วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล็งลดจีดีพีไทยรับพิษ Brexit

ธนาคารโลกเตือนรัฐบาลรับสังคมสูงอายุ

หอการค้าไทยเล็งลดประมาณการเศรษฐกิจไทยเหลือ 2.9% หลัง Brexit กระทบส่งออกแรง คาดทำให้จีดีพีไทยลดลง 0.16% แนะรัฐอัดงบเพิ่มฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาโต 3% ด้านธนาคารโลก ปรับขึ้นจีดีพีไทยเป็น 2.5% แนะรัฐเร่งปฏิรูป 3 ด้านรับสังคมสูงอายุ ยิ่งทำช้าเศรษฐกิจไทยยิ่งฟื้นช้าโตต่ำศักยภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวในงานเสวนา “อนาคตประเทศไทย สร้างได้หรือโชคช่วย” ซึ่งจัดโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ว่า หอการค้าไทยอยู่ระหว่างประเมินตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ปี 2559 ใหม่ จากเดิมคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทยจะโต 3% จะปรับลดเป็น 2.9% เนื่องจากผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกรณีอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ซึ่งผลกระทบเฉพาะกรณีอังกฤษออกจากอียู คาดว่าจะทำให้จีดีพีไทยปี 2559 หายไป 0.16% ส่วนใหญ่มาจากผลกระทบด้านมูลค่าการส่งออกประมาณ 20,000-50,000 ล้านบาท ทำให้การส่งออกปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 0.8% เป็นติดลบเหมือนปีก่อนหน้าหรือติดลบราว 2% โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบคืออัญมณี ไก่แปรรูป และยานยนต์

“สาเหตุที่กระทบภาคส่งออก เนื่องจากความมั่นใจของคนในโลกลดลง ส่งผลให้การบริโภคลดลง ทำให้การส่งออกไทยกลับมาติดลบ นอกจากนี้ เมื่อคำสั่งซื้อสินค้าลดลง ชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาจะลดลง ตาม ราคาน้ำมันอาจไม่ทะลุ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เพราะไม่มีความต้องการ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรไทยที่ปกติจะขึ้นลงตามราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นได้ยาก นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวจากกลุ่มอียูและอังกฤษที่มีสัดส่วนถึง 20% ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทย ว่าในช่วงไฮซีซั่นจะกลับมาอยู่ในระดับปกติหรือไม่”

ดังนั้น หากภาครัฐต้องการให้เศรษฐกิจไทยโตในระดับ 3-3.5% จำเป็นต้องเพิ่มเม็ดเงินเข้าระบบ ประมาณ 20,000-50,000 ล้านบาท ตามมูลค่าการส่งออก ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากยุโรป ส่วนเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังคาดว่าจะโต 3% จากเดิมคาดว่าจะโต 3.3%

“เหตุการณ์อังกฤษออกจากอียูถือเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่และยังต้องจับตาต่อเนื่องไปอีก 2 ปี เพราะโลกยังกังวลว่า กรีซ สเปน และโปรตุเกสจะออกตามหรือไม่ อีกทั้งเศรษฐกิจของอังกฤษยังพึ่งพาแรงงานและเชื่อมโยงกับอียูมากและยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองเข้ามาร่วมด้วย จึงคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจอังกฤษจะลดลงประมาณ 1%”

วันเดียวกัน ธนาคารโลกได้ออกรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย โดยนายอูริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลก ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ธนาคารโลกได้ปรับขึ้นอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2559 ล่าสุดเป็น 2.5% จากการประมาณการครั้งก่อนหน้าที่ 2% แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน ประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจที่ 2.5% ของเศรษฐกิจไทยเป็นประมาณการที่ต่ำสุดในอาเซียน

นายอูริคกล่าวต่อว่า นอกเหนือจากปัญหาด้านเศรษฐกิจยังมีปัญหาหนึ่งที่ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน คือ การเริ่มเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศ โดยจำนวนแรงงานที่เข้าสู่ระบบของไทยจะเริ่มลดลงตั้งแต่ปีนี้เป็นปีแรก และลดลง ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มตัว ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเข้าสู่สังคมสูงอายุในขณะที่
เรายังอยู่ภายใต้ระดับรายได้ปานกลาง ดังนั้นประเทศ ไทยจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปใน 3 ด้าน เพื่อที่จะรักษาศักยภาพของเศรษฐกิจไทยให้สามารถเพิ่มผลิตภาพของประเทศ และเพิ่มรายได้ให้คนไทยรวยขึ้นเพียงพอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงและถ้าเป็นไปได้อาจจะช่วยให้หลุดจากกับดับรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงได้ด้วย

โดย 3 ด้านที่เศรษฐกิจไทยต้องเร่งปรับตัวคือ การปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษา เพื่อปรับประสิทธิภาพแรงงานให้เหมาะสมกับผลิตภาพของประเทศ ขณะเดียวกัน ต้องเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจเปิดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการ ขณะที่ด้านที่ 3 ที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับนโยบายการคลังเพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องหลักประกันสุขภาพ บำเหน็จบำนาญ โดยแม้การปฏิรูปประเทศต้องใช้เวลานาน แต่ต้องรีบทำ เพราะจะได้เข้าสู่โอกาสฟื้นตัวได้เร็ว และพาประเทศให้รวยขึ้นได้ แต่ถ้าไม่ทำหรือทำช้าโอกาสจะน้อยลง ธนาคารโลกจึงอยากให้เร่งปรับตัว
ด้านนายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์ อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยเป็น 2.5% แต่ยังมีความเสี่ยงในระยะข้างหน้า ใน 2 เรื่อง เรื่องที่ 1.ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะการใช้นโยบายลดภาษีต่างๆ ซึ่งออกมาแล้วจำนวนมาก ขณะที่การลงทุนภาครัฐในระยะต่อไป ซึ่งเข้าสู่การลงทุนโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่จะมีข้อจำกัดในการลงทุนมากกว่าการลงทุนขนาดเล็กที่รัฐบาลลงทุนไปในช่วงก่อนหน้าจึงต้องติดตามการกระตุ้นและลงทุนจากภาครัฐในระยะต่อไป ขณะที่เรื่องที่ 2 คือ ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกของเศรษฐกิจไทยถึง 12%.

หอการค้าไทยเล็งลดประมาณการเศรษฐกิจไทยเหลือ 2.9% หลัง Brexit กระทบส่งออกแรง คาดทำให้จีดีพีไทยลดลง 0.16% แนะรัฐอัดงบเพิ่มฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาโต 3% ด้านธนาคารโลก ปรับขึ้นจีดีพีไทยเป็น 2.5% 29 มิ.ย. 2559 01:11 29 มิ.ย. 2559 01:19 ไทยรัฐ