วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครบ 1 ปี คดีไม่ธรรมดา! กองปราบบุกรวบ 'บรรยิน' ร่วมฆ่า 'เสี่ยชูวงษ์'

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 58 อุบัติเหตุ ที่ต่อมากลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ คือ การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือที่รู้จักกันในนาม "เสี่ยชูวงษ์" นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ในวันนั้น พนักงานสอบสวน รับแจ้งเหตุรถเก๋ง ยี่ห้อ เล็กซัส ทะเบียน กฉ 1889 กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ บริเวณตรงข้าม ซอย 61 ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

เมื่อไปตรวจสอบพบศพนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เสียชีวิตอยู่เบาะนั่งด้านข้างคนขับ ตัวรถยนต์บุบสลายไม่มาก กระจกไม่แตก แม้ผู้ตายไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย แต่แรงกระแทกไม่น่าจะเป็นเหตุในนายชูวงษ์เสียชีวิต ขณะที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ นายตำรวจนอกราชการ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนของนายชูวงษ์ ซึ่งเป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ต่อมา นายกันต์ แซ่ตั๊ง บุตรชายของผู้ตาย ระบุว่า หลังงานศพนายชูวงษ์ ทางญาติตรวจสอบเอกสารที่มีมาถึงผู้ตายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน บริษัทหลักทรัพย์แจ้งว่า นายชูวงษ์ โอนหุ้นเข้าไปไว้ในบัญชีหุ้นของผู้หญิง 2 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ต่อมา นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาว พร้อมบุตรชายของเสี่ยชูวงษ์ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี และ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวน เพื่อนำหลักฐานการโอนหุ้นมอบให้ประกอบสำนวนคดี

ทั้งนี้ นางวันเพ็ญ ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายชูวงษ์กับพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ เท่าที่ทราบทั้งสองรู้จักกันมาเป็นเวลา 1 ปี เมื่อครั้งเรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 57 พ.ต.ท.บรรยิน เคยชักชวนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงพยายามห้ามปรามไว้ นอกจากนี้ยังเคยยืมเงินกว่า 5 ล้านบาท และคืนมาบางส่วน

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้เชิญ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล 1 ใน 2 สาวที่นายชูวงษ์ให้ถือหุ้นแทนมาสอบปากคำ ทราบว่า น.ส.กัฐฐณา เป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ซึ่งนายชูวงษ์และ พ.ต.ท.บรรยิน ไปตีกอล์ฟเป็นประจำ นอกจากนี้ หญิงสาวยังรับงานเป็นพริตตี้ตามงานต่างๆ ด้วย โดย น.ส.กัญฐณา มีความสนิทสนมกับเสี่ยชูวงษ์เป็นอย่างมาก ถึงขั้นไว้ใจให้เป็นนอมินีถือหุ้นแทน ซึ่งต่อมาพริตตี้สาวมีการระบุถึงการตั้งครรภ์บุตร จากการมีความสัมพันธ์กับนายชูวงษ์ด้วย

ขณะเดียวกันยังพบว่ามี น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุประมาณ 27 ปี พริตตี้รถยนต์และโบรกเกอร์ที่ดูแลหุ้นให้กับนายชูวงษ์ ได้รับการโอนหุ้นจากนายชูวงษ์มูลค่า 40 ล้านบาทด้วย จากนั้นโอนต่อให้กับบุคคลที่ 3 โดย น.ส.อุรชา มีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.บรรยิน เช่นเดียวกัน

วันที่ 23 ก.ค. 58 น.ส.กัญฐณา พร้อมนายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ตามหมายเรียก นายเสกสรรค์ เปิดเผยว่า น.ส.กัญฐณา รู้จักกับนายชูวงษ์ได้ 1-2 ปี หุ้นที่ได้รับนั้นได้ด้วยความสุจริตและความเสน่หา (พริตตี้สาว ให้ปากคำกองปราบ ยันได้รับโอนหุ้น จาก เสี่ยชูวงษ์ จริง)

จากนั้นวันที่ 17 ส.ค. 58 พี่สาว "เสี่ยชูวงษ์" เตรียมยื่นหนังสือให้ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยตรวจสอบผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมระบุ ไม่เชื่อว่า ลูกในท้องพริตตี้สาวจะเป็นเลือดเนื้อชื้อไขของนายชูวงษ์ (ไม่เชื่อเป็นลูกชูวงษ์ เด็กในท้องพริตตี้ พี่สาวร้องขอตรวจดีเอ็นเอ)

ถัดมาอีกวัน โบรกเกอร์สาวเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมเรื่องการโอนหุ้นและความสัมพันธ์กับกลุ่มของนายชูวงษ์ที่ตำรวจยังติดใจสงสัย เจ้าตัวยังรู้สึกไม่ปลอดภัยมีกลุ่มคนจ้องติดตามอยู่ ขณะเดียวกัน การสอบปากคำ น.ส.กัญฐณา พริตตี้สาวท้องแก่ครั้งสอง ยังไม่พบพิรุธ และไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ ลูกชูวงษ์ (โบรกเกอร์สาวแจงอีกรอบ ป.รีดประเด็นรับโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์)

ต่อมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย 1.พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.560/2558 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และข้อหารับของโจร

2.น.ส.ศรีธรา พรหมา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.561/2558 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และข้อหารับของโจร

3.น.ส.อุรชา หรือ ป้อนข้าว วชิรกุลฑล ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.562/2558 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

4.น.ส.กัญฐณา หรือ น้ำตาล ศิวาธนพล ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.563/2558 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและข้อหารับของโจร

หลังศาลอาญาแจ้งข้อกล่าวหา พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมทนาย ได้เดินทางมาขอยื่นประกันในวงเงิน 5 ล้านบาท กำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในคดี และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ก่อนที่ผู้ต้องหาคนอื่นจะยื่นประกันตัว โดยที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวออกไป โดยกำหนดเงื่อนไข แบบเดียวกัน

ก่อนที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน และผู้ต้องหาทั้งหมด ในความผิดร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม คดีโอนหุ้นมูลค่า 300 ล้านบาท แต่อัยการได้สั่งให้พนักงานไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะมีคำสั่งว่า จะสั่งฟ้องหรือไม่

ส่วนความผิดฆ่าผู้อื่นฯ ล่าสุด ศาลจังหวัดพระโขนง ได้อนุมัติหมายจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำความผิดเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ หลังพบพยานหลักฐานที่ยืนยันว่า พ.ต.ท.บรรยิน เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเสี่ยชูวงษ์

จากนั้น ตำรวจกองกับกำการ 1 กองปราบปราม ได้จับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ได้เมื่อตอนเช้าวันที่ 28 มิ.ย. 59 ขณะพักผ่อนอยู่สถานที่แห่งหนึ่งใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นำตัวเดินทางมาที่กองปราบปราม กรุงเทพฯ แต่เบื้องต้น พ.ต.ท.บรรยิน ยังไม่ยอมให้การใดๆ

จากนี้คงต้องจับตา และติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า คดีนี้เดินหน้าไปอย่างไร เจ้าหน้าที่จะสามารถยืนยันหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหา จนสามารถดำเนินการส่งฟ้อง นำขึ้นสู่ศาลตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่ต่อไป.

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 58 อุบัติเหตุ ที่ต่อมากลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ คือ การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือที่รู้จักกันในนาม "เสี่ยชูวงษ์" ... 28 มิ.ย. 2559 18:24 28 มิ.ย. 2559 20:47 ไทยรัฐ