก็ต้องทำการบ้านว่าเราจะถ่ายทอดออกมายังไงให้คนเข้าใจในเนื้อหาที่พี่แด๊กซ์ร้องไว้ พี่เบียร์แต่งไว้ ทำให้มันเข้าใจง่ายมากที่สุดค่ะ

คิดว่าแรงหรือตรงเกินไปสำหรับเราไหม?
แตงโม : ความแรงกับความตรงมันต้องแยกกัน อันไหนความจริงเรายึดอันนั้นดีกว่าค่ะ ทั้งหมดที่ถ่ายทอดไปคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ณ ปัจจุบันนี้ค่ะ

ตอนที่เราดูครั้งแรกวันนี้ก็มีร้องไห้?
แตงโม : ต้องบอกก่อนว่าเราสองคนไม่ยอมดูจนกว่าจะถึงวันนี้ อยากมาลุ้นด้วย อยากดูว่ามันเป็นยังไงพร้อมกัน ก่อนหน้านี้โมเลยยังไม่ได้ละลายพฤติกรรมตัวเองกับเอ็มวีนี้ค่ะ ก็มาดูกันที่นี่พร้อมทุกคน พอได้ดูครั้งแรกมันก็ค่อนข้างอินน่ะค่ะ ว่าเรากว่าจะผ่านเรื่องราวมา และการตัดต่อของพี่เจษ มันออกมากระชากอารมณ์กระทั่งตัวโมเอง เพราะวันถ่ายทำเนี่ย ทีมงานจะไม่เปิดเพลงให้โมฟังเลย เพราะเดี๋ยวจะทำงานไม่ได้ มานั่งร้องไห้เปล่าๆ ค่ะ ดูแล้วมันค่อนข้างจะสติแตกกระเจิงเหมือนกันนะคะ มันดึงเรากลับไปอยู่ข้างในจออีกทีนึง แล้วมันเป็นสถานที่จริงด้วย ข้าวของก็ของจริงค่ะ น้ำตาซึมนิดนึงเหมือนกันเพราะเราก็เห็นความตั้งใจของทุกคน จุดนึงเราก็ภูมิใจ หายเหนื่อย เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เหนื่อย แต่เราอาจมีความกังวล แต่พอมันออกมาแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างดีต่อเรา

แด๊กซ์ : มันเหมือนเราเล่นหนังเลยเนอะ ความรู้สึกสำหรับตัวพวกเรามันมากกว่ามิวสิกวิดีโอ มันเหมือนเรื่องราวนึงของเราในอดีตแหละ ภาพมันอยู่เต็มหัวไปหมด ผมก็แย่เหมือนกันครับ เป็นครั้งแรกที่สัมภาษณ์แล้วมันไม่ไหลลื่น มันสั่นๆ มันมีภาพในอดีตผุดขึ้นมา ก็ขอบคุณในความสมบูรณ์แบบของมันครับ ขอบคุณทุกคนด้วยครับ

แตงโม : โมเองก็ขอขอบคุณพี่ๆ ทุกคนด้วย พี่แด๊กซ์ พี่เบียร์ พี่เจษ ขอบคุณทีมงานทุกคนที่วันนี้ได้ให้ความมั่นใจว่าในสิ่งที่โมทำมันไม่เป็นตัวถ่วง มันค่อนข้างออกมาสมบูรณ์แบบ ขอบคุณมากๆ ที่ได้คอนเฟิร์มว่าเรื่องราวของเราถึงมันจะเป็นอีกมุมมองนึงของผู้หญิงคนนึง แต่เป็นมุมมองที่ไม่ได้ทำให้มันเสียเปล่า งานชิ้นนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อใครหลายๆ คนค่ะ

เป็นเอ็มวีที่ถ่ายทอดชีวิตจริงเราเลย?
แตงโม : ใช่ค่ะ หมดจากเอ็มวีนี้แล้วก็จะไม่มีการถ่ายทอดเรื่องนี้ที่ไหนอีกนะคะ ก็ฝากด้วยค่ะ มันเป็นที่แรกและที่เดียวและที่สุดท้าย จะอยู่เป็นกลับตัวกลับใจค่ะ เป็นของคู่กันค่ะ

อยากให้แด๊กซ์ฝากผลงานเพลง?
แด๊กซ์ : ยังไงก็ฝากติดตามแล้วแชร์มาบอกผมด้วยแล้วกันนะครับ อยากให้ลองติดตามไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือมิวสิกวิดีโอ ผมว่าเป็นอีกเรื่องนึงในความทรงจำของพวกเรา ฝากด้วยแล้วกันครับ ขอบคุณครับ

แตงโมเองกลัวไหมสำหรับเอ็มวีนี้ เพราะแฟนคลับอีกฝ่ายรอดูและวิจารณ์อยู่แล้ว?
แตงโม : ถามว่ากลัวฟีดแบ็กที่กลับมาไหม มันไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะคะ เพราะว่ามันคือเรื่องจริง ถ้าจะให้ถ่ายทอกในผลงานที่มีคุณภาพแต่เราต้องสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่หรือบิดเบือนเรื่อง โมก็คงไม่ทำให้งานพี่เขาลดคุณภาพดีกว่า ถ้างั้นเราเล่นเป็นอีกตัวละครนึงไปเลยดีกว่า แต่การกลับมาของพี่แด๊กซ์ไม่ธรรมดาค่ะ ทุกคนรอคอย พี่แด๊กซ์เองก็ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตัวเองในน้ำเสียงในอารมณ์นึง ส่วนตัวโมเองก็อาจจะเป็นทางภาพนะคะ เราจะต้องทำให้เต็มที่ค่ะ

รับมือกระแสดราม่ายังไงบ้าง?
แตงโม : ไม่ว่าจะดราม่าหรือไม่ดราม่า มันก็ถือเป็นผลบวกต่อเอ็มวีนะคะ ถ้าได้มีการติดตามชมแล้วเนี่ย โมคิดว่าคนจะมีมุมมองต่อโมและพี่แด๊กซ์ในมุมมองใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นอยู่แล้วค่ะ

คิดหนักไหมตอนที่เอาภาพตอนงานแต่งงานมาประกอบเอ็มวี?
แตงโม : ตอนแรกไม่ได้คิดหนักเพราะว่าพอเป็นพี่ฟองเบียร์ติดต่อมา เรารู้จักกันอยู่แล้ว เราร่วมงานกันอยู่ประจำ ถ้าไม่ใช่ตัวจริง พี่เบียร์ก็ไม่ทำงานให้อยู่แล้ว เราก็ตอบตกลงโดยที่ไม่ถามเลยค่ะว่าเป็นผลงานของใคร แต่พอฟังเนื้อหาตอนแรกก็เป็นอีกมุมมองนึง แต่พอเรามีจิตใจที่เปลี่ยนไปแล้ว เราบอกพี่เบียร์ว่าโมไม่เล่นแล้วนะ เพราะว่าโมไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมแล้ว เขาก็เลยประชุมกันและตัดสินใจกับพี่แด๊กซ์กับพี่เจษ ผู้กำกับ จนได้พล็อตเรื่องที่ออกมาแบบนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นภาพแบบนี้ เป็นสิ่งที่ยืนอยู่บนความจริง ไม่ว่าจะเป็นโมในมุมมองไหนก็ยังเป็นโมในมุมมองของโม เลยตัดสินใจว่าเอาที่รู้สึกในปัจจุบันดีที่สุดค่ะ

แตงโมได้บอกโตโน่ไหมว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตตอนนั้นผ่านเอ็มวี?
แตงโม : โมเองไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้บอก แต่เราใช้ผู้จัดการคนเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็น่าจะทราบอยู่แล้วค่ะ โมว่าไม่น่าจะมีอะไรนะคะเพราะมันก็เป็นมุมมองนึงของโม เราไม่ได้ทำเรื่องเสียหายให้กับคนอื่นนะคะ

แฟนคลับบางคนมองว่าไม่เหมาะสมที่เอาภาพงานแต่งงานจริงมาใช้?
แตงโม : หลากหลายความคิดเห็นนะคะ เราขอรับไว้ทุกๆ แบบ ไม่ว่าความคิดเห็นแบบไหน มันก็จะทำให้เราพัฒนาผลงานของเราได้ในอนาคตค่ะ

ล่าสุด เห็นไปอวยพรวันเกิดชมพู่ อารยา หลายคนมองว่าแก๊งน้ำแข็งไสรวมตัวแล้ว?
แตงโม : แก๊งน้ำแข็งไสเป็นฉายาที่พี่ๆ หลายคนตั้งให้ตอนที่เราอยู่ช่องเดียวกัน พอหลังจากนั้นไม่ค่อยได้เจอกันเลยค่ะ พูดตรงๆ ว่าพอสายงานต่างกันแล้วเจอกันน้อยมาก แต่ก็ได้เจอกันบ้าง ต่างประเทศก็เจอ ในประเทศก็เจอ อาจจะไม่ได้ถ่ายทอดรูปที่ระลึกเพื่อโชว์ใครว่าเราสนิทกับซุปตาร์นะ โมไม่ค่อยบ้าดาราแบบนั้น เพราะโมมีความรู้สึกว่ามันจะดูแบบเฮ้ย เราอยู่ด้วยภาพหรือด้วยใจ แต่พอวันนึงที่เราได้กลับมาเจอกันเพราะตัวโมเป็นนักแสดงอิสระก็ไม่ใช่แตกตัวหรือรวมตัวอะไรหรอกค่ะ ก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เราอาจจะโตขึ้น 5 ปีแล้วมั้งคะที่มีคำว่าน้ำแข็งไสขึ้นมา บางคนมีครอบครัว บางคนก็ไม่มีแล้ว มันก็อาจเห็นว่าเราไม่ได้เกาะกลุ่มกันเหมือนเดิม แต่เรายังรักกันเหมือนเดิม

ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสว่าทะเลาะกัน?
แตงโม : การที่เราไม่ได้ถ่ายรูปออกมาให้เห็นบ่อยๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทะเลาะกัน ถ้าไม่คิดว่าโมนิสัยดี แต่อย่าลืมว่าไอซ์ อภิษฎา และพี่ชมพู่ อารยา เขานิสัยดีนะคะอย่างที่ทุกคนเห็น เพราะฉะนั้นอยู่ดีๆ เขาจะมาเทโมเรื่องอะไร หรือโมแย่จนต้องถูกเทรึเปล่า ตรงนี้โมยืนยันว่าพี่ชมกับไอซ์เขาไม่ได้เป็นคนใจร้ายแบบนั้นเลย เพื่อนก็คือเพื่อนค่ะ

จะมีงานมีตติ้งกันไหม?
แตงโม : ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ถ้าเรามีโอกาส ไม่ว่าเราจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เราก็เจอกันตามโอกาสอยู่บ่อยๆ เพียงแต่เราไม่ได้ถ่ายรูปเท่านั้นเองค่ะ

มีให้ของขวัญวันเกิดชมพู่ไหม?
แตงโม : เมื่อวานนี้ไปถ่ายรายการ 3 แซบค่ะ เราก็อวยพรวันเกิด โมก็มีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เป็นดอกไม้ มันเป็นการบ้านที่ยากที่สุดนะถ้าให้คนทั้งประเทศคิดว่าจะให้อะไรชมพู่ อารยา ยากมากๆ โมก็ไม่รู้จะซื้ออะไรดีให้ถูกใจพี่ชมรึเปล่า หรืออาจจะซ้ำเพราะพี่ชมมีแล้ว เราก็เลยให้ดอกไม้แสดงถึงความอ่อนโยน รักสวยรักงาม ความเป็นผู้หญิงค่ะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้