วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม.44 แก้ปลายเหตุ! 'บิ๊กต๊อก' ยก 3 ข้อหลัก ต้นเหตุ นร.ตีกัน

"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยุติธรรม ยอมรับคำสั่ง มาตรา 44 แก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทที่ปลายเหตุ ชี้ต้นเหตุปัญหาเกิดจากสถาบันครอบครัว สถานศึกษา และเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวผ่านสื่อ …

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 29 มิ.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 8 กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ครั้งที่ 3 เพื่อติดตามความคืบหน้าผลปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถซิ่งในทางในทางสาธารณะ และการควบคุมสถานบันเทิง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม อาทิ กอ.รมน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมอาชีวศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง เป็นต้น

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การออกมาตรา 44 เพื่อการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนตีกันนั้น ยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เป็นปัญหาที่สะสมมานาน กว่า 10 ปี ไม่ใช่จะใช้เวลา 1-2 ปี แก้ปัญหาแล้วเสร็จ ปัญหาเหล่านี้เกิดจาก 3 จุดหลักๆ คือ 1.ปัญหาเกิดจากครอบครัว คือ พฤติกรรมในการใช้ความรุนแรงของเด็ก มาจากการเรียนรู้จากคนครอบครัวที่แตกแยก 2.ปัญหาเกิดจากสถานศึกษา คือ เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวมาจากเพื่อน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา และ 3.ปัญหาเกิดจากสื่อ คือ เด็กเกิดจากการเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวผ่านสื่อต่างๆ ดังนั้นต้องยอมรับว่า 3 จุดนี้ คือ ต้นเหตุที่นำไปสู่การทะเลาะวิวาทและปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ดังนั้นหากจะให้ควบคุมทุกตารางนิ้วคงทำไม่ได้

“ทำไมสื่อไม่ช่วยกันแก้ปัญหา ทั้งที่สื่อเป็นคนทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นคำสั่ง คสช.จึงเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น ทุกคนต้องช่วยกันและขอความร่วมมือจากสื่อด้วย ต้องมีการปรับทัศนคติการรับรู้ และแก้ปัญหาในระยะยาว ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็ต้องแก้ไข หลังรัฐบาลเข้ามา ต้องเข้ามาต้องมาแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีการสร้างองค์ความรู้จากโครงการ โตไปไม่โกง ที่รัฐบาลทำและสอนเด็กทุกโรงเรียนในขณะนี้ สำหรับการแก้ปัญหาร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา ยังแก้ปัญหาไม่หมด แต่ก็ดีขึ้นในระดับหนึ่ง หลังจากมีการปรับพื้นที่โซนนิ่งบริเวณใกล้สถานศึกษา ถือเป็นปัญหาปลายเหตุเช่นกัน ส่วนปัญหาเรื่องเด็กแว้นที่แก้ไขมาตั้งแต่ปี 58 ถือว่าปัญหาดังกล่าวดีขึ้นในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องนำหลักการไปแก้ไขปัญหา เพราะเป็นหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมมีการรายงานผลการดำเนินการ การจับกุมเด็กแว้นทั่วประเทศดังนี้ โดยข้อมูลถึงวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา จับกุมผู้กระทำผิด 1,131 ราย ยึดรถจักรยานยนต์ 789 คัน ทำทัณฑ์บนผู้ปกครองเด็กที่กระทำผิด 203 ราย ทำทัณฑ์บนผู้ปกครองเด็กที่กระทำผิดซ้ำ 19 ราย และดำเนินคดีผู้ผลิตดัดแปลงชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ 199 ราย

นอกจากนี้สถิติการรวมตัวของเด็กแว้นถนนสายหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปกติมีประมาณ 10 จุด ปัจจุบันเหลือเพียง 2 จุดถือ ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนกาญจนาภิเษก ส่วนถนนสายรองมีประปราย มีการลดลงประมาณ 22% 

ส่วนการดำเนินคดีร้านเหล้าและสถานบันเทิงที่ละเมิดคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ปัจจุบันในเขตกรุงเทพฯ มีสั่งปิด 5 ปีไป 6 ร้าน และอยู่ระหว่างรอคำสั่งปิด 8 ร้าน ส่วนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศสั่งปิด 5 ปีไป 166 ร้าน และยู่ระหว่างรอคำสั่งปิด 47 ร้าน

ขณะที่การออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค.59 กรมสรรพสามิต ออกใบอนุญาตให้ 560,560 ราย ลดลง 25,131 ราย ลดลงจากเมื่อปี 58 ที่กรมสรรพสามิตออกใบอนุญาตให้ 585,691 ราย นอกจากนี้เพิกถอนใบอนุญาตขายสุราของสถานบันเทิง 195 ราย

"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยุติธรรม ยอมรับคำสั่ง มาตรา 44 แก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทที่ปลายเหตุ ชี้ต้นเหตุปัญหาเกิดจากสถาบันครอบครัว สถานศึกษา และเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวผ่านสื่อ … 29 มิ.ย. 2559 17:01 29 มิ.ย. 2559 22:30 ไทยรัฐ