วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขบวนการปล้นอดีต

โดย National Geographic

การขุดอดีตขึ้นมาเพื่อแสวงกำไรเป็นอาชีพที่มีมานานหลายพันปีแล้ว การดำเนินคดีโจรปล้นสมบัติครั้งแรกสุดเท่าที่ทราบกันในอียิปต์ เกิดขึ้นในเมืองทีบส์ เมื่อ 1113 ปีก่อนคริสต์ศักราช โจรปล้นสมบัติกลุ่มหนึ่ง นำโดยคนงานเหมืองหินหัวใส ชื่อ อเมนพาเนเฟอร์ ลักลอบปล้นสมบัติจากหลุมศพที่สกัดเข้าไปในผาหิน สุดท้ายคนงานเหมืองหินคนนั้นกับผู้สมรู้ร่วมคิด ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง และน่าจะต้องโทษประหารชีวิตด้วยการเสียบกับหลาวทั้งเป็น

กองทัพผู้รุกราน เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ฉกชิงโบราณวัตถุไปจากอียิปต์ ผู้พิชิตชาวโรมันส่งเสาโอเบลิสก์ลงเรือกลับบ้านไปทั้งต้น จากศตวรรษที่สิบหก ถึง กลางศตวรรษที่ยี่สิบ ซึ่งเป็นช่วงที่อียิปต์ตกอยู่ใต้อำนาจต่างชาติ ศิลปวัตถุจำนวนนับไม่ถ้วน ถูกส่งไปยังศูนย์วัฒนธรรมหลายแห่งในต่างประเทศเพื่อเป็นของขวัญ การแลกเปลี่ยน และเป็นเครื่องมือบีบบังคับ นักโบราณคดีต่างชาติได้รับส่วนแบ่งศิลปวัตถุที่พวกเขาขุดพบ ตามข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของอียิปต์ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังซื้อโบราณวัตถุจากผู้ค้าที่มีใบอนุญาต ทั้งในไคโร ลักซอร์ และเมืองอื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงในอียิปต์ และประเทศอื่นๆ เริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อจักรวรรดิอาณานิคมต่างๆ สลายตัว และอดีตประเทศเมืองขึ้นกลับมาปกครองตนเองอีกครั้ง แรงบันดาลใจที่ก่อเกิดจากความตระหนักถึงอัตลักษณ์ของชาติระลอกใหม่ ส่งผลให้หลายประเทศปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หรือไม่ก็ออกกฎหมายฉบับใหม่ๆ เพื่อคุ้มครองอดีตของชาติ ซึ่งรวมถึงศิลปวัตถุที่ยังฝังอยู่ในดินด้วย เมื่อปี 1983 อียิปต์ประกาศว่า วัตถุทุกชิ้นที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม และมีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี ถือเป็นสมบัติของรัฐ ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 1970 องค์การยูเนสโก ออกอนุสัญญาว่าด้วยวิธีการห้าม และป้องกันการนำเข้า การส่งออก และการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีประเทศร่วมลงนามแล้ว 131 ประเทศ

อำนาจสามารถชี้ผิดเป็นถูกได้ในพื้นที่ซึ่งขาดเสถียรภาพ โดยเฉพาะในยามศึกสงคราม ระหว่างสงครามกลางเมืองในกัมพูชา เขมรแดง และกลุ่มกองกำลังอื่นๆ มักกำกับดูแลโจรปล้นสมบัติที่ทำงานอยู่ในอาณาเขตของตน ในทำนองเดียวกัน ทุกวันนี้ใน ซีเรีย กลุ่มไอซิส (ISIS) ได้ส่วนแบ่งกำไรจากการปล้นโบราณวัตถุ แต่กลุ่มต่างๆ ที่เข้าร่วมกับกองทัพของ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซัด กลุ่มกองกำลังชาวเคิร์ด และฝ่ายตรงข้าม ก็ล้วนทำเช่นเดียวกัน

ในอียิปต์ เช่นเดียวกับในประเทศต้นทางอื่นๆ อัตรากำไรจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อศิลปวัตถุเลื่อนลำดับขึ้นไปตามห่วงโซ่อุปทาน มีรายงานว่าโจรในลำดับชั้นที่สองอาจขายศิลปวัตถุต่างๆ ในราคาสูงกว่าที่จ่ายให้นักขุดถึง 10 เท่า ในพื้นที่ขาดเสถียรภาพ โบราณวัตถุอาจซื้อขายผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายเดียวกันกับที่พวกลักลอบค้าอาวุธใช้กัน “ผมมักจะพบคลังโบราณวัตถุคู่กับเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี และอาวุธอื่นๆ ครับ” แมทธิว บอก ดานอส เล่าว่าเขาเป็นพนักงานอัยการเขตนิวยอร์ก และนาวาเอกหน่วยนาวิกโยธินที่ออกรบในอิรักช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด

โบราณวัตถุที่ปล้นมาเริ่มต้นอย่างสกปรก แต่ลงท้ายอย่างขาวสะอาด (อย่างน้อยก็เท่าที่เห็นจากเปลือกนอก) เมื่อที่มาอันผิดกฎหมายได้รับการฟอกระหว่างเดินทางผ่านเครือข่ายขบวนการค้าโบราณวัตถุ หากปราศจากประวัติแหล่งที่มาอันละเอียดลออ เช่น ลำดับความเป็นเจ้าของที่เป็นลายลักษณ์อักษร ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าวัตถุชิ้นใดได้มาโดยชอบธรรมหรือไม่ กระนั้น แม้แต่โบราณวัตถุที่เก็บสะสมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนมาก ก็ไม่มีประวัติแหล่งที่มาอันชัดแจ้ง

โจเซฟ ลูอิส นักสะสมโบราณวัตถุ เชื่อว่า การร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างแวดวงนักสะสมกับนักวิชาการ จะนำไปสู่การจัดทำทะเบียนสากลของโบราณวัตถุถูกกฎหมาย อันจะเป็นเครื่องมือทรงพลังในการต่อต้านการปล้นสมบัติ “ถ้าไม่อยู่ในบัญชี ใครจะซื้อหรือขายไม่ได้” เขาพูดถึงฐานข้อมูลสมมติ “ถ้าไม่ใช่ของมีทะเบียน ก็ต้องเป็นของที่ปล้นมา จบ!”

ลูอิส ไม่ใช่ผู้สนับสนุนนักสะสมฝีปากกล้าเพียงผู้เดียว เจมส์ คูโน ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกองทุน เจ. พอลเกตตี กล่าวว่า การส่งโบราณวัตถุคืนประเทศต้นทางหลายกรณีเมื่อไม่นานมานี้ นับเป็นความผิดพลาด เพราะภารกิจของพิพิธภัณฑ์คือการรวบรวม อนุรักษ์ และแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมของโลกต่างหาก ขณะเดียวกัน โบราณวัตถุที่ส่งกลับไปยังพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้งก็มักตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เขาบอกว่า เราไม่ควรห้ามซื้อศิลปวัตถุที่ปล้นมาเสียทีเดียว หากการซื้อไว้จะช่วยรักษาศิลปวัตถุเหล่านั้นจากการสูญหาย หรือการถูกทำลายได้

ขณะที่การค้าโบราณวัตถุอาจช่วยรักษาผลงานชิ้นเอกจำนวนมาก พื้นที่สีเทาซึ่งกิจการนี้ดำเนินอยู่ ก็เปิดช่องว่างให้เกิดข้อกล่าวหาว่า นี่คือธุรกิจที่กระตุ้นให้เกิดการปล้นสมบัติ และดูเหมือนจะส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลอกตัวเองเรื่องแหล่งที่มาของของรักของหวงของตน

สัญญาณความหวังเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อปี 2010 หลัง พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์บอสตัน สร้างงานใหม่ขึ้นมาหนึ่งตำแหน่งคือ “ภัณฑารักษ์ฝ่ายประวัติแหล่งที่มา” ซึ่งเป็นตำแหน่งแรก และมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในสหรัฐฯ ต่อมาใน ปี 2013 เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทน สมัครใจส่งรูปสลักขอมที่โดดเด่นสองชิ้นกลับประเทศต้นทาง อันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะคลีฟแลนด์ และพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ในสหรัฐฯ ปฏิบัติตามในเวลาต่อมา ถัดจากนั้น พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน ยังจัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชาอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ และกลุ่มนักสะสม เช่น ลูอิส ก็ร่วมกันเรียกร้องให้มีการจัดทำฐานข้อมูลโบราณวัตถุเพื่อช่วยป้องปรามการปล้นสมบัติ และเสนอให้นัดประชุมหารือกับกลุ่มนักโบราณคดีเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันต่อไป

เรื่อง ทอม มึลเลอร์
ภาพถ่าย โรเบิร์ต คลาร์ก

ที่มา - National Geographic
www.ngthai.com

การขุดอดีตขึ้นมาเพื่อแสวงกำไรเป็นอาชีพที่มีมานานหลายพันปีแล้ว การดำเนินคดีโจรปล้นสมบัติครั้งแรกสุดเท่าที่ทราบกันในอียิปต์ เกิดขึ้นในเมืองทีบส์ เมื่อ 1113 ปีก่อนคริสต์ศักราช 28 มิ.ย. 2559 17:00 ไทยรัฐ