วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครึ่งล้าน แพงกว่าทอง ทำไมคนคลั่ง เจาะเบื้องหลัง สนีกเกอร์ลิมิเต็ดฯฟีเวอร์

ไม่น่าเชื่อ!! ขออนุญาต 'เติมโคตร' ไว้ข้างหน้าเพื่อให้เห็นคุณค่าของพลัง 'โคตรไม่น่าเชื่อ' ในระดับ ผมและคุณ หรือเรียกตามภาษาการตลาดว่าระดับ Mass (Mass Market) หรือตลาดมวลชนคนทั่วไป ไม่ใช่ ระดับ Niche (Niche Market) หรือตลาดเฉพาะกลุ่ม!!!  

จากวันที่สิ้นเสียงประตูเหล็กร้านดังตึงตัง กึกก้องจากการโดนเขย่า เสียงโหวกเหวก โวยวาย เสียงกรีดร้อง สบถ ด่าทอ ออกมามากมาย หลังเหตุการณ์ร้านรองเท้าชื่อดังเปิดให้จอง 'สนีกเกอร์' ที่คนหมายปอง

ไม่ว่าจะ 'อยากได้' มันด้วยสาเหตุใด 'ใส่เอง ขายต่อ เก็บสะสม โก่งราคา' แพร่ภาพออกมา

นับเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์ 'ซอมบี้' สัญชาติไทยนั้น คนทั่วไป (Mass) มองรองเท้าผ้าใบไม่เหมือนเดิม เพราะได้ประจักษ์กับปรากฏการณ์ความฮิต 'สนีกเกอร์ฟีเวอร์' เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นภาพการตั้งแคมป์ต่อแถวล้นหลามยาวแบบข้ามวัน เพื่อซื้อรองเท้าผ้าใบเพียง 1 คู่ กลายเป็นภาพเจนตาของคนในสังคมไทย

แม้ว่ากฎกติกาในการจองรองเท้าจะมีจุกจิกมากมาย (หลายคนบอกว่าเลวร้ายและขยี้หัวใจไปกว่า คือปัจจุบันต่อแถวได้บัตรคิว ทำตามกติกายุ่บยั่บ แต่ไม่ได้การันตีว่าคุณจะได้รองเท้า หรือได้ไซส์ที่ต้องการ??) การเปิดร้านขายรองเท้าผุดขึ้นในโลกออนไลน์ก็มีธุรกิจหิ้ว พรีออเดอร์รองเท้ากันมากมาย ดารา เซเลบฯ หันมาใส่ โชว์กันมหาศาล ฯลฯ

คำถามใหญ่จากคนทั่วไปเกิดขึ้นหลายประการ ไม่ว่า มันจะบ้า มันจะคลั่งไคล้ อะไรกันนักกันหนากับอีแค่รองเท้าผ้าใบคู่เดียว-สนีกเกอร์หรือหุ้นบลูชิป (Blue-chip) ที่ยิ่งเก็บราคายิ่งแรงระยับ บางคู่ต่อแถวซื้อมาหลักพัน มาขายหลักหมื่น-แสน-ครึ่งล้าน แบบที่เราไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นก็เกิดขึ้นในเมืองไทย

ไหนจะธุรกิจขาย-ธุรกิจต่อแถว-ธุรกิจหิ้วในโซเชียลกำลังเบ่งบาน-ไหนจะของปลอม และมิจฉาชีพที่หลอกขายรองเท้าแฝงเข้ามาทำมาหากินมากมายแล้ว กระแสพีคแบบนี้จะหมดเมื่อไหร่แล้ว

ถ้าจะเท่าทันการโหมกระหน่ำของสนีกเกอร์ราคาแพงมหาศาลต้องทำอย่างไร วิธีดูรองเท้าปลอมดูยังไง สิ่งสำคัญที่ต้องตั้งคำถาม-แล้วในมุมคนรักรองเท้าซื้อมาแพงๆ จะกล้าเอาไปใส่ไหม-แบรนด์ที่ทำการตลาดแบบ limited edition หรือการตลาดแบบออกมาจำกัด มีข้อเสียต่อแบรนด์ไหม และคำถามประดามีมากมาย

ด้านล่างนี้ไทยรัฐออนไลน์พาไปหาคำตอบกัน! 

Sneakerhead นักล่า-ขาย-แลก สู่เจ้าของเพจ

"ผมเป็นทั้งนักสะสมและพัฒนามาเป็นนักขายครับ" นัท สิรภัทร เตชะสกุลนภาพร หรือ นัท นักสะสมรองเท้าสนีกเกอร์ตัวจริงเสียงจริง ปัจจุบันเป็นแอดมิน Adidas Thailand, Sneaker Legit Check Thailand และเพจเกี่ยวกับสนีกเกอร์อีกมากมาย ผู้จัดงานโดย Sneaker Party Team สะท้อนกระแสสนีกเกอร์ฟีเวอร์ว่า ตอนนี้กระแสพีคมากๆ ผู้คนตื่นตัวให้ความสนใจชนิดที่ไม่คิดมาก่อนว่าสนีกเกอร์จะพีคได้ขนาดนี้ในประเทศไทย

นัทเล่าว่าเริ่มต้นเมื่ออายุ 13 ปี ด้วย Nike Dunk SB คู่แรก จากนั้นศึกษามาเรื่อย สนใจชอบคู่ไหนจะขายคู่เก่าเอามาซื้อ เพราะยังเรียนไม่มีเงิน และเริ่มขายรองเท้าอายุ 15 ปี ด้วยการนำเข้า หลังจากนั้นก็หลงรักมันแบบถอนตัวไม่ขึ้น

"สนีกเกอร์ฟีเวอร์แบบปักหลักต่อแถว (Camp) ที่จริงดังในเมืองนอกมานานแล้ว และพีคในเมืองไทย 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนช่วงกระแส Yeezy ก่อนหน้านี้ มี Nike Air Jordan ที่ดังในหมู่ Sneakerhead มาช่วงต้นปี Yeezy Boost 350 เข้ามาไทย เปิดตัวราคา 8,900 (ปัจจุบันราคา 70,000+) ซึ่งตนจับสลากได้และขายไปแล้ว คิดไหมว่าวันหนึ่งมันจะเป็นแสน ผมเล่นมานานพอจะมองเห็น แต่ไม่คิดว่าเมืองไทยจะกระแสดีมากขนาดนี้ เรียกว่าตอนนี้อยู่ในช่วงพีคสุดในเมืองไทยแล้ว" 

ในมุมคุณคิดอย่างไรกับขั้นตอนยุ่บยั่บมากมายในการซื้อรองเท้าเพียงคู่เดียว-เราสงสัย 'ส่วนตัวโอเค เขาบอกและให้เหตุผลว่า ทำให้มีมูลค่า แม้ว่าหลายคนมองว่าทำไมต้องไปนอนต่อคิว กติกายุ่บยั่บมากมาย แต่การซื้อยิ่งยากมันทำให้รู้ว่าคุณมีความสนใจกับมันมากเพียงไหน ยอมทำตามทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งรองเท้า มันเป็น 'สนีกเกอร์เกม' ดี ที่คนต้องแข่งเพื่อให้ได้มา

"แต่ถ้ามองในมุมแมสนะเขาจะด่าว่ากติกามันวุ่นวายมาก ทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าไม่มีกติกาเลย เชื่อว่าเหตุการณ์จะเหมือนกับ NMD R1 แย่งกันเป็นซอมบี้อีก การมีกติกาทำให้คนซื้อ คนขายไม่วุ่นวาย ควบคุมได้ดี"

มองอย่างไรกับระยะหลังราคาโหด บางรุ่นมาปั่นกันหลักแสน...! สนีกเกอร์หนุ่มบอกว่าเป็นเรื่องปกติ อย่างงานที่ตนเองจัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว Nike Mag Back to the Future ราคา 5 แสนบาทก็มี 

"ราคารองเท้ามันไม่ได้แพงมาจากช็อป แพงเพราะของมีจำกัด โดยในปัจจุบันธุรกิจหิ้วรองเท้าจากต่างประเทศมาขายมีมากมาย ในมุมหนึ่งมันทำให้ราคาตก เพราะมีของมาก ซึ่งเป็นข้อดีของคนซื้อได้มีทางเลือกที่ราคาไม่สูง และทำให้คนทั่วไปเข้าถึงทำให้กระแสนิยมมากขึ้นแล้วแต่จะมองมุมไหน" 

อีกนานไหมกระแสนี้จะตก เราให้พยากรณ์? นัทบอกว่า ส่วนตัวต้องการให้กระแสดีแบบนี้ไปเรื่อย เพราะชอบเห็นคนใส่รองเท้าผ้าใบกันเยอะๆ ที่ผ่านมาพวกเขาเพิ่งจัดงานรวมคนรักสนีกเกอร์ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ด้วยสาเหตุว่าอยากให้มันเป็นกระแส โดยได้แรงบันดาลใจมาจากงานที่ญี่ปุ่น รวมคนที่ชอบสิ่งเดียวกันมาอยู่ร่วมกัน คุยเรื่องเดียวกัน ภาษาเดียวกัน มันมีเสน่ห์ดี

"คนถามว่าทำไมจัดวันเดียว เหตุผลคือไม่มีทุน และไม่อยากขอสปอนเซอร์จากแบรนด์รองเท้าค่ายต่างๆ เพราะไม่อยากทำให้เป็นธุรกิจ ลองคิดดูถ้าดีลกับอีกแบรนด์ อีกที่ก็เอามาโชว์ไม่ได้ ที่สำคัญไม่อยากให้งานเป็นการเปิดตัวแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พวกเราอยากให้มีทุกแบรนด์"

สุดท้ายสนีกเกอร์หนุ่มวัย 21 ปี ย้ำว่า สำหรับคนที่มีความรักในสนีกเกอร์แล้วมีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้ ต้องมีใจรัก ถ้าคุณชอบไม่มีคำว่าแพง แต่กระแสนี้ก็ไม่จำเป็นต้องตามทุกคน

"เอาจริงๆ นะไม่จำเป็นต้องตามคนอื่นหรอก สำหรับผมแล้วรองเท้าที่ดีสิ่งสำคัญคือ 'ใส่สบาย ถูกกาลเทศะ' ซื้อและไม่เดือดร้อนตัวเอง วันนี้ผมมีรองเท้าแค่ 20 คู่ ไม่ได้เก็บเยอะ พยายามจะใส่ให้หมด เพราะเคยซื้อมาเก็บไว้แล้วพัง จึงตัดสินใจใส่ทุกคู่ ใส่แล้วก็ดูแล ทำความสะอาดมันจะได้อยู่กับเรานานๆ" นักสะสม และหนุ่มนักธุรกิจรองเท้ากล่าว

สนีกเกอร์เลิฟเวอร์ ซื้อมาใส่ ไม่ใช่ซื้อมาสะสม

'เราไม่ใช่นักสะสมรองเท้าผ้าใบ แต่คือนักใส่รองเท้าผ้าใบตัวจริง...' เกมส์ ก้องธนัตถ์กุล เศรษฐีสถาพร นักวางเบอร์โทรศัพท์เงินล้านบอกแบบนั้น หันมาใส่รองเท้าสนีกเกอร์ได้สักระยะใหญ่ก่อนที่จะเป็นกระแสซะอีก มาพูดในมุมนักใส่ ใส่ลาก ไม่ได้เป็นนักเก็บหรือทำธุรกิจรองเท้า ซึ่งหากติดตามโซเชียล (games9999) ก็จะเห็นไลฟ์สไตล์ใช้รองเท้าจริงจังมาก แถมยังน่ารักด้วยการซื้อสนีกเกอร์ยี่ห้อฮอตหายากให้กับแม่-พี่สาวสวมใส่ด้วย ให้เหตุผลว่า อยากให้คนที่รักสบายเท้าเหมือนอย่างที่ตัวเองได้ประสบกับตัว

"ก่อนหน้าด้วยวัยไม่เคยสนใจเรื่องรองเท้าผ้าใบ แต่เราเป็นคนเล่นโซเชียลเห็นว่ามันกำลังเป็นกระแส เพื่อนมาแนะนำให้ใส่ แรกๆ ไม่เข้าใจ โดยเฉพาะคนซื้อเก็บไม่ได้ใส่ รองเท้าผ้าใบมันต้องใส่ซิ จนกระทั่งวันหนึ่งนั่งปวดหลัง ปวดเท้า เพราะชอบใส่รองเท้าสูงๆ เลยลองซื้อตามเพื่อนสนิทแนะนำคู่แรก Yeezy ที่ Kanye West ออกแบบให้ รุ่นนี้เป็นตัวจุดประกายให้เราหันมาสนใจเสน่ห์ของรองเท้าผ้าใบ สนใจในความสวยและใส่สบาย" 

เชื่อไหมจากที่ปวดหลังแบบไม่รู้สาเหตุก็ค่อยๆ หาย เกมส์บอกไม่ได้อุปาทาน แต่ไม่ได้หมายถึงใส่แล้วปุ๊บหายปั๊บ คงไม่ใช่ แต่จากที่ปวดค่อยๆ ทุเลา เพราะว่ารองเท้ารุ่นนี้เตี้ยและมีแกนกลาง ใส่แล้วนิ่มพยุงเท้าได้อย่างดี  

"คู่แรกตอนนั้นราคาไม่แพงมาก 19,000 บาท ใส่แล้วติดใจ (หัวเราะ) จากนั้นเห็นสนีกเกอร์รุ่นที่แย่งกันที่สยาม บังเอิญเราไปเจอก่อนเพื่อนที่สนิทแนะนำ เห็นแล้วชอบพอใส่ดีอีก ดีมาก ขนาดต้องซื้อมาให้คุณแม่อายุ 89 ปี และคุณพี่อายุ 60 ปีใส่ จากวันนี้เราก็เป็นแฟนสนีกเกอร์เรื่อยมา เป็นแฟนแบบซื้อมาใส่ไม่ได้ซื้อมาเก็งราคา" เจ้าของรองเท้า Yeezy 4 คู่ และ NMD เกือบ 20 คู่ กล่าวในที่สุด

มองอย่างไรกับกระแสนักปั่นราคารองเท้า ในมุมคนซื้อใช้งาน เขาบอกว่า พวกเขามีสิทธิ ทั้งยังเป็นอาชีพสุจริตอีก เขาไปต่อคิวซื้อมา หรือเดินทางไปหิ้วมาขาย คนซื้ออย่างเราไม่มีเวลาไปต่อคิว ไม่อยากเดินทาง พวกคุณมีความอุตสาหะ นี่คือรางวัลสำหรับพวกคุณ

"อย่างที่บอกคนที่ซื้อราคาแพงๆ เพราะเราไม่มีเวลาไปต่อคิว ก็คิดซะว่าเอาเวลาต่อคิวไปทำอย่างอื่นให้ได้เงินมากกว่านี้ก็ต้องให้เขา ในมุมคนใส่ติดอยู่ก็คือการทำการตลาดแบบนี้ ผลิตน้อยทำให้เราต้องไปซื้อต่ออีกทีในราคาสูงแค่นั้นเอง"

ถามว่ามองว่ากระแสสนีกเกอร์เหมือนทองคำไหม ยิ่งเก็บยิ่งมีราคาสูงขึ้นไหม 'ไม่' เราซื้อมาเพราะฟังก์ชันที่ใส่สบายและแฟชั่นที่สวยงาม ใส่ไปเที่ยวก็ได้ ไปทำงานก็ได้ ไม่มองว่าซื้อมาเพื่ออนาคต"

ท้ายสุด นักวางเบอร์มือถือดาราคนดัง ทิ้งท้ายว่า กระแสสนีกเกอร์ฟีเวอร์ที่ราคาสูงอยู่นี้อยากจะให้ทุกคนรู้จักคุณค่าของเงิน และเท่าทันกระแส หากหาเงินไม่ได้เองก็ให้ซื้อรองเท้า หรือของที่เหมาะกับเราดีกว่า ไม่ต้องตามกระแส แต่เด็กสมัยนี้หาเงินแบบสุจริตได้เก่ง มีสนีกเกอร์คู่ใจสักคู่สองคู่ในราคาไม่เว่อร์ ใส่แล้วสบาย ดีไซน์สวย สุขภาพดีแค่นี้ก็คุ้มค่าแล้ว  

"สำหรับเราบอกตรงๆ รองเท้าที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงนะ แต่บังเอิญเราเจอแล้วเหมาะกับเรา ซึ่งก่อนหน้าก็ใส่มาหลายยี่ห้อ ทั้งแพงและถูก แต่ย้ำอีกทีว่าหาสนีกเกอร์ให้เหมาะกับเรา ราคามันอาจจะไม่แพง อย่าไปตามกระแสมาก เพราะแพงไม่ใช่ว่าจะใส่ได้สบายเท้าเสมอไป" นักวางเบอร์โทรศัพท์สะท้อนเสน่ห์ของรองเท้าสนีกเกอร์ฟีเวอร์ไว้อย่างดี 

สนีกเกอร์มือใหม่ ระวังถูกหลอก

อีกหนึ่งประสบการณ์ของสนีกเกอร์หน้าใหม่ นพ.วรพล สุขีวัฒนา หรือ ดร.โทนี่ เจ้าพ่อความงามชื่อดังที่เพิ่งหันมาอินเทรนด์ บอกว่า สนใจสนีกเกอร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจากรองเท้าที่ออกแบบโดย Kanye West ซื้อมาในราคากว่า 3 หมื่นบาท หลังจากนั้น Nike Flyknit Racer Polska และยี่ห้ออื่นๆ รุ่นอื่นๆ ก็ตามมา

"เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะซื้อรองเท้าผ้าใบราคาหลายหมื่น แต่พอเห็นกระแสแล้วลองเข้าไปค้นดู ปรากฏว่ามันสวย และน่าใส่มาก จากเดิมที่ใส่แต่รองเท้าหนัง จึงตัดสินใจลองซื้อ Yeezy ใส่เพราะว่ามันสวยดีและใส่สบาย แม้จะราคาแพงมากๆ ซื้อในไอจี ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ปัจจุบันมีสนีกเกอร์ขายในนี้อยู่มากมาย ส่วน Nike Flyknit Racer Polska ก็ซื้อเพราะว่ารูปลักษณ์สวยดี แล้วก็ใส่สบาย ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับกระแสรองเท้าผ้าใบ รู้สึกว่าปัจจุบันมันมีทั้งฟังก์ชันและแฟชั่น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ออกแบบมาเพื่อออกกำลังกายมากกว่า แต่ก็ไม่ได้คิดถึงขั้นซื้อไว้เก็งราคา ขอแค่ซื้อมาใส่สบายก็พอ" 

ถามว่ามองอย่างไรกับกระแสนักปั่นราคารองเท้า ดร.โทนี่บอกว่าในมุมคนซื้อรองเท้ามาใส่ไม่ได้ซื้อมาเก็งราคา ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่ถ้าแพงมากหรือใส่ไม่สบาย ก็คิดว่ากระแสแบบนี้น่าจะอยู่ไม่นาน

"จริงๆ ถ้าราคามากกว่านี้ แม้จะฮิตแค่ไหนก็ไม่เอานะ เราว่าคนเดี๋ยวนี้ฉลาด ก่อนซื้อก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี เพราะปัจจุบันนี้มีของปลอมออกมามากมาย ล่าสุดก็เพิ่งโดนให้โอนเงินหลอกซื้อ NMD ของปลอมในไอจีไปเหมือนกัน" หมอหน้าใสเตือน

รีเช็ก จริงหรือปลอมดูยังไง

หัวข้อนี้น่าสนใจ!!! สนีกเกอร์จริงปลอมดูยังไง เรื่องนี้ สนีกเกอร์หนุ่มอย่างนัทยังเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Sneaker Legit Check Thailand แนะนำวิธีดูของจริง-ปลอมว่าปัจจุบันยอมรับว่ายาก แล้วแต่รุ่นแต่ละยี่ห้อ จึงเปิดกลุ่มในเฟซบุ๊กเพื่อแนะนำวิธีการดูรองเท้าและเปิดโอกาสให้คนมาโพสต์ถามกันในเชิงการแลกเปลี่ยนความรู้กันไม่ใช่เราต้องเช็กให้เขาอย่างเดียว 

ปัจจุบันสนีกเกอร์แต่ละรุ่นมีโรงงานมากมาย เกรดก็หลายเกรด รวมๆ วิธีที่แนะนำคือให้ดูฝีเข็มที่ต้องเดินอย่างสม่ำเสมอ ช่องไฟต้องเท่ากัน การเดินเส้นด้ายต้องคม และละเอียด

ขณะที่เกมส์ นักวางเบอร์ชื่อดัง ผู้ใช้และหลงใหลกระแสสนีกเกอร์แนะนำสั้นๆ ว่าถ้าไม่มีเวลาไปซื้อจากช็อป ให้ซื้อกับคนที่ไว้ใจได้ อย่างเช่น เพื่อน หรือคนรู้จัก หรือหากช็อปตามโซเชียลแนะนำให้ซื้อจากร้านประจำที่เชื่อถือได้ เพราะตอนนี้ของปลอมหรือพวกหลอกลวงเกิดขึ้นมากมายเช่นกัน 

นอกจากนี้ในแฟนเพจเฟซบุ๊กกลุ่มปิดอย่าง Adidas Yeezy & NMD Market Thailand ช่วยได้เบื้องต้น เพราะข้างในจะมีกูรูมากมาย ที่สำคัญคนขายต้องทำประวัติด้วย ดังนั้นการซื้อขายของปลอมจะช่วยกันรุมดู

ท้ายที่สุด หากยังไม่แน่ใจอีกว่าสนีกเกอร์ที่ราคาแพงระยับ จริง-ปลอมสอบถามไปยัง อาดิดาส และไนกี้ หรือแบรนด์ที่มีข้อสงสัยได้ตลอดเวลา 

ธุรกิจเคลือบสนีกเกอร์ แบบนี้ก็มีด้วย

ความฮอตของสนีกเกอร์ได้สร้างธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้าแบบที่คุณไม่คิดมากมาย เพราะราคามันไม่ใช่บาทสองบาท แถมหลายคู่หลายรุ่นยังก้าวข้ามไปไกลกว่าคำว่า 'รองเท้าผ้าใบ' กลายเป็น 'ของสะสม' ยิ่งรุ่นลิมิเต็ดยิ่งเก็บราคาก็มีมูลค่ามาก เมื่อมากมูลค่า ได้มาในราคาแพงก็ต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดีและนานที่สุด 

ธุรกิจเคลือบรองเท้าผ้าใบจึงเกิดขึ้น ต่อ ภูมิพัฒน์ รองรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คัลเลอร์ โกล์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า กระแสนำของรักมาเคลือบมีมาระยะใหญ่ มาบูมเมื่อปีที่ผ่านมา ธุรกิจของเขาพูดง่ายๆ เกี่ยวกับการ restoration ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหนัง accessories มีทั้งเคลือบ รีแพร์ รีสตอร์ อะไรที่เกี่ยวกับอินทีเรียทำทั้งหมด ด้วยเทคโนโลยีที่เอาเข้ามาเคลือบภายนอก-ใน ผมซื้อโนว์ฮาวและแบรนด์จากอเมริกา เป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพดีที่สุด มีรางวัลการันตี ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของด้านนี้

'พูดถึงเรื่องนี้ที่จริงผมเป็นแฟนสนีกเกอร์ตัวยงเหมือนกัน...' ต่อบอกว่า สมัยก่อนบ้ารองเท้ายี่ห้อหนึ่งมากๆ รองเท้าและกล่องสูงเป็นกำแพง ตอนนี้ก็มาสะสมและซื้อใส่รองเท้ายี่ห้อดังที่คนเขานิยมกันตระกูล 3 ขีดก็มีมากมาย ชอบดีไซน์ที่ใส่สบายเท้า และสามารถสวมใส่ไปทำงานด้วย ตอนนี้กล่องก็น้องๆ กำแพง 

"ถามว่าเห็นโอกาสอะไรทางธุรกิจ เรามองว่าตอนนี้เศรษฐกิจไทยหรือโลกอยู่ในช่วงที่วิกฤติ การประหยัดทรัพยากรประหยัดเงินเป็นสิ่งที่ควรรณรงค์ แนวคิดเรื่องธุรกิจนี้จึงเกิดขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยีใหม่ระดับโลกที่สามารถ Restore รองเท้าพวกนี้ได้ หรือสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โซฟา สิ่งของต่างๆ ที่คุณตาคุณยายส่งต่อมา อย่างมีคุณค่าทางจิตใจ หรือเรือยอชต์ เครื่องบิน อย่างรถยนต์ ไปจนกระเป๋า รองเท้า แบรนด์เนมของดารา เซเลบฯ ชื่อดังก็ไว้ใจเคลือบร้านเรา" 

นักสะสมรองเท้าในมาดนักธุรกิจ บอกราคาว่า ราคาเริ่มต้นการเคลือบรองเท้าอยู่ที่พื้น ลักษณะของมันปกติคู่ละ 3,000 บาท แต่ถ้าคลีนฆ่าเชื้อทำความสะอาดราคาอยู่ที่ 1,500 บาท ถามว่าแพงไปไหม ลองคิดว่าสิ่งที่เราลงทุนไปรักษาสิ่งที่มีค่ามากต่อเราให้มีอายุยืนนาน จึงไม่แปลกที่ระยะ 1-2 ปี มีคนเอารองเท้าแทบทุกแบรนด์ทุกแบบ (เคลือบได้ทุกพื้นผิว) มาเคลือบ

"ถามว่ากระแสสนีกเกอร์ฟีเวอร์จะอยู่อีกนานไหม มองจากตัวและคนที่เข้ามาเคลือบรองเท้าประเภทนี้ น่าจะนาน เพราะว่ารูปแบบที่สวยงาม ใส่สบาย แถมยังมีการตลาดเรื่องลิมิเต็ดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คงไปอีกนาน แต่ถามว่าจำเป็นที่ต้องบ้าทุกคนไหม ก็ไม่ต้องครับเพราะแต่ละคนก็ต้องมีเอกลักษณ์ในตัวคุณเอง ไม่จำเป็นต้องเป็น NMD หรือ Yeezy เอาที่คุณใส่สบาย ชอบก็พอ" 

นอกจากการเคลือบรองเท้าแล้ว บรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ออกมาป้องกันรองเท้าคุณก็มีอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหุ้มรองเท้า พลาสติกกันพื้นรองเท้าดำ สเปรย์เคลือบรองเท้า กล่องเก็บรองเท้า เครื่องกำจัดกลิ่น-ทำความสะอาดรองเท้า ก็ทยอยออกมาเริงร่าท่ามกลางกระแสสนีกเกอร์ฟีเวอร์มากมาย

ธุรกิจ 'สนีกเกอร์' แทบทุกหัวมุมเมือง 

นอกจากเคลือบรองเท้า และแอคเซสเซอรี่ ที่ฮิตระเบิดระเบ้อมากมายแล้ว เราลองเดินสำรวจในตลาด ร้านสนีกเกอร์ไม่เพียงอยู่ในห้างสรรพสินค้า และแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังในกรุง อย่าง สยามสแควร์ ซ.1 และ ซ.7, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวิลด์, Emquartier, สุขุมวิท, มาบุญครอง 

หรืออย่าง VAC (ย่อมาจาก Vii Athletic Club) หนึ่งในร้านรองเท้า Retailers ร้านแรกๆ ของเมืองไทย ที่คนรักสนีกเกอร์พลาดไม่ได้แล้วก็เกิดขึ้นอย่างมากมาย

หรือร้านอย่าง Knock Kitchen & Kicks สไตล์ 2 in 1 ที่เราเคยสัมภาษณ์ (อ่านเพิ่ม : ห้ามพลาด ช็อปสนีกเกอร์ เคล้าเมนูสุดครีเอต Knock Kitchen & Kicks ซ.ทองหล่อ) ก็ยืนยันปรากฏการณ์ 'สนีกเกอร์ฟีเวอร์' ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากอาหารเท่ๆ เขายังมิกซ์ความชื่นชอบรองเท้าผ้าใบที่หายาก (Yeezy, NMD, Adidas Y3 Yohji Boost Floral, The Air Jordan VI 1992 Olympics, Nike Flyknit Racer Polska, Adidas Stan Smith - Black ก็มีนะคุณ) ไม่ได้แพง แถมราคาก็ไม่ได้แรงเหมือนที่ไหน

กระแสลามไปเรื่อย แม้กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้งานปาร์ตี้เก๋ๆ ของเมืองไทยอย่าง Sneaker Party Thailand งานรวมพลของเหล่า Sneaker ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่เพิ่งจัดไปก็ได้รับการตอบรับจากสาวกกันอย่างล้นหลาม และคาดว่าจะมีงานแบบนี้ทยอยเกิดขึ้นมหาศาลอย่างแน่นอน 

สนีกเกอร์ 'เดี๋ยวก็ตาย' หรือว่า 'เนเวอร์ดาย' นานแสนนาน 

ทีนี้มาฟัง ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย นักการตลาดชื่อดัง เจ้าของฉายา 'ขาโหด' วิเคราะห์กระแสสนีกเกอร์ฟีเวอร์ว่า เร่ิมต้นด้วยการตลาดแบบ อันลิมิเต็ด อิดิชั่น (Unlimited Edition) เป็นเรื่องดีมานด์ ซัพพลาย ยิ่งลิมิเต็ดฯ คนยิ่งอยากได้ เป็นการตลาดที่แบรนด์ลักชูรี่ทำมานานแล้ว หรืออยากให้สินค้าดูลักชูรี่ก็ทำกัน เช่น แอร์เมส ไอโฟน ฯลฯ กว่าจะซื้อได้ต้องไปต่อแถว แล้วทุกวันนี้มีอินเทอร์เน็ต โซเชียลทั่วโลกมันถึงกัน กระแสยิ่งดังไปไกลว่าอันไหนอินเทรนด์ อันไหนคนดังใส่ การทำการตลาดแบบนี้คนก็ทำมาตั้งนานไม่เห็นมีปัญหาอะไรกับแบรนด์

"อาดิดาสโตขึ้นมาจากการเป็นรองเท้ากีฬา เทคโนโลยีเน้นทำเพื่อให้กับนักกีฬาใส่ ทำให้เขาสูญเสียตำแหน่งนำ เพราะไนกี้ ซึ่งโด่งดังขึ้นมาเพราะว่าเขาทำให้คนธรรมดาใส่ ตอนหลังอาดิดาสเร่ิมทำให้คนทั่วไปใส่ ทำเหมือนเกมไนกี้ สนีกเกอร์เป็นเทรนด์ไปทั่วโลก คนดัง CEO ผู้สูงวัยก็หันมาใส่อย่างมากมาย อย่าง สตีฟ จ๊อบส์ก็ใส่ หม่อมอุ๋ย (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล) ก็ใส่ แม้จะใส่กางเกงสแล็กนะ เพราะว่ามันช่วยเรื่องสุขภาพเท้าที่ส่งผลต่ออย่างอื่นด้วย เช่น เรื่องปวดเอว หลัง และอื่นๆ กระแสนี้จึงมีตั้งแต่เด็กผู้ใหญ่ไปจนกระทั่งสูงวัย ซึ่งหากคุณจะเพิ่มยอดก็ต้องทำให้คนส่วนใหญ่มาใส่แบบนี้ และถ้าอยากทำให้คนสนใจและจดจำก็ต้องทำลิมิเต็ดฯ"

ถามว่าในมุมนักการตลาด การสร้างกระแสแบบนี้น่าสนใจไหม เขายกตัวอย่างว่า น่าจะช่วงหนึ่ง การทำตลาดเพื่อให้กลุ่มแมส มันจะมี 3 กลุ่มด้วยกัน 1. กลุ่ม Innovator หรือพวกริเร่ิม 5 % 2. Early Adopter กลุ่มล้ำสมัยสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวก Early Majority หรือแมสอีกยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ลงมาเล่น มันจะติดตลาด

"ผมว่าตอนนี้สนีกเกอร์ติดตลาดแล้ว เพราะมันข้ามหุบเหวจาก Early Adopter มาสู่ Early Majority คือคนสูงวัยก็ลงมาใส่ จริงๆ มันพีคมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาในช่วงอีคอมเมิร์ซที่ทุกคนสามารถเปิดร้านในเฟซบุ๊กได้ ในมือถือก็ทำอีคอมเมิร์ซได้ การทำการตลาดแบบนี้คนเห็นกันทั่วโลก แล้วคนไทยเป็นคนบ้ากระแส ใครมี เพื่อนมี มันก็จะมีด้วย"

ทว่าถามว่าจะตกเมื่อไหร่ ต้องดูว่ามีอะไรมาแทนที่ เมื่อก่อนมีบิ๊กอี มีริมแดง 501 ตอนหลังยีนส์แฟชั่น ยีนส์คนไทยมา คนรุ่นใหม่ๆ เร่ิมใส่พวกนี้ บิ๊กอีริมแดงตกไปกลายเป็นของคนสูงวัย สนีกเกอร์มันเกี่ยวพันกับเรื่องสุขภาพด้วย ซึ่งตอนหลังออกแบบสวย มันเลยกลายเป็นแฟชั่นด้วย ยิ่งฮิตไปกันใหญ่ ตอนนี้ 'บิ๊กเทรนด์' มันเปลี่ยนตลอด สมัยก่อนผมอาจจะพูดได้ว่าอีก 10 ปี แต่ตอนนี้อินเทอร์เน็ตมันไปทั่วโลก

ฟันธง สนีกเกอร์ฟีเวอร์จะอยู่อีกนานไหม 

พยากรณ์เทรนด์ขึ้น-ลงไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยก่อน? เราสงสัย เขาถามกลับว่า คุณว่าคนยังใส่กางเกงยีนส์อยู่ไหม ใส่อยู่ คนเล่นวิ่ง คนเล่นกีฬาอยู่ไหม ถ้าเป็นพวกนี้ มันก็ยังไปได้อยู่ ยกเว้นจะมีอะไรใหม่ออกมา

"คุณสังเกตดีๆ ชีวิตตอนนี้คนก็ไม่เป็นทางการแล้ว เทรนด์ไม่เป็นทางการมันทั่วโลกเลย อย่าง DTAC รุ่นคุณซิคเว่ ก็ให้ใส่กางเกงยีนส์มาทำงานได้ KTC อาทิตย์หนึ่งให้ใส่กางเกงยีนส์มาทำงานได้นะ แล้วคุณจะยังใส่รองเท้าหนังอยู่ไหม อย่างที่เห็นสนีกเกอร์มีการปรับตัวมาก มีนักออกแบบเข้ามา มีวัสดุ ลวดลายสวยงาม มีการ โค-แบรนด์ (Co-branding) มันไม่ได้อยู่เฉยๆ และที่สำคัญรองเท้ามันเป็นวัฒนธรรม"

ย้ำว่าการตลาดแบบต่อแถว หรือ อันลิมิเต็ดอิดิชั่น ต่อแถวซื้อ มีข้อเสียไหม?

"อย่างที่ผมบอก พวกนี้เอาเกมของลักชูรี่แบรนด์มาใช้ มันจะต้องทำเกมให้ต่างกับการตลาดทั่วไป เช่น คุณอยากได้มาก ฉันให้น้อย แถมขายเฉพาะบางประเทศ หรืออยากได้แบบสีๆ ใช่ไหม ฉันจะทำเฉพาะขาว-ดำ เป็นการตลาดแบบขัดใจลูกค้า เขาเป็นคนกำหนดเกม ถ้าทำเฉพาะบางรุ่น แบบนี้ไม่มีข้อเสีย การตลาดแบบนี้จริงๆ เป็นเรื่องของ 'ฮันเตอร์' พวกผู้ค้าปลีก (Retailers) ซึ่งทุกวงการก็มี อย่าง คอนโด ฯ หุ้น กระเป๋า ฯลฯ พอได้กำไรดีมันก็ขายเร็วไง แถมพวกนี้ยังปั่นราคาด้วยแต่ต่อไปผมคิดว่ามันจะลดลง แต่ถามว่าสักกี่ปีผมไม่รู้ เมื่อก่อนผมจะตอบว่ามันจะอยู่อย่างน้อย 10 ปี"

คำนี้เหมือนคุณถาม 'การเมืองไทยจะจบลงเมื่อไหร่'? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ไม่รู้ แต่รู้ว่าสักวันหนึ่งจะจบลงแบบนี้ แต่ถ้าถามว่า 'สนีกเกอร์' อยู่ตลอดไปไหม ตลอดไปครับ ไม่มีเอาต์ แต่ถ้าถามว่ามันจะพีคไปกี่ปี ซึ่งต้องอยู่ที่คนปั่นกระแส ปั่นให้ขึ้นตลอดเวลา ถ้าไม่มีมันจะตก เป็นการเปลี่ยน S Curve ขึ้นใหม่ ด้วยการสร้างตัวใหม่ๆ ขึ้นมา มันถึงไม่ตกให้อยู่ในกระแสตลอดเวลา

ไม่เป็นเหยื่อการตลาดต่อแถว

สุดท้ายถามว่าในฐานะผู้บริโภค เราจะเท่าทันและฉลาดอย่างไรในกระแสฟีเวอร์ เขาตอบทันควันว่า คุณก็อย่าเป็นเหยื่อของกระแสซิ NMD ถ้าอยากได้มีเวลาก็ไปต่อแถวเอา แต่ถ้าคิดว่าคู่ละ 30,000 จะซื้อไหม ถ้ามีเงินก็ซื้อไป คิดว่าถ้าซื้อรองเท้าคู่หนึ่งจำเป็นไหมต้องเป็นแฟชั่น

"จำเป็นไหมต้องใส่ ถ้าไม่ก็มีตัวเลือกอื่นมากมาย ถ้าคุณเก่งคุณก็ต้องจับดูว่าตัวไหนกำลังจะมา เกมนี้เป็นเกมการตลาดของเจ้าของแบรนด์ เป็นการปั่นพวกฮันเตอร์ และ Retailers คุณแค่อย่าไปหลงกระแส ยกเว้นว่ามีเงินเยอะ หรือต้องมีคนแรก แต่ถ้าเป็นผู้บริโภคแบบฉลาดรู้จักเลือกว่าจะทำอะไร เลือกจะใส่อะไรในช่วงเวลาไหนก็ไม่ต้องไปตามกระแส สุดท้ายถ้าคุณเป็นผู้บริโภคที่เก่งพอ มีพลังพอสร้างกระแสเองยังได้เลย เพราะทุกวันนี้แบรนด์ไทยก็เกิดเองได้ ทำไมต้องไปตามคนอื่น ดึงมาในเกมเรา" นักการตลาดชื่อดังเมืองไทยกล่าวในที่สุด

ชมคลิป

เรื่อง : raydo_trnews