วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สปท.เดินสายพบ ปชป. 'มาร์ค' ตอกกลับ ไร้หลักคิด ส่อทำปฏิรูปเหลว

สปท.เดินสายพบ ปชป. 'มาร์ค' ตอกกลับ ไร้หลักคิด ส่อทำปฏิรูปเหลว

  • Share:

"อลงกรณ์" นำทีม สปท.เดินสาย ปชป.ด้าน "อภิสิทธิ์" สอนมวย สปท.สักแต่ปฏิรูป แต่ไม่ตั้งกรอบ ฝาก 2 ข้อห่วงใย ย้ำทุกเรื่องอยู่ที่ รธน.หวั่นปมประชามติ สร้างความขัดแย้งเพิ่ม วอน คสช.ให้พรรคการเมืองประชุมได้

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 พร้อมตัวแทนคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ของ สปท. อาทิ พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ, นายเอกชัย ศรีวิลาศ, พล.ต.อาณันย์ วัชโรทัย และนายกษิต ภิรมย์ เป็นต้น เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายเกียรติ สิทธีอมร, คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช, นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค เพื่อชี้แจงความคืบหน้างานปฏิรูปประเทศของ สปท.

โดย นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สปท.มาพบพรรคการเมืองเพื่อวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1.รายงานชี้แจงความคืบหน้าของสปท.ในการปฏิรูปประเทศ 2.เพื่อรับฟังขอเสนอแนะของพรรคการเมือง 3.เพื่อสร้างบรรยากาศความร่วมมือเรื่องการปฏิรูปประเทศของสปท. และสปท. ไม่ได้ทำเพื่อสืบทอดอำนาจให้ใคร ภารกิจด้านการปฏิรูปต่างๆ ของ สปท. จะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งสานต่อ "

กลับรังเก่า! อลงกรณ์ พลบุตร สปท.พบ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ติดตามงาน สปท.มาตลอด แต่การปฏิรูปได้หรือไม่ต้องตั้งกรอบ หรือหลักการว่าตั้งจะปฏิรูปเรื่องใด มีขั้นตอนอย่างไร เช่น ยุครัฐบาลตนตั้ง นพ.ประเวศ วะสี ให้ทำการปฏิรูปโดยยึดหลักการ ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม แต่น่าห่วงหลังรัฐประหาร สปท.ใช้คำว่า "มั่นคง มั่งคัง ยั่งยืน" ตามรัฐบาล นั่นคือเป้าหมายไม่ใช่หลักการ การบอกว่า ครม.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ทำงาน 2 ปี มีกฎหมายกว่า 170 ฉบับ แต่เน้นขยายการเพิ่มอำนาจข้าราชการ และการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ ตนคิดว่า สวนทางกับแนวทางการปฏิรูป เช่น การตั้งศาลทุจริตที่ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่า ต่อไปนี้จะใช้ปราบคนโกงทั้งที่ความจริงแล้ว ศาลทุจริตนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการกับนักการเมือง แต่ใช้กับข้าราชการ ส่วนกฎหมายที่จะใช้กับนักการเมืองกำลังทำอยู่ การให้ข้อมูลกับสังคมที่ทำให้เข้าใจผิดเช่นนี้ จะมีผลกระทบตามมา

คนเคยคุ้นเคย! มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ จ้อน อลงกรณ์ พลบุตร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วง 2 ข้อ คือ 1.ทุกอย่างที่ทำอยู่ทั้งหมดไม่มีอะไรใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ การปฏิรูปใดๆ สุดท้ายต้องส่งไม้ต่อให้กับคณะกรรมการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เช่น การปฏิรูปตำรวจ ซึ่งตนเห็นด้วยกับร่างของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตคณะกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่แยกการสืบสวนออกออกจาก สตช. แต่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้เทียบกับฉบับปี 40-50 สิทธิเสรีภาพประชาชนถดถอยลงชัดเจน เพราะถ้าร่างรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ภาคประชาชนและฝ่ายต่างๆ จะขานรับ แต่ครั้งนี้กลับตรงข้าม จึงวิตกกังวลว่า จะตอบสนองการปฏิรูปจากภาคประชาชนได้อย่างไร ที่ผ่านมามีอดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาปรับทุกข์ให้ฟังว่า แผนที่เสนอไปผู้มีอำนาจเลือกทำแต่สิ่งที่อยากทำ คือ ส่วนใหญ่เพิ่มอำนาจหน่วยงาน เพิ่มองค์กร ยิ่งทำให้งบประมาณบานปลาย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 2. ถ้าการเมืองยังไม่ดีขึ้นการปฏิรูปทุกอย่างจะเป็นไปได้ยาก หากเราต้องการการเมืองที่มีเสถียรภาพ โปร่งใส แต่ยังขัดแย้งในเรื่องกติกาสูงสุดของประเทศ โดยเฉพาะทำประชามติ คือ หวังให้ประชาชนรับรองเห็นชอบกระบวนการนั้นๆ แต่ถ้าการทำประชามติเกิดขึ้นในลักษณะที่ว่า ใครขยับทำอะไรแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ และวันนี้ยังไม่เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยอะไรได้หรือไม่ กรณีมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แต่มีการใช้กลไกรัฐเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำประชามติ หากผลออกมาว่า ประชาชนยอมรับจะสร้างความชอบธรรมได้แค่ไหน เพราะมีการใช้กลไกรัฐ จึงห่วงว่าอาจเกิดความขัดแย้งตามมาหลังทำประชามติ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเป็นประเด็นทางการเมือง เชื่อว่าจะเป็นเรื่องใหญ่จนกระทบต่อทิศทางการปฏิรูปประเทศอย่างแน่นอน

นาย อลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป.

"การปฏิรูปพรรคการเมืองไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าพรรคการเมืองไม่สามารถประชุมได้ ถ้าเรามีโอกาสเพียง 3 เดือนก่อนเลือกตั้ง รองประธาน สปท.คงทราบดีว่า พรรคการเมืองเขาจะปฏิรูปหรือหาเสียงกัน ถ้าอยากให้มีการปฏิรูปพรรคการเมือง ผู้มีอำนาจต้องให้พรรคการเมืองประชุม ได้ ผมขอแค่ประชุมเพื่อปฏิรูปองค์กรตัวเอง นี่เป็นจุดทดสอบว่า ถ้าใกล้ถึงวันเลือกตั้งแล้วประชาชนถามว่า พรรคการเมืองจะปฏิรูปอย่างไร แล้วพรรคการเมืองต่างๆ ตอบถือเป็นสัญญาประชาคม ถือว่าการปฏิรูปสำเร็จ แต่ถ้าพรรคการเมืองยังหาเสียงโดยใช้ประชานิยมเพื่อหวังคะแนนเสียง ทุกอย่างจะย้อนกลับมาเหมือนเดิม ขอย้ำว่า อย่างไรเสียบ้านเมืองเราหนีไม่พ้นความเป็นประชาธิปไตย หนีไม่พ้นระบบตัวแทนที่ต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

จากนั้น นายอลงกรณ์และตัวแทน สปท.ขอหารือกับตัวแทนพรรค โดยไม่ให้สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ ภายหลังการหารือนาน 1 ชั่วโมง นายอลงกรณ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังข้อเสนอจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว สปท.จะไปพิจารณาปรับปรุงข้อบกพร่อง แต่ส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ สปท.คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีหน้าที่เพียงแค่ผลิตแผนปฏิรูป และเปิดกว้างเพราะมีสมาชิกเกือบทุกพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองเข้าร่วม ส่วนข้อเรียกร้องที่อยากให้ สปท.ประสานเพื่อให้เกิดการอนุญาตให้ประชุมพรรคการเมืองได้นั้น ไม่ใช่หน้าที่ของ สปท. แต่ก็รับฟังความเห็นของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้