วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.ไม่กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. ปม ม.61วรรค 2 ย้ำไม่กระทบประชามติ

กกต.จัดอบรมบุคลากรจัดออกเสียงประชามติ แนะวางตัวเป็นกลาง ยึดหลัก ก.ม. เมินกลุ่มต้านไม่รับร่าง รธน. เผยไม่กังวลปม ม.61 วรรค 2 ที่ศาล รธน.เตรียมชี้ขาดวันนี้ ยันไม่กระทบประชามติ

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 59 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร สำนักงาน กกต.จัดโครงการอบรมบุคลากรของสำนักงาน กกต.ในเขตพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเตรียมการออกเสียงประชามติ โดยมีคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง และผู้อำนวยการเขตออกเสียงประจำเขตออกเสียงในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 547 คน ร่วมอบรม

โดย นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคือ วันนี้เวลา 13.30 น. เป็นเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 หรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลในวันนี้ จะไม่กระทบกระบวนการ และขั้นตอนการออกเสียงประชามติ โดย กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าต่อไป หากคำวินิจฉัยออกมาว่ามาตราดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ การกระทำที่เคยเกิดขึ้นและมีการแจ้งความ ก็จะไม่ถือเป็นความผิดและต้องรับโทษ ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรา 61 วรรคสาม ที่ยังใช้บังคับอยู่ หากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายก่อความวุ่นวาย หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคาม ยังถือเป็นความผิดตามกฎหมายเหมือนเดิม

"มีเรื่องหนึ่งที่คนที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ต้องเฝ้าระวังคือ การแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญทางโซเชียลมีเดีย ว่าจะขัด พ.ร.บ.ประชามติ หรือไม่ หากเป็นการมุ่งหวังไม่ให้ไปออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นก่อความวุ่นวายให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หากแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ผิดกฎหมาย เขาก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประชามติ" ประธาน กกต.กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ตระหนักว่าการออกเสียงประชามติเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และยังสัมพันธ์กับการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและทิศทางการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้น สถานการณ์ทางการเมือง บริบทแวดล้อมในการทำประชามติครั้งนี้ไม่เหมือนการทำประชามติเมื่อปี 50 โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ ที่จ้องจับผิดกันอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีความพยายามทำให้เกิดเหตุการณ์ที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หลายรูปแบบ และหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกันในการทำงาน ทุกคนจะต้องยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และวางตัวเป็นกลาง นอกจากนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือก แต่งตั้ง รวมทั้งการจัดประชุมฝึกอบรมต่างๆ อย่าเน้นที่ปริมาณ โดยเฉพาะหน่วยออกเสียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจุดที่เกิดการร้องคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนั้น ที่ผ่านมา สำนักงาน กกต. กกต.เขต คณะอนุกรรมการประจำอำเภอ และหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้ง ต่างก็ถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทักท้วง และมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายเรื่อง ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้เป็นไปด้วยความประหยัด คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด จึงอยากให้ ผอ.กกต.จังหวัด ทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน

จากนั้น นายศุภชัย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดทำประชามติว่า ภาพรวมของการดำเนินการนับว่าดีมาก โดยคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง (กอส.เขต) ที่ กกต.ตั้งขึ้นส่วนใหญ่เป็น อดีต กกต.จว. และอดีตผู้บริหารของ กกต.จว. ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นอย่างดี จึงคิดว่าการทำประชามติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ผลสำรวจของหาดใหญ่โพล ระบุว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 98 ไม่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค. คือ วันลงประชามตินั้น ทาง กกต.ไม่กังวล เนื่องจากขณะนี้มีการเร่งประชาสัมพันธ์การทำประชามติอย่างเต็มที่ ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวสำรวจประชาชนเพียงไม่กี่คน ดังนั้น จะมาสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้วันลงประชามติไม่ได้ ทั้งนี้เท่าที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมความพร้อมในการทำประชามติตามจังหวัดต่างๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทราบว่า วันที่ 7 ส.ค. เป็นวันลงประชามติ โดยเฉพาะภาคอีสาน และภาคใต้

นอกจากนี้ นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัย มาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประชามติ ขัดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวหรือไม่ ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า ทาง กกต.ไม่มีความกังวล เพราะการออกเสียงประชามติจะดำเนินการต่อไป และมีการลงคะแนนในวันที่ 7 ส.ค.แน่นอน แต่หากศาลวินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรคสองขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะมีผลแค่วรรคดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังมีกฎหมายอื่นๆ ใช้บังคับอยู่ ส่วนการเคลื่อนไวของกลุ่มต่างๆ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่าสามารถทำได้ หากไม่ขัด พ.ร.บ.ประชามติ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ เชิญ 5 กกต. ไปเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น กกต. คงไม่ไปตามคำเชิญ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ เพราะ กกต.มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทำประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม

กกต.จัดอบรมบุคลากรจัดออกเสียงประชามติ แนะวางตัวเป็นกลาง ยึดหลัก ก.ม. เมินกลุ่มต้านไม่รับร่าง รธน. เผยไม่กังวลปม ม.61 วรรค 2 ที่ศาล รธน.เตรียมชี้ขาดวันนี้ ยันไม่กระทบประชามติ 29 มิ.ย. 2559 12:00 29 มิ.ย. 2559 13:09 ไทยรัฐ