วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่'ย้อนปมเซ็ตซีโร่ สลายพรรคการเมือง มันเป็นเรื่องของผม

ปชป.ออกโรงเตือน! ไม่จุดประเด็นขัดแย้ง

“บิ๊กตู่” หงุดหงิดนักการเมืองจ้องเคลื่อนไหว ย้ำใครมีคดีต้องสะสางก่อนค่อยคุยกันชี้ทุกวันนี้ก็แอบพบกันอยู่แล้ว อ้อมแอ้มพูดไม่ชัดแนวคิดเซ็ตซีโร่ ล้างกระดานพรรคการเมือง แย้มหากประชามติไม่ผ่าน ใช้ รธน.ฉบับยำรวม ยันไม่งัด ก.ม.พิเศษใช้หากมาตรา 61 วรรค 2 ขัด รธน. “ประวิตร” เตือน “หญิงหน่อย” อย่าทำขัด ก.ม. หรือตั้งก๊ก ก๊วน ปัดสนิทสนมแค่รู้จักกัน “สุดารัตน์” เขย่า คสช.มีแนวคิดล้างไพ่พรรคการเมือง เซ็ตซีโร่จดทะเบียนพรรคนับหนึ่งใหม่หมด ด้าน กรธ.ยันไม่มีแนวคิดนี้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ออกมาดักคออย่าทำ เพราะจะเพิ่มขัดแย้ง โยนถามเป็นเกมตกปลาในอ่าง สืบทอดอำนาจใช่หรือไม่ “จตุพร” เมินคำขู่นายกฯ ลุยจัดเฟซบุ๊กไลฟ์ต่อ ลั่น “เทพเทือก” ไม่เลิก ก็ไม่เลิกเหมือนกัน ศาล รธน.เตรียมเผยแพร่เอกสารคำตัดสินมาตรา 61 วรรค 2 เผยส่อเค้าวินิจฉัยขัด รธน.

สืบเนื่องจากกรณีที่มีนักการเมืองนำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย ประกาศจะทำการเคลื่อนไหวนัดหารือระหว่างอดีต ส.ส. นักการเมือง เพื่อร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ โดยถอดหัวโขนพรรคต้นสังกัดเอาไว้ก่อนนั้น

“บิ๊กตู่” ชี้นักการเมืองคุยกันนานแล้ว

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย นัดหารือนักการเมืองเพื่อหาทางออกแก้ไขปัญหาให้กับประเทศว่า ทางออกอะไร แก้ปัญหาอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื่องจากนักการเมืองรุ่นเก่ายอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วยอมรับในกระบวนการยุติธรรมก่อนหรือเปล่า ขอให้ไปเริ่มจากตรงนั้นก่อน แล้วค่อยมาหารือ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดีกันตามขั้นตอน ระยะเวลาก็มีอยู่แล้ว แล้วค่อยมาหารือกับตน เพราะตนหารือกับผู้กระทำผิดกฎหมายไม่ได้ เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้มีการหารือกันก่อนหรือไม่ หรือต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขาหารือกันอยู่แล้ว พวกคุณไม่รู้หรืออย่างไร หรือไม่มีเลย ไม่เจอหน้ากันเลยทุกวันนี้ ที่พรรคเขาก็ไปเจอกัน ที่บ้านเขาก็ไปเจอกัน แล้วจะหาว่าไม่เปิดโอกาสอย่างไร เปิดทุกอย่างอยู่แล้ว ดีไม่ดีเดี๋ยวก็คงมานั่งประชุม ครม. ด้วยแล้วกัน

พูดเป็นนัยเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง

ต่อข้อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ จะต้องมีการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ แสดงว่าเป็นการสลายพรรคการเมืองเก่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนเรื่องดังกล่าวก็ให้ไปถามคนที่พูด ผมไม่ได้เป็นคนพูด วันนี้ไม่มีคำว่าแสดงว่าอะไรทั้งนั้น ส่วนเรื่องการสลายพรรคเก่านั้นมันเป็นเรื่องของผม จะมาถามอะไร ถ้าจะตอบคำถามนี้ก็ขอให้มายืนอยู่ตรงที่ผมยืน แล้วผมจะไปยืนถามท่านแทน ถ้าผมยืนอยู่ตรงนี้ผมก็จะตอบของผม แต่ยืนยันว่าผมใช้อำนาจของผมในทางสุจริต ที่ผมได้ทำให้ประเทศชาติปลอดภัย ประชาชนมีความสุข ใครที่ไม่มีความสุขก็ให้ไปหาดูว่ามันเกิดจากอะไร ก็ต้องแก้ให้ เว้นแต่พวกที่ทำผิดกฎหมายไม่ยอมรับผมก็ช่วยไม่ได้ สื่อฟังมาจากทุกคนแล้วมาถามผม” เมื่อถามว่า แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการสลายพรรคการเมืองเก่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “บอกแล้วว่าเป็นเรื่องของผม ไม่ได้บอกว่าเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ อย่าไปเขียนว่าผมยืนยัน”

แย้มประชามติไม่ผ่านใช้ รธน.ยำรวม

เมื่อถามถึงการทำประชามติที่นายกฯพูดมาหลายเวทีหากไม่ผ่านก็มีวิธีการไว้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มันจะยากอะไร รัฐธรรมนูญแตกต่างกันไม่เท่าไหร่ ก็รวบรวมเท่าที่มีอยู่ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายก็ดูอยู่ มันก็ไม่กี่มาตราหรอก รัฐธรรมนูญจะมาจากสหประชาชาติเหรอ บ้านเราก็บ้านเรา เพื่อบ้านเราเป็นหลัก เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ในโค้งสุดท้ายจะไม่มีอุปสรรคอะไรขวางโรดแม็ปที่วางไว้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับว่ามีรัฐธรรมนูญหรือยัง ตามโรดแม็ปถ้าไม่ผ่านประชามติก็ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ไม่ใช่ว่าตนจะบังคับให้คนต้องผ่าน การเลือกตั้งต้องมีรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งจะจัดได้ก็ต้องไม่มีความรุนแรง บ้านเมืองต้องมีเสถียรภาพ ตนไม่ได้ไปบังคับใครรับหรือไม่รับ เลือกหรือไม่เลือก ตนเดินตามโรดแม็ป และไม่ไปยุ่งเกี่ยวทั้งสิ้นเป็นเรื่องของกระบวนการ เมื่อถามว่า นายกฯห่วงอะไรในวันลงประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ห่วงตีกันมั้ง ระหว่างคนไปลงประชามติ บางทีไปเจอคนไม่ถูกชะตากัน ตนมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย อย่าใช้อาวุธก็แล้วกัน และอย่าเอาตนไปยุ่งเกี่ยว มันคนละเรื่อง

ไม่งัด ก.ม.พิเศษ หา ก.ม.61 ขัด รธน.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรค 2 พ.ร.บ.ประชามติ ใช้ไม่ได้จะต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบแล้ว ทำไมต้องตอบอีก แล้วมีมาตราอื่นอีกหรือไม่ ถ้ามาตรานี้ใช้ไม่ได้ก็ใช้มาตราอื่น คำสั่ง คสช.ก็มี ทำไมต้องออกกฎหมายพิเศษอีก ให้มาตีความหัวหมอกันอยู่นั่น คำสั่งได้คลุมไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว วันนี้ยังไม่ได้ใช้ทั้งหมดเลย ถ้าใช้หมดก็ระนาวกันหมด ทำไมไม่ดูตรงส่วนนี้บ้าง ตอนลงโทษคนก็บอกว่าใช้อำนาจ แล้วคนที่ทำความผิดอยู่ทุกวันมีอำนาจอะไร ที่จะมาเที่ยวประกาศให้สังคมสับสน สื่อก็ถามเขาไปบ้างว่ามีอำนาจอะไร

เตรียมส่งคนแจงยูเอ็นอีกรอบ

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีที่จะติดต่อขอพูดคุยกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อชี้แจงถึงข้อเท็จจริงทางการเมืองของไทยอีกครั้งว่า ได้ส่งตัวแทนไปพูดคุยแล้ว ทั้งในส่วนของ คสช. กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่ดูแลกฎหมาย โดยได้ชี้แจงด้วยเหตุผลและหลักการรวมทั้งหลักฐานที่รัฐบาลมีอยู่ และได้นำข้อกฎหมายการกระทำความผิดต่างๆ ชี้แจงต่อยูเอ็น ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับยูเอ็นจะว่าอย่างไร ตนไม่สามารถพูดเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงได้ เมื่อยูเอ็นมีข้อสงสัยก็ถามกลับมา เราพร้อมตอบทุกข้อสงสัย เมื่อถามว่า มีกำหนดพบนายบัน คี มูน เมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมคุยกับท่านแล้ว ช่วงนี้ท่านติดงานในต่างประเทศ ท่านได้เตรียมคณะทางโน้นไว้รอพบอยู่แล้ว หากมีอะไรที่ต้องติดต่อสื่อสารกันก็สามารถพูดคุยกันได้ทันที”

“ประวิตร” เตือนอย่าก่อความขัดแย้ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย เตรียมนัดหารือกับอดีตนักการเมืองเพื่อหาทางออกประเทศว่า ไม่รู้ต้องไปถามคุณหญิงสุดารัตน์ ตนไม่ใช่นัก การเมือง แค่มาทำงานการเมือง เมื่อถามว่า การนัดหารือทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “เขาไม่ให้ทำจะทำอย่างไร ถ้าทำได้ก็อย่าให้เกิดความขัดแย้งอย่าไปทะเลาะจนมีการแบ่งพวก เพราะมันจะขัดกฎหมาย ผมบอกแล้วทุกอย่างต้องเดินตามกฎหมาย” ต่อข้อถามว่าถ้ารวมตัวกันเกิน 5 คน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ถ้าเกินมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ ส่วนที่บอกว่าจะช่วยหาทางออกให้ประเทศ ก็เอาเถอะ ก็ไปหา ตนไม่รู้ไม่ได้ไปหาด้วย เมื่อถามว่า การทำกิจกรรมลักษณะนี้ต้องขออนุญาต คสช.หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า เราควรจะบอกหรือไม่ ต้องดูกฎหมาย ขอให้ทำทุกอย่างตามกฎหมาย อย่าให้เป็นสองมาตรฐาน

ปัดใกล้ชิดสนิทสนม “หญิงหน่อย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า คสช.มีแนวคิดจัดตั้งพรรคการ เมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ใครล่ะ คสช. คสช.คือใคร ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า พวกท่านคือ คสช. รองนายกฯตอบว่า คำว่าพวกท่าน หมายถึงคนทั้งประเทศเลยนะพวก คสช. ถามย้ำว่า ตัวท่านเองไม่มีใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า “ไม่มี ผมพูดทุกวัน ไม่ต้องมาถามว่าแน่ใจหรือไม่ผมพูดทุกวัน”

เมื่อถามอีกว่า คุณหญิงสุดารัตน์มีความใกล้ชิด กับ พล.อ.ประวิตร รองนายกฯตอบสวนกลับทันทีว่า “ไม่ใช่กับผม ไม่มี ไม่มีความใกล้ชิดกัน ผมไม่ได้เจอ แค่รู้จักกันมานานแล้ว เหมือนอย่างที่ผมรู้จักกับสื่อ” ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์บอกว่าในอนาคตจะให้มีการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองกันใหม่ เป็นแนวคิด คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ คสช. ต้องประชุมกัน ขณะนี้ยังไม่ได้ยินเพราะตนไม่ได้คิด เมื่อถามถึงกรณีที่มีการระบุว่าจะมีซุปเปอร์บอร์ดมาคุมพรรคการเมือง เป็นแนวคิดที่ดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้สื่อต้องไปถามคุณหญิงสุดารัตน์ เอาคำพูดคนอื่นมาถามตนแล้วจะรู้ได้อย่างไร เมื่อถามย้ำว่าแนวคิดนี้ถูกเปิดเผยว่า เป็นแนวคิด คสช. พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยันว่า ไม่มี

“สุดารัตน์” นัดคุยยังไม่มีอะไรเป็นลบ

เมื่อเวลา 12.20 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย นัดตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ มาพูดคุยเรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่า ต้องดูในเรื่ององค์ประกอบหลายสิ่งหลายอย่าง ในการที่จะมารวมตัวเพื่อพูดคุยกันนั้น เราได้รับข้อมูลต่างๆมา ยังไม่มีข้อมูลใดที่เป็นลบ เป็นเพียงข่าวสารที่บอกว่าทางคุณหญิงสุดารัตน์จะนัดพบปะหารือกัน ก็ต้องดูว่าการพูดคุยหรือนัดรวมตัวกันนั้นมีความสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายหรือไม่ การสื่อสารพูดคุยกันในระดับบุคคล คงไปห้ามกันไม่ได้ เพียงแต่เราจะใช้มุมไหนมาพูดคุยและอธิบายมากกว่า

คสช.สแกน “เทือก–ตู่” ละเมิด ก.ม.

พ.อ.วินธัยกล่าวถึงการออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการลงประชามติของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า คสช.ติดตามดูสถานการณ์อยู่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดูในเรื่องนี้อยู่แล้ว เป็นหน้าที่จะมีวิธีการในการพูดคุยหรืออาจดูแล้วสุ่มเสี่ยง ก็น่าที่จะมีวิธีที่บอกกล่าวกันเป็นการส่วนตัว เมื่อถามถึงการควบคุมตัวกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ พ.อ.วินธัยตอบว่า เรายึดกฎหมายเป็นหลัก แต่วิธีการดำเนินการของเจ้า– หน้าที่เป็นแนวทางเดิมที่ปฏิบัติมาคือ เริ่มจากการ ขอความร่วมมือ ว่ากล่าวตักเตือน แต่หากเกินกว่า ระดับนี้ จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายตามที่มีอยู่ แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้กระทำใดๆที่เกินกว่าเหตุ เป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป

“สุดารัตน์” ปูดเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีที่ระบุในเวทีถกแถลงเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่า จะมีการให้จดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดว่า สิ่งที่พูดหมายถึงตนได้ยินว่าเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านแล้วจะต้องมีกฎหมายลูก และกฎหมายลูกนั้นอาจให้มีการจดทะเบียนพรรค ใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ ส่วนเรื่องซุปเปอร์บอร์ดเป็นการยกตัวอย่างให้เห็นว่าเหมือนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีกฎกติกาแล้วก็มีบอร์ดกับผู้บริหาร ไม่ใช่ว่าซุปเปอร์บอร์ดจะเข้ามาก้าวก่ายได้หมด ไม่เช่นนั้น ก็จะมีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อถามว่า การให้จดจัดตั้งพรรค ใหม่หมายถึงว่าทหารจะตั้งพรรค หรือให้ทุกพรรคไปจดจัดตั้งพรรคใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เมื่อวานได้พูดคุยกันว่าได้ยินเรื่องนี้มาจากผู้ที่ไปให้ความเห็นกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเขามีส่วนจะไปออกกฎหมายลูก โดยที่มีแนวคิดว่าจะต้องให้จดจัดตั้งทะเบียนพรรคการเมืองกันใหม่ทุกพรรค ซึ่งยังไม่ชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่หลายคนได้ยินกันมา ตนยังไม่ได้มองถึงประเด็นที่ว่าทหารจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ หรือไม่ตั้งอย่างไร แต่พูดในนัยว่าเป็นการสลายพรรคเดิม จึงพูดมาว่าก็ยังไม่ทราบว่าต่อไปเราจะเป็นพรรคอะไรกัน

ย้ำนัดคุยแบบไม่ยึดติดระบบพรรค

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงประเด็นที่จะนัดอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองเข้ามาหารือกันว่า เรามองว่านักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเหตุที่เกิดปัญหา เป็นการคุยกันโดยที่ไม่มีขอบเขตของพรรคการเมืองมาผูกพัน มาคุยกันเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ใครมาจากไหน พรรคไหนก็ถือเป็นอดีตนัก การเมือง เบื้องต้นก็ต้องเริ่มจาก 3 คน ที่ได้มีการ คุยกันคือตนเอง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็คงจะได้นัดกันอีกครั้ง

ภูมิใจไทยชี้เซ็ตซีโร่ก็ต้องทำตาม

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า กรณีที่จะให้มีการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้น ถ้าเรื่องนี้เป็นแนวคิดของผู้มีอำนาจ คงเป็นเรื่องการปฏิรูปการเมืองใหม่ ใครที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาคงมีฐานความคิดที่ว่าทำอย่างนี้แล้วปฏิรูปได้ ซึ่งต้องออกเป็นกฎหมาย เราเองก็ต้องทำ คงทำอะไรไม่ได้ ส่วนผลที่เกิดขึ้นที่จะให้ ส.ส.เป็นอิสระนั้น คิดว่าตอนนี้อดีต ส.ส.ทุกคนก็เป็น อิสระอยู่แล้ว ใครที่อยู่พรรคไหนก็เพราะความเชื่อ อุดมการณ์เหมือนพรรคนั้น หากไม่ตรงก็คงลาออกไปอยู่พรรคอื่นแล้ว และพรรคภูมิใจไทยเอง ก็ต้อง ทำตามกฎหมาย ถ้าเป็นกฎหมายให้ยุบพรรค ก็เป็นสิ่งที่เรายอมรับต้องทำ ส่วนการนัดหารือกับอดีต ส.ส. จากหลายพรรคนั้น เราเองยังไม่ได้รับการติดต่อ หากมีการติดต่อมาที่อดีต ส.ส.ของพรรคเป็นรายบุคคล ก็เป็นเรื่องที่อดีต ส.ส.คนนั้นจะต้องสอบถามกับหัวหน้าพรรคก่อน ไม่ใช่ผลีผลามไปร่วมด้วยเลย

“อมร” ยัน กรธ.ไม่มีคิดล้างกระดาน

ด้านนายอมร วานิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า เรื่องการให้จดทะเบียนพรรคใหม่หลังมีรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องอนาคต แต่ ในส่วนของ กรธ.ไม่ได้มีการหารือกันในประเด็นนี้ เข้าใจว่าแนวคิดนี้มีมาก่อนแล้วสมัยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าเหตุผลของการให้มีการจดทะเบียนพรรคใหม่นั้น อาจเป็นเพราะต้องการอำนวยความสะดวกให้กับอดีต ส.ส. จะได้มีอิสระในการเลือกพรรคการเมือง

ปชป.เตือนอย่าหาเรื่องขัดแย้งเพิ่ม

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบว่ามีแนวคิดนี้ในกลุ่มผู้มีอำนาจ สั่งให้เซ็ตซีโร่พรรคการเมืองใหม่ทุกพรรค ซึ่งหาก เป็นจริง ขอเตือน คสช.ว่าอย่าจุดประเด็นความขัดแย้ง ใหม่โดยไม่จำเป็น ขอถามว่า หากทำเช่นนั้นแล้ว ใครจะเป็นผู้ได้ผลประโยชน์จากการสั่งยุบพรรคหรือจดแจ้งพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด และถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนสืบทอดอำนาจเพื่อตัวเองหรือไม่ กรณีนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าจะเป็นการตกปลาในอ่างทางการเมืองของใครหรือไม่ พรรคการเมืองถือเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่มีไว้เพื่อการแสวงหาอำนาจเฉพาะกิจ เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยระบุว่า ต้องทำเพื่อให้ทุกพรรคมีความเท่าเทียมโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ หลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ นายสาธิตตอบว่า ในทางการเมืองและการบริหารประเทศมีวิธีการในการเรียนลัดคือการใช้อำนาจทำการปฏิวัติ แต่เรื่องสร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมือง จำเป็นต้องมีพัฒนาการและการเรียนรู้ที่แตกต่างของแต่ละพรรค เพราะมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกัน

โต้ล็อบบี้ 2 พรรคใหญ่แลกนิรโทษ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณี สปท.จะเดินสายพบพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยมีกระแสข่าวจะไปล็อบบี้ 2 พรรคการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐ– มนตรี หลังการเลือกตั้ง แลกกับการนิรโทษกรรมว่า ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวโคมลอย การที่ สปท.ไป พบพรรคการเมือง เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะเรื่องการปฏิรูปประเทศ ทำอย่างเปิดเผยไปเป็นหมู่คณะ เป็นไปไม่ได้ที่จะไปล็อบบี้ตามข่าวลือ ไม่มีความเชื่อมโยงไปถึงกระบวนการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพราะ สปท.ไม่เคยล้ำเส้นการทำหน้าที่ของตัวเอง และยืนยันความเป็นกลางทาง การเมือง ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย จะประสานพรรคการเมืองต่างๆมาหารือเพื่อหาทางออกให้ประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องดีไม่ว่าใครจะดำเนินการ แต่ สปท.ไม่เกี่ยวข้องกรณีดังกล่าว

พท.พร้อมถก สปท.ปฏิรูปประเทศ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 และคณะ จะเดินสายมาหารือเรื่องการปฏิรูปประเทศกับพรรคเพื่อไทยในวันที่ 29 มิ.ย.ว่า สปท.ได้ติดต่อและประสานผ่านมาทางนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็ยินดีไม่มีปัญหา คาดว่า สปท.จะเดินทางมาพูดคุยในเวลาประมาณ 11.30 น. หลังจากไปพบกับพรรคประชาธิปัตย์แล้วในช่วงเช้า โดย สปท.ถือเป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย พรรคคงได้เสนอแนะในหลายๆ ประเด็นที่เป็นประโยชน์ ให้บ้านเมืองเดินหน้า

หนุน “สุดารัตน์” นัดคุยพรรคการเมือง

นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย เตรียมนัดกับตัวแทนพรรคการเมือง หารือถึงการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในสัปดาห์หน้าว่า ถือเป็นสิทธิของคุณหญิงสุดารัตน์ ทางพรรคเพื่อไทยไม่ปิดกั้นอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะโดยธรรมชาติแล้วเมื่อบ้านเมืองมีปัญหา นักการเมืองก็มักจะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งร่วมกันหาทางออก สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าบ้านเมืองกำลังมีปัญหาจริงๆ และยังหาทางออกไม่ได้ นักการเมืองเลยต้องมาร่วมพูดคุยกัน

“พิชัย” ย้ำต้องพา ปท.กลับสู่สากล

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหา Brexit ที่จะส่งผลกระทบไปทั้งโลกและอาจจะทำให้อียูมีปัญหาถึงขั้นแตกออกได้ จะไม่มีผลกระทบกับการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่สำหรับประเทศไทยที่มีการเจริญเติบโตต่ำที่สุดในอาเซียน สืบเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ถึงขนาดที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าไทยกลายเป็นตัวถ่วงของเออีซีไปแล้ว ดังนั้น การจะเป็นผู้นำอาเซียน ไทยจะต้องมีบรรทัดฐานสากล เร่งกลับสู่ระบอบการปกครองที่ประชาคมโลกยอมรับ ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นสากล และต้องป้องกันการทุจริต โดยผู้รับผิดชอบต้องลาออกทันทีที่มีปัญหา เช่น เรื่องจีที 200 และ อุทยานราชภักดิ์ที่ประชาชนยังสงสัย อีกทั้งต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่โฆษก คสช. กลับกล้าออกมายืนยันว่ารัฐบาล คสช. ไม่เคยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และหากประชามติไม่ผ่านนายกรัฐมนตรีก็ควรจะต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากรัฐบาลและ คสช. เป็นผู้ตั้ง กรธ. มายกร่างรัฐธรรมนูญเอง

“ตู่” เมินคำขู่นายกฯจัดสดเฟซบุ๊กต่อ

บ่ายวันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุจะส่งคนไปเตือนนายจตุพร และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กรณีจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ แสดงจุดยืนร่างรัฐธรรมนูญ ที่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายว่า ยังไม่มีใครมาคุยให้เลิกจัด จึงยังจัดรายการสดผ่านเฟซบุ๊กตามเวลาเดิมทุกวัน ด้วยความเชื่อว่าทำตามหลังนายสุเทพไม่มีความผิด หากนายสุเทพยังจัด ตนก็ยังจัดอยู่ หากนายสุเทพเลิกจัดก็จะพิจารณาอีกครั้ง ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ระบุว่า ตนจัดรายการสดสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายมากกว่านายสุเทพนั้น จะระมัดระวังมากขึ้น จะไม่ชี้นำ หรือใช้คำหยาบคายเด็ดขาด แต่ตนยืนยันไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าผลประชามติผ่าน จะไม่ลงเลือกตั้ง แต่ฝ่ายรับร่างรัฐธรรมนูญจะแสดงการรับผิดชอบอย่างไร ยังไม่มีใครให้ความชัดเจนสักคน

สับการเมืองก้าวไม่พ้นวงจรอุบาทว์

จากนั้น นายจตุพรกล่าวออกอากาศผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงปัญหาการเมืองไทยว่า ตลอด 84 ปีที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่า อำนาจได้สลับมือระหว่างทหารกับนักการเมือง แต่ฝ่ายที่ตายคือประชาชน ฝ่ายแพ้เลือกตั้งกำหนดวาทกรรมกล่าวหาฝ่ายชนะว่าเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก ส่วนเรื่องการซื้อเสียงแม้จะน่าชิงชัง แต่ไม่ใช่เป็นเหตุให้ยึดอำนาจไปจากประชาชน มิเช่นนั้นจะหนีวงจรอุบาทว์ไม่ได้ พอมีเลือกตั้งก็ยึดอำนาจ ขณะที่เรื่องการทุจริต เป็นที่น่าเสียดายว่าองค์กรที่ทำหน้าที่ปราบการทุจริตไม่ได้ปราบทุจริตอย่างเสมอภาค ถ้าเป็นพวกตัวเองไม่มีความผิด ก็ไม่มีวันปราบทุจริตได้ หลายปีที่ผ่านมาประชาชนมีความเชื่อต่างกัน แต่เชื่อว่าทุกคนรักบ้านเมือง จึงขอชวนให้วางเรื่องส่วนตัวทางการเมือง ไม่ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร พร้อมรับการตัดสินใจของประชาชน

เฟซบุ๊กไลฟ์ “สุเทพ” ล่มกลางคัน

เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท. ได้เผยแพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ บนเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban เป็นวันที่ 4 เพื่อชี้แจงถึงสาระในร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองว่า การปกครองไม่ราบรื่น ไร้เสถียรภาพ มีความขัดแย้งจนเกิดวิกฤติ หาทางออกไม่ได้ เพราะมาจากการเมือง พรรคการเมืองเป็นของนายทุน นักการเมืองไม่ยำเกรงกฎกติกาบ้านเมือง ทุจริตฉ้อโกง หาประโยชน์ใส่ตน บิดเบือนการใช้อำนาจ อ้างว่าประชาชนมอบอำนาจให้ จะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ ใช้อำนาจฝ่าฝืนหลักนิติรัฐ นิติธรรม เป็นเผด็จการรัฐสภา หรือเผด็จการเสียงข้างมาก ไม่ฟังเสียงประชาชน ขาดความสำนึกต่อประเทศชาติ จึงเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง กกต.ที่สังคมคาดหวัง เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ค่อยได้ผล สรุปว่า กฎเกณฑ์การเมืองการปกครองที่มีอยู่เดิมนั้น ไม่เหมาะกับสภาพการณ์ในปัจจุบันเสียแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายสุเทพกำลังพูดถึงข้อความดังกล่าวอยู่นั้น สัญญาณได้ขาดหายไป จนผู้ชมไม่สามารถดูได้ โดยทีมงานอ้างว่า ขัดข้องทางเทคนิค

ศาล รธน.แจงชี้ขาด ม.61 วรรคสอง

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันที่ 29 มิ.ย. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา มาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 4 หรือไม่ โดยขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะมี 2-3 ขั้นตอน อันดับแรกจะเป็นการแถลงด้วยวาจาของตุลาการแต่ละท่านว่ามีความเห็นเป็นอย่างไร เมื่อแถลงด้วยวาจาครบทุกคนแล้ว จะลงมติเพื่อหาเสียงข้างมาก จากนั้นเมื่อมีมติต่อคำร้องดังกล่าวออกมาแล้ว ก็จะเผยแพร่เป็นเอกสารข่าวให้สาธารณชนรับทราบ คณะตุลาการจะไม่ออกนั่งบัลลังก์ ถือเป็นการประชุมปกติ เนื่องจากสำนวนของคำร้องมีความสมบูรณ์ และเป็นคำร้องที่ไม่มีคู่กรณี จะแตกต่างจากการพิจารณาคดียุบพรรค การเมือง หรือคดีอื่นๆ ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพราะเป็นเพียงการพิจารณาวินิจฉัยตามข้อกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญตามปกติ

คาดตุลาการวินิจฉัยขัด รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า แนวโน้มคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อประเด็นดังกล่าวนั้น ที่ผ่านมาการวินิจฉัยคำร้องข้อกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่กฎหมายอาญาที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างมาก ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือถ้าวินิจฉัยว่าไม่ขัดก็อาจให้คำแนะนำว่าควรที่จะเปิดโอกาสและสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความเห็นต่อกระบวนการออกเสียงประชามติ

สนช.พร้อมรับมือศาล รธน.ตีความ

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 หรือไม่ ในวันที่ 29 มิ.ย. ว่า สนช.เตรียมความพร้อมไว้แล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตราดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ก็สามารถตัดวรรคนั้นออกได้ โดยไม่กระทบ พ.ร.บ.ประชามติทั้งฉบับ เพราะส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความเป็นเพียงประเด็นเล็กๆ ในมาตราหนึ่งเท่านั้น สนช.จะนำข้อเสนอแนะของศาลรัฐธรรมนูญมาปรับแก้ได้ภายในวันเดียว โดยพิจารณา 3 วาระรวด ส่วนข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 ควบคุมการลงประชามติ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่ามาตรา 61 วรรคสอง ขัดรัฐธรรมนูญนั้น ในส่วนการใช้คำรุนแรง ก้าวร้าว มีกฎหมายอื่นที่ใช้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับรัฐบาลและ คสช. จะพิจารณาสถานการณ์ ถ้ารัฐบาลเห็นว่าน่าจะเกิดปัญหาก่อนวันที่ 7 ส.ค.ก็สามารถใช้มาตรา 44 ได้อยู่แล้ว

ไม่รับฟ้องระงับประชามติ

วันเดียวกัน ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีที่ พ.ท.หญิง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี กับพวกรวม 17 คน ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 5 คน ดำเนินการตรา พ.ร.บ.ประชามติและร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลปกครองให้เหตุผลว่า นายกฯกับพวกรวม 5 คน ใช้อำนาจและหน้าที่กระทำการในกระบวนการนิติบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจทางปกครอง จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

คณะอาจารย์บี้ คสช.ปล่อย 7นักศึกษา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐ– ศาสตร์ มธ. น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ คณะสังคมวิทยาฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นางพวงทอง ภวัครพันธ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางเข้าเยี่ยม 7 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ที่เข้าคุกเพราะปฏิเสธการยื่นขอประกันตัว ในคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ชุมนุมเกิน 5 คน ความผิดตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ความผิดฐานแจกจ่ายเอกสารล้อผู้นำ และฐานไม่แสดงบัตรประชาชน โดยนายอนุสรณ์อ่านแถลงการณ์ คนส. เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษา และให้มีการรณรงค์การออกเสียงประชามติอย่างเสรี

ประสานเครือข่ายทั่วโลกบีบ “บิ๊กตู่”

นายอนุสรณ์ระบุว่า กลุ่มนักวิชาการ คนส.ที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์มีทั้งหมด 290 คน มีข้อเรียกร้องต่อ คสช. คือ 1.ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 7 คนที่รณรงค์ประชามติทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข 2. ยุติการขัดขวาง คุกคาม จับกุม ผู้ที่รณรงค์ประชามติและแสดงความคิดเห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้มีการเสนอความเห็นรับหรือไม่รับร่าง รธน.ในช่องทางต่างๆได้อย่างเสรี 3.ประกาศสัญญาประชาคมว่า จะให้การออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค.เป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยเปิดให้การรณรงค์เป็นไปอย่างรอบด้าน ทุกฝ่ายสามารถเสนอข้อมูลทั้งข้อดีและจุดอ่อนโดยไม่ถูกขัดขวางจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ คนส.ได้ประสานไปยังเครือข่ายปกป้องนักวิชาการที่อยู่ในความเสี่ยง เป็นกลุ่มองค์กรนักวิชาการมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก โดยในวันที่ 30 มิ.ย. กลุ่มองค์กรนักวิชาการจะเริ่มส่งอีเมลถึงนายกรัฐมนตรีและศาลทหาร เพื่อให้ปล่อยตัว 7 นักศึกษาและให้เสรีภาพรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากยังไม่ได้รับการตอบรับทาง คนส.จะเคลื่อนไหวกดดัน ให้มากขึ้นภายใต้หลักสงบและสันติ

เอ็นดีเอ็มกระตุ้น นศ.ออกมาสู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น คนส.ได้เข้าไปเยี่ยมแกนนำเอ็นดีเอ็มในเรือนจำ กลุ่มเอ็นดีเอ็ม 5 คน นำโดยนายปกรณ์ อารีกุล นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นำลูกโป่งสีม่วง ที่มีข้อความ “รณรงค์ไม่ผิด” มาปล่อยขึ้นฟ้า ที่บริเวณป้ายเรือนจำพิเศษ โดยครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ที่มารักษาการอยู่ ไม่ได้เข้าไปห้าม จากนั้นนายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าวหลังเยี่ยมเอ็นดีเอ็มว่า จากการพูดคุยพบว่าทั้งหมดมีกำลังใจดี ฝากให้เพื่อนที่อยู่ข้างนอกทำการรณรงค์ประชามติต่อไป นอกจากนี้ยังเรียกร้องไปถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่กำลังศึกษา คือ มธ. และ ม.รามคำแหงให้ช่วยแสดงท่าทีต่อการที่นักศึกษาถูกจำกัดสิทธิในการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกจับกุมในขณะนี้ด้วย

กระแซะ กกต.ทำหน้าที่เป็นกลาง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดยนายปกรณ์ อารีกุล นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ผ่านนายอำนวย น้อยโสภา รองผู้อำนวยการสำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อยืนยันว่าการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของประชาชน และขอเรียกร้องให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง โดยนายปกรณ์กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.ประชามติกำลังอยู่ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อนตนที่ถูกคุมขังอยู่ 4-5 วันจะกลายเป็นความอยุติธรรมที่ไม่รู้จะไปเรียกร้องกับใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นกลุ่มนี้ได้นำ สติกเกอร์โหวตโนมามอบให้กับ กกต. และนำลูกโป่งสีม่วงมีข้อความว่า “รณรงค์ไม่ผิด” จำนวน 5 ลูกมอบให้กับ กกต.ทั้ง 5 คน โดยแกนนำระบุว่า ขอให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ถ่ายรูปกับลูกโป่งและโพสต์ลงเฟซบุ๊กด้วย

นายกฯแจงย้ายอัยการเปิดทางสอบ

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวกรณีที่กลุ่มอัยการไม่พอใจคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 33/2559 ที่ให้ย้ายนายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี และนายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี ออกจากพื้นที่ว่า ยังไม่ได้บอกว่าผิด เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่มีทั้ง ปปง. ป.ป.ช. องค์กรอิสระอื่น ที่เสนอขึ้นมาว่ามีความจำเป็นที่จะต้องติดตามพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์นั้นเกิดจากอะไร เพื่อมีผลต่อการติดตามโดยเฉพาะการค้ามนุษย์ การดำเนินคดีที่มีความล่าช้า หลายอย่างมีผลกระทบทั้งไอยูยู การค้ามนุษย์ หากไม่ทำอะไรเลยจะตอบคำถามได้อย่างไร โดยให้หน่วยงานต้นสังกัดสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าเกิดจากทหารในพื้นที่ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับทหาร ไม่ได้ฟังทหารเลย แต่ฟังคณะกรรมการฯ เมื่อถามว่า สหรัฐอเมริกาจะเปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือทิปรีพอร์ต ของประเทศไทยที่ยังอยู่ในระดับเทียร์ 3 พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ให้ไปถามสหรัฐฯเอา รัฐบาลทำเต็มที่ หากไม่ทำอะไรแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นหรือไม่ สุดท้ายจะกลับมาโทษตนอีก แต่ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน

“บิ๊กต๊อก” ยันคำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ผิด

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวว่า ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ให้ชี้แจงภายใน 30 วัน เหมือนกับข้าราชการคนอื่นๆ ดังนั้นขอให้ชี้แจงมา ตนจะนำผู้ตรวจสอบและผู้ที่มีรายชื่อมาพบกัน จะถามว่าหลักฐานครบถ้วนหรือไม่ จากนั้นจะนำเรียนนายกฯ เบื้องต้นได้สอบถามหน่วยที่ตรวจสอบแล้วเขายืนยันว่าไม่ได้ผิดพลาด มีเหตุผล ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้ควรเคลียร์กับสังคมโดยเร็วหรือไม่ เพราะคนที่โดนย้ายเหมือนถูกดิสเครดิต พล.อ.ไพบูลย์ตอบว่า ตนไม่เคลียร์ ไม่จำเป็น ไม่เช่นนั้น ศอตช.จะต้องเคลียร์บัญชีก่อนๆหน้านี้ไปหมด วิธีการทำงานของ ศอตช.ผู้ที่มีรายชื่อ หน่วยต้นสังกัด ต้องไปดำเนินการมา และถ้าเร่งด่วนตนจะเชิญหน่วยตรวจสอบกับต้นสังกัดและผู้มีรายชื่อมาชี้แจง หลักฐานเหล่านี้ต้องเปิดทางลับ ไม่ควรเปิดต่อหน้าสื่อ และบทเรียนจากบัญชีก่อนๆ หลายคนไม่ได้มาเคลียร์กับตน เพราะพอเห็นหลักฐานก็ชัดแจ้ง ส่วนตัวได้คุยกับ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์–บริภาร อสส. ไว้บ้างแล้ว ขอความกรุณาสอบสวนชั้นต้น และถ้ามีอะไรก็ให้มาพบตนจะได้เข้าใจ ถ้าให้รายละเอียดกับสื่อจะกลายเป็นประเด็นขัดแย้งขึ้นมา

อสส.ปัดก่อคลื่นใต้น้ำต่อต้าน คสช.

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวกรณีหัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้นายวาฑิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวีและนายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการ สูงสุดว่า ก่อนสั่งย้ายไม่มีการสอบถามข้อเท็จจริงมายังอัยการสูงสุด หรือสำนักงานอัยการสูงสุดมาก่อน และจนบัดนี้อัยการยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริง หากได้รับข้อเท็จจริงจาก ศอตช.แล้ว ร.ต.ต.พงษ์–นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด จะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 30 วัน ส่วนมูลเหตุที่มีข่าวว่าเป็นเรื่องคดีบุกจับบ่อนพนัน และคดีค้ามนุษย์ เป็นความเข้าใจของอัยการที่ถูกคำสั่งย้าย ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงนี้จะตรงกับ ศอตช.หรือไม่ โดยอัยการทั้งสามไม่ได้มาร่วมแถลงข่าวด้วย เนื่องจากจะเป็นการฟังความข้างเดียวซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง และอัยการทั่วประเทศไม่ได้มีการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวเป็นคลื่นใต้น้ำต่อต้านคำสั่ง คสช. เพราะอัยการยังมีวินัย ยึดระเบียบข้อปฏิบัติทำงานให้กับประชาชนด้วยความเที่ยงธรรม แต่อาจจะมีบางคนที่แสดงความเห็นตามความรู้สึกออกมาบ้างเท่านั้น

นายกฯลุ้นไทยเข้ายูเอ็นเอสซี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมาชิกสมัชชาสหประชาชาติเตรียมโหวตเลือกสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในโควตาของกลุ่มประเทศเอเชีย ที่มีผู้สมัครเพียง 2 ประเทศ ได้แก่ไทยและคาซัคสถานว่า คงต้องรอฟังผล เพราะที่ผ่านมาได้สนับสนุนซึ่งกันและกัน หลายเรื่องได้ทำไว้นานแล้ว บางประเทศก็อยากสนับสนุนไทย แต่อาจจะติดตรงที่ได้รับปากกับประเทศอื่นไว้ เมื่อถามถึงแนวโน้มเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีความใกล้เคียงกัน เมื่อไทยได้รับการโหวตจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ได้รับความเชื่อมั่นว่าไทยมีน้ำหนักในเวทีโลก แต่ไม่ใช่เป็นเพราะตนเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ได้เป็น แต่เป็นเรื่องของการทำงานช่วงที่ผ่านมาและความไว้วางใจระหว่างกัน

รัฐบาลระวังแจปมสิทธิมนุษยชน

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ขอก้าวล่วง ถ้าเราได้เป็นสมาชิกถือเป็นเรื่องดี แต่เป็นเรื่องของประเทศสมาชิกว่าจะให้การรับรองหรือไม่ เมื่อถามว่าหากไทยได้เข้าเป็นสมาชิกจะต้องปรับปรุงประเด็นสิทธิมนุษยชนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขณะนี้รัฐบาลเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ทั้งนายกฯและ ครม.ระวังในเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าสหรัฐอเมริกาเตรียมเปิดรายงานประจำปีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากสหรัฐอเมริกา ยืนยันที่ผ่านมารัฐบาลทำแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่ และรายงานความคืบหน้าไปยังสหรัฐอเมริกาตลอด ไม่ต้องกังวล และไม่ได้ทำใจว่าจะถูกลดระดับจากเดิมลงไปอีก

“วิษณุ” ให้หาข้อมูลเพิ่มจีที 200

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือทางออกการเรียกค่าเสียหายต่อบริษัทจัดจำหน่ายเครื่องตรวจระเบิดปลอมจีที 200 หลังศาลประเทศอังกฤษตัดสินยึดทรัพย์บริษัทผู้ผลิตกว่า 375 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ผลประชุมดังกล่าวยังจะไม่รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ได้ให้การบ้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กลับมารายงานตนอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่เห็นคำพิพากษา แต่ว่าเราได้รู้อะไรบางอย่างแล้ว ที่สำคัญเรื่องนี้พูดสั้นๆไม่ได้เพราะเป็นเรื่องยาว เมื่อถามว่า มีแนวโน้มหรือไม่ว่าจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย เนื่องจากมีกระแสข่าวออกมาว่าการดำเนินค่อนข้างลำบาก นายวิษณุตอบว่า พูดไปสั้นๆ จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด มันมีได้แต่มีเงื่อนไข เพราะฉะนั้นขอให้รอหน่อย

สภาทำพิธีบวงสรวงครบรอบ 84 ปี

เมื่อเวลา 09.09 น. ที่ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว อาคารรัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานพิธีบวงสรวงพระวิญญาณอดีตพระมหากษัตริย์ และบำเพ็ญกุศลทางศาสนา เนื่องในโอกาสวันสถาปนารัฐสภาครบรอบ 84 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่หนึ่ง น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่สอง รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และข้าราชการประจำรัฐสภาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพียง ภายในงานมีพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการรัฐสภา พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ รวมถึงมอบโล่รางวัลให้หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติราชการดีเด่น ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วน ราชการสังกัดรัฐสภา ประจำปีงบประมาณ 2558 ด้วย

“บิ๊กตู่” หงุดหงิดนักการเมืองจ้องเคลื่อนไหว ย้ำใครมีคดีต้องสะสางก่อนค่อยคุยกันชี้ทุกวันนี้ก็แอบพบกันอยู่แล้ว อ้อมแอ้มพูดไม่ชัดแนวคิดเซ็ตซีโร่ ล้างกระดานพรรคการเมือง แย้มหากประชามติไม่ผ่าน ใช้ รธน.ฉบับยำรวม 29 มิ.ย. 2559 08:15 29 มิ.ย. 2559 08:16 ไทยรัฐ