วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อดีตแชมป์เวคบอร์ดแห่งเอเชีย “ธนธร รัตนไชย” สร้างอาชีพจากใจรักจนประสบความสำเร็จ

อดีตแชมป์เวคบอร์ดแห่งเอเชีย “ธนธร รัตนไชย” สร้างอาชีพจากใจรักจนประสบความสำเร็จ

  • Share:

สมกับเป็นคนรุ่นใหม่ที่มองหาแนวทางของตัวเอง ในการสร้างโอกาสสร้างอาชีพจากใจรักและทุ่มเทจนประสบความสำเร็จ “ธนธร รัตนไชย” อดีตนักกีฬาแชมป์เวคบอร์ด (Wake Board) ของเอเชีย นำความชื่นชอบในกีฬาเอ็กซ์ตรีม ผาดโผนเร้าใจมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างฝันให้เป็นจริง สร้างอาณาจักรกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดมันส์ที่ขึ้นชื่อในเมืองไทย

อั้ม–ธนธร รัตนไชย ผู้บริหารหนุ่มวัย 33 ปี ลูกชายคนที่ 2 ในจำนวน 3 คนของ นพ.ดนัย–จารุวรรณ รัตนไชย เล่าถึงเส้นทางชีวิตและการทำงานของเขาว่า จุดเริ่มต้นของการเป็นนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมมาจากตอน เรียน ม.2 ที่ ร.ร.เทพศิรินทร์ คุณพ่อ คุณแม่พาไปลองเล่นเวคบอร์ด แล้วเกิดชอบเลยเล่นเป็นประจำ เล่นได้ 1 ปี ก็ลองไปแข่งขัน เริ่มเวทีแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้แชมป์โลก รุ่นจูเนียร์ เมน ตอนอายุ 15-16 ปี ในปี 2542 จากนั้นก็ไปแข่งอยู่เรื่อยๆ แพ้บ้างชนะบ้าง และมาได้รางวัลครั้งสุดท้ายในปี 2552 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเวคบอร์ดแห่งเอเชีย และตนลงแข่งด้วย ได้ตำแหน่งแชมป์เวคบอร์ดในเอเชียมาครอง นอกเหนือจากการเป็นนักกีฬาแล้ว ในช่วงที่เรียนคณะบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตนก็ได้ตั้งบริษัท อินเท็นซิตี้ จำกัด นำเข้าเสื้อผ้าและอุปกรณ์ กีฬาสไตล์เซิร์ฟ พร้อมกับได้มีโอกาสไปแข่งเวคบอร์ดที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้เห็นสถานที่แข่งของเขามีมาตรฐาน เลยอยากให้บ้านเรามีบึงแข่งที่ได้มาตรฐานสากลแบบนี้บ้าง จึงคิดโปรเจกต์ทำสนามแข่งเวคบอร์ดขึ้น แล้วลองคุยกับที่บ้าน ซึ่งมีที่ดินอยู่ที่ลำลูกกา 40 กว่าไร่ จึงนำมาทำ Thai Wake Park สนามเวคบอร์ดแห่งเดียวในเมืองไทยที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ซึ่งได้เปิดขึ้นเมื่อปี 2551

“โครงการนี้ผมทำร่วมกับครอบครัว ทั้งพี่ชายและน้องชาย รวมทั้งคุณพ่อก็ได้มาร่วมกันทำ แยกกันดูแล ในส่วน ตัวผมดูแลโดยรวม รวมทั้งเรื่องระบบการเล่น ความปลอดภัยต่างๆ ด้วยความที่ผมเคยเป็นนักกีฬามาก่อน พอมา เป็นเจ้าของสนาม ก็ทำให้เราต้องยิ่งมองถึงความปลอดภัย และอยากสร้างมาตรฐานและพัฒนากีฬาประเภทนี้ให้มากขึ้น พอเปิดมาตั้งแต่แรกก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว บวกกับเราเองก็เป็นที่รู้จักในวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมนี้ พอผันตัวเองจากนักกีฬามาเป็นผู้บริหาร ก็ต้องมีการปรับตัวนิดหน่อย ซึ่งใน การทำงานของผมจะค่อน ข้างสบายๆ แต่ขอให้ทุกคนมีระเบียบ และตรงต่อเวลา นอกจากนี้ อยากให้ทุกคนมีความสุขในการ ทำงาน การได้ทำงานในสิ่งที่ชอบ เขาก็จะรักในงานที่ทำ ถ้าไม่รัก ก็แสดงว่าเราให้เขายืนผิดจุดแล้ว” อั้มเล่าถึงการบริหารงานของเขา

การได้ก้าวมาถึงจุดนี้ หนุ่มนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมบอกว่า “ผมคิดว่า เราควรที่จะทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็จะดี ผมก็ไม่คิดว่าจะมาทำตรงนี้ เราต้องลองพัฒนาตัวเอง ดึงความสามารถของเราออกมาทำในสิ่งที่เราชอบ แล้วเราก็จะทำมันได้ดีครับ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้