วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'องคมนตรี' แนะให้โอกาสผู้ติดยา กลับคืนสู่สังคม

"องคมนตรี" ชี้ห่วงปัญหายาเสพติดในไทย แนะ "สธ.-ศธ.-แรงงาน-สำนักพุทธฯ" สร้างโอกาสให้ "ผู้ติดยา" มีงานทำ เปิดช่องทางกลับสู่คืนสังคม ป้องหวนคืนเส้นทางเดิมอีก

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.59 ที่อิมแพ็ค คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถางานประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ว่า ขณะนี้กว่าร้อยละ 80 ของเด็กนักเรียนอาชีวะพบว่า พ่อแม่ต้องติดคุกเพราะคดียาเสพติด ทั้งการเป็นผู้ค้าและเป็นผู้เสพ ทำให้เด็กเหล่านี้ต้องอยู่ในการเลี้ยงดูของ ปู่ ย่า ตา ยาย และขาดโอกาสในการได้รับการได้รับการบ่มเพาะคุณความดี ทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งต้องออกจากการเรียนกลางคัน กลายเป็นเด็กจรจัด ซึ่งถือเป็นโอกาสในชีวิตที่แย่ที่สุดของเด็กไทย และอาจจะนำเข้าสู่วงจรของยาเสพติดต่อไป โดยเริ่มต้นจากการสูบบุหรี่ แต่อาจจะมีบางกลุ่มที่ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นเป็นเด็กพเนจร แต่ก็มีปัญหาเรียนไม่จบ และไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร เพราะไม่มีองค์ความรู้
 
ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือตามหลักสากลการดูแลผู้ติดยาเสพติดจะมีวงจรที่เริ่มจากการบำบัด รักษาอาการติดยา การให้ความรู้ การฝึกอาชีพ และการให้โอกาสคนเหล่านี้ได้ออกมาจากวงจรยาเสพติดแล้วสามารถมีงานทำตัวเอง เลี้ยงครอบครัว และสังคมได้ ดังนั้นอยากให้ทรวงสาธารณสุข หารือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน สำนักพุทธศาสนา ในการสร้างโอกาส สร้างอาชีพให้กับผู้ติดยาเสพติด เช่น ระดับอาชีวะศึกษาในการจัดทำหลักสูตรการอบรมอาชีพให้แก่ผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษาแล้วด้วย เพื่อป้องกันคนเหล่านี้กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ ซึ่งที่ผ่านมามีข้อมูลว่ากว่าร้อยละ 80 ที่พ้นโทษออกมาแล้วต้องหวนกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดอีก แสดงว่าประเทศไทยยังให้โอกาสไม่เต็มที่ ดังนั้นจึงต้องมาหารือกันเพื่อให้ร้อยละ 80 นี้ได้รับโอกาสเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยที่ต้องมาคิดเรื่องนี้   
 
"การที่กรมการแพทย์จัดประชุมวิชาการยาเสพติดครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแล การให้โอกาสผู้ติดยาเสพติดในสังคม นอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยแล้วยังมีผู้แทนจาก 9 ประเทศในอาเซียนเข้ามาร่วมประชุมด้วย ก็ถือโอกาสเรียนรู้ตรงนี้ร่วมกัน" องคมนตรี กล่าว และระบุต่อว่า จริงๆสิ่งเสพติดมีเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเสพติดยศถาบรรดาศักดิ์ เสพติดการซื้อเสียงในนักการเมือง
 
ด้าน นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในจำนวนผู้เสพยาเสพติดทั้งหมดพบว่ากว่าร้อยละ 80-90 ยังไม่ได้มีปัญหา ดังนั้นต้องดึงคนกลุ่มนี้เข้ามารับการบำบัดรักษา โดยเน้นการคัดกรองโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งต่อจากนี้อาจจะต้องมีการอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความชำนาญในการคัดกรองผู้ติดยาเสพติด ต้องคุยกันให้เข้าใจหากไม่มีปัญหาทางด้านร่างกาย จิตใจก็ให้กลับ ถ้ามีปัญหาก็ต้องเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา ซึ่งมีหลายแนวทาง อาทิ การให้สารทดแทน เป็นต้น คาดกว่าหากมีการปรับลดผู้เสพเป็นผู้ป่วยแล้วจะไม่ได้ทำให้อัตราผู้ที่เข้ารับการบำบัดลดลงจากปัจจุบันอยู่ที่ 200,000 รายต่อปี.

"องคมนตรี" ชี้ห่วงปัญหายาเสพติดในไทย แนะ "สธ.-ศธ.-แรงงาน-สำนักพุทธฯ" สร้างโอกาสให้ "ผู้ติดยา" มีงานทำ เปิดช่องทางกลับสู่คืนสังคม ป้องหวนคืนเส้นทางเดิมอีก 29 มิ.ย. 2559 16:03 ไทยรัฐ